การขูดหินปูนและเกลารากฟันคืออะไร
การขูดหินปูนและเกลารากฟัน (Scaling and Root Planing) เป็นกระบวนการทำความสะอาดช่องปากแบบเจาะลึก เพื่อกำจัดคราบพลัค หินปูน และแบคทีเรียที่แอบซ่อนอยู่ใต้เหงือกและบริเวณรากฟัน
การสะสมของคราบแบคทีเรียเหล่านี้เกิดจากการแปรงฟันที่ไม่ถูกวิธีหรือไม่สม่ำเสมอ เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานเดือน แบคทีเรียจะหลั่งสารพิษที่ทำลายเนื้อเยื่อเหงือก นำไปสู่การอักเสบและเป็นจุดเริ่มต้นของโรคปริทันต์
วิธีการรักษานี้เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะกลาง เป็นทางเลือกการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่มีประสิทธิภาพในการคืนสุขภาพให้กับเหงือกและป้องกันการสูญเสียฟันในอนาคต
ถ้าหากเหงือกอักเสบแล้วไม่ขูดหินปูนและเกลารากฟัน จะเกิดอะไรขึ้น
โรคปริทันต์ในระยะแรกยังสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการขูดหินปูนและการดูแลช่องปากที่ถูกต้อง เพราะในช่วงนี้กระดูกและเนื้อเยื่อที่ยึดฟันไว้ยังไม่ถูกทำลาย
แต่หากปล่อยให้แบคทีเรียก่อการอักเสบต่อไปเรื่อยๆ จะเกิดผลกระทบร้ายแรงตามมา:
- กระดูกเบ้าฟันละลาย – การอักเสบขยายไปถึงกระดูกที่รองรับฟัน
- ร่องเหงือกลึกลงไปเรื่อยๆ – ระยะห่างระหว่างเหงือกกับฟันเพิ่มขึ้น
- ฟันคลอนตัว – ฟันเริ่มไม่แน่นอีกต่อไป
- เหงือกร่น – เหงือกถอยหลังจนเห็นรากฟันชัดเจน
- กลิ่นปากรุนแรง – แบคทีเรียก่อให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
- สูญเสียฟัน – ในที่สุดฟันอาจหลุดออกมาเอง
การขูดหินปูนและการเกลารากฟันต่างจากการขูดหินปูนทั่วไปอย่างไร
หลายคนคุ้นเคยกับการขูดหินปูนแบบทั่วไปที่ทำทุก 6 เดือน ซึ่งเป็นการบำรุงรักษาเพื่อสุขภาพฟันโดยทั่วไป แต่การขูดหินปูนและเกลารากฟันเป็นการรักษาโรคเหงือกอักเสบโดยเฉพาะ เนื่องจากมีการสะสมของคราบหินปูนลึกลงไปใต้เหงือก
ความแตกต่างหลัก:
การขูดหินปูน (Scaling)
- ขจัดคราบพลัคและหินปูนที่เกาะบนผิวฟัน
- เจาะลึกไปใต้เหงือกถึง 2-4 มิลลิเมตร หรือลึกกว่านั้นตามความจำเป็น
การเกลารากฟัน (Root Planing)
- ปรับผิวรากฟันให้เรียบเนียน
- ลดการยึดเกาะของคราบพลัคในอนาคต
- ช่วยให้เนื้อเยื่อเหงือกกลับมายึดเกาะกับรากฟันได้ดีขึ้น
ที่จริงแล้ว การขูดหินปูนกับเกลารากฟันมีความคล้ายกันมาก ต่างกันเพราะความลึกของเหงือกที่ขูดหินปูน การขูดหินปูนจะอยู่ที่ 2-4 มิลลิเมตรใต้เหงือก หรือบริเวณเหนือเหงือก ส่วนการเกลารากฟัน จะเป็นการขูดหินปูนบริเวณที่ลึกไปกว่านั้น
การรักษาทั้งสองขั้นตอนนี้ช่วยกำจัดแบคทีเรียตัวร้าย ลดอาการบวม แดง และเลือดออกของเหงือก รวมถึงป้องกันไม่ให้โรคลุกลามไปทำลายกระดูกเบ้าฟันซึ่งจะก่อให้เกิดการสูญเสียฟันตามมา
คุณอาจต้องการการขูดหินปูนและเกลารากฟัน หากมีอาการดังนี้:
- เหงือกบวม แดง หรือมีเลือดออกขณะแปรงฟัน
- มีกลิ่นปากที่รักษาไม่หาย
- ฟันเริ่มโยก หรือเหงือกร่น
- มีร่องลึกระหว่างฟันกับเหงือกมากกว่า 4 มม.
- เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคโรคปริทันต์
ขั้นตอนการรักษาด้วยการขูดหินปูนและเกลารากฟัน
1. การประเมินเบื้องต้น
ทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพช่องปากโดยละเอียด วัดความลึกของร่องเหงือกรอบฟันทุกซี่ และอาจถ่ายเอกซเรย์เพื่อดูสภาพกระดูกเบ้าฟัน
2. การให้ยาชา
เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการรักษา โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องขูดหินปูนลึกใต้เหงือก
3. การขูดหินปูน
ใช้เครื่องมือพิเศษกำจัดหินปูนและคราบพลัคทั้งเหนือและใต้เหงือกอย่างละเอียด
4. การเกลารากฟัน
ปรับผิวรากฟันให้เรียบเพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียและช่วยให้เหงือกสามารถยึดเกาะกับฟันได้ดีขึ้น
5. การใช้ยาปฏิชีวนะ (ถ้าจำเป็น)
อาจพ่นหรือฉีดยาฆ่าเชื้อรอบรากฟัน หรือสั่งยารับประทานเพื่อลดการติดเชื้อ
การขูดหินปูนและเกลารากฟันต้องทำกี่ครั้ง
ระยะเวลาและจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค:
- กรณีเบา: อาจเสร็จในครั้งเดียว ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง
- กรณีปานกลาง: แบ่งทำ 2 ครั้ง โดยทำทีละซีกของปาก (ซ้ายบน-ล่าง และขวาบน-ล่าง)
- กรณีรุนแรง: อาจต้องมาหลายครั้งตามคำแนะนำของทันตแพทย์
การขูดหินปูนและเกลารากฟันมีประโยชน์อย่างไร
หายใจสดชื่น – กำจัดแบคทีเรียสาเหตุกลิ่นปากเรื้อรัง
เหงือกสุขภาพดี – ลดการอักเสบ ไม่บวม ไม่แดง ไม่มีเลือดออก
ฟันแน่น – ป้องกันฟันโยกและการสูญเสียฟันในระยะยาว
ชะลอโรค – หยุดไม่ให้โรคเหงือกลุกลามหรือรุนแรงขึ้น
เสริมสร้างสุขภาพช่องปากและสุขภาพร่างกายโดยรวม แบคทีเรียจากการอักเสบในช่องปากสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และอื่น ๆ ได้
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการขูดหินปูนและเกลารากฟัน
แม้ไม่ใช่การผ่าตัด ก็อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น
เลือดออก พบได้ในช่วง 1-2 วันแรกหลังการรักษา
เหงือกร่น เมื่อการอักเสบลดลง เหงือกอาจดูร่นลงและเห็นรากฟันชัดขึ้น
ฟันโยกเล็กน้อย ฟันอาจขยับได้บ้าง แต่แค่ชั่วคราว และในเวลาต่อมา เหงือกจะยึดเกาะฟันแน่นขึ้นตามปกติ
เสียวฟัน โดยเฉพาะเมื่อรับประทานของร้อนหรือเย็น แต่จะดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์
เจ็บหรือระคายเคือง อาการเจ็บเล็กน้อยที่เหงือก แต่บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป
หากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดไหลไม่หยุด อาการบวมแดง หรือปวดมากผิดปกติ ควรติดต่อทันตแพทย์
การดูแลหลังการขูดหินปูนและเกลารากฟัน
สัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้น – ไม่รับประทานอาหารร้อนจัด เผ็ด เปรี้ยว หรือแข็งใน 1-2 วันแรก
- แปรงฟันอย่างอ่อนโยน – ใช้แปรงขนนุ่มและแปรงเบาๆ
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ – หรือน้ำยาบ้วนปากที่ทันตแพทย์แนะนำ
- หลีกเลี่ยงสิ่งเสพติด – งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- มาตามนัด – พบทันตแพทย์ตามกำหนดเพื่อติดตามผล
การกินยา (ถ้ามี)
ทานยาปฏิชีวนะและยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง โดยต้องทานให้ครบตามกำหนดแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว
วิธีการดูแลช่องปากในระยะยาว
หลังจากผ่านการขูดหินปูนและเกลารากฟันแล้ว การดูแลช่องปากอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยป้องกันไม่ให้โรคเหงือกกลับมาอีกครั้ง ด้วยวิธีต่อไปนี้
แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน เพื่อทำความสะอาดซอกฟันที่แปรงไม่ถึง
พบทันตแพทย์เพื่อตรวจความผิดปกติและขูดหินปูนทุก 6 เดือน
สรุป
การขูดหินปูนและเกลารากฟันเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ในระยะเริ่มต้น การเริ่มรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ไม่ต้องเข้ารับการรักษาที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงในอนาคต
จำไว้ว่า การป้องกันยังคงดีกว่าการรักษา การดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอและพบทันตแพทย์เป็นประจำคือกุญแจสำคัญในการมีฟันและเหงือกที่แข็งแรงไปตลอดชีวิต
หากคุณมีอาการใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้น อย่าเนิ่นช้า ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของคุณ
Ref: siphhospital | clevelandclinic |
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
ทญ. จริยาภรณ์ นามะโน
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมคลองรากฟัน -
ทพ. ธนิต เกียรติปานอภิกุล
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมประดิษฐ์ – รากเทียม -
ทพญ. นุศรา ศิริตันติกร
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมทั่วไป -
ทพญ. บุญจิรา อนุกูล
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมศัลยกรรมช่องปาก -
ทญ. มยุรี งามอุโฆษ
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมทั่วไป -
ทญ. มรกต กฤตย์กุลเจริญ
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมประดิษฐ์-รากเทียม -
ทพญ. ยิ้ม มติธนวิรุฬห์
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมทั่วไป -
ทพญ. ลัดดา วินารักษ์วงศ์
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมจัดฟัน -
ทพ. ศักดิ์ชัย สุขุมพันธนาสาร
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมทั่วไป -
ทพญ. สุภาพร สุทธิ์ประเสริฐพร
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมประดิษฐ์ – รากเทียม -
ทพญ. อังคณา เตชเจริญปิติ
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมคลองรากฟัน -
ทพญ. เกศรินทร์ โรจนสมสิทธิ์
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมปริทันต์ (โรคเหงือก)