Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

เหงือกอักเสบ แปรงฟันมีเลือดออก อาจเป็นโรคปริทันต์

โรคปริทันต์คืออะไร

โรคปริทันต์ (Periodontal Disease) โรครำมะนาด หรือโรคเหงือกอักเสบ คือ การอักเสบและติดเชื้อของเหงือก อวัยวะที่อยู่รอบ ๆ ฟัน เอ็นยึดปริทันต์ และกระดูกเบ้าฟันที่ทำหน้าที่ยึดติดฟัน โรคเหงือกมักเกิดจากสุขอนามัยในช่องปากไม่ดีเนื่องจากมีแบคทีเรียสะสมเป็นคราบเกาะบนผิวฟัน เมื่อแบคทีเรียสะสมเป็นเวลานาน เหงือกและฟันก็จะเริ่มติดเชื้อ รวมทั้งเนื้อเยื่อและกระดูกที่ยึดติดฟันด้วย อาจทำให้เกิดกลิ่นปาก ฟันโยก เหงือกบวมและมีเลือดออก การรักษามีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค บางคนมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเหงือกมากกว่าคนอื่น แม้ว่าจะดูแลช่องปากด้วยสุขอนามัยที่ดี ได้แก่ การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันแล้ว

อาการของโรคปริทันต์

  • เหงือกมีสีแดงหรือม่วง และบวม
  • เหงือกมีเลือดออก โดยเฉพาะเมื่อแปรงฟันหรือขัดฟัน
  • รู้สึกเจ็บหรือระคายเคือง
  • มีกลิ่นปาก
  • มีรสชาติแปลก ๆ ในปาก
  • รู้สึกปวดเวลารับประทานอาหาร
  • เหงือกร่น 
  • ฟันโยก ฟันขยับเวลาเคี้ยว
  • มีหนองไหลออกมาจากร่องเหงือก

ระยะของโรคปริทันต์

โดยปกติแล้ว เหงือกสุขภาพดีจะมีเนื้อแน่น มีสีชมพูซีด ไม่มีเลือดออกและไม่บวม แต่เมื่อเป็นโรคปริทันต์ ผู้ป่วยจะมีเหงือกสีแดงหรือม่วง มีอาการบวม และเลือดออก หากไม่รักษา อาการติดเชื้อจะรุนแรงขึ้นและทำลายกระดูกขากรรไกรที่อยู่ใต้เหงือกที่ติดเชื้อ เหงือกจะไม่สามารถยึดติดฟันไว้ได้อีกต่อไปและฟันจะหลุดในที่สุด

การติดเชื้อจะทำให้เนื้อเยื่อรอบฟันเสื่อมลงอย่างช้า ๆ ในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่รู้สึกว่ามีอาการปวดจากโรคเหงือก ดังนั้น เราควรสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อเพื่อรักษาโรคในระยะแรก ๆ

โรคเหงือกแบ่งออกเป็น 4 ระยะ:

  • เหงือกอักเสบ (Gingivitis) คราบแบคทีเรียสะสม เนื่องจากการแปรงฟันหรือขัดฟันไม่ถูกวิธี จึงไม่สามารถขจัดคราบแบคทีเรียออกได้ทั้งหมด เนื้อเยื่อเหงือกถูกทำลาย เหงือกจะเริ่มแดงและบวม อาจมีเลือดออกเวลาที่แปรงฟันหรือขัดฟัน ระยะนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการดูแลที่เหมาะสมเพราะกระดูกยังไม่ถูกทำลาย 
  • อาการปริทันต์อักเสบระยะเริ่มต้น (Mild periodontitis) แบคทีเรียลุกลามไปใต้เหงือก กระดูกและเส้นใยที่ยึดฟันไว้ถูกทำลาย เหงือกอาจร่นลงจากฟัน ทำให้ร่องเหงือกมีคราบพลัค เศษอาหารและแบคทีเรียสะสม แม้จะแปรงและขัดฟัน ก็ไม่สามารถเข้าไปขจัดคราบได้ เพราะอยู่ลึกเกินไป
  • อาการปริทันต์อักเสบปานกลาง (Moderate periodontitis) แบคทีเรียจะเริ่มทำลายเอ็นเนื้อเยื่ออ่อนและกระดูกที่ยึดฟันไว้ มีกลิ่นปากและหนองรอบๆ แนวเหงือก อาจเริ่มมีอาการปวด
  • อาการปริทันต์อักเสบขั้นรุนแรง (Advanced periodontitis) ในระยะนี้ อาการอักเสบของกระดูกรุนแรงมากฟันโยกและอาจหลุดออกมาได้

ในระยะแรก มีโอกาสสูงที่ผู้ป่วยจะรักษาให้หายขาดได้ แต่หากปล่อยให้กระดูกได้รับความเสียหายจากการติดเชื้อเป็นเวลานาน ผู้ป่วยจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้อีกเลย แต่อาจควบคุมความรุนแรงของโรคได้ด้วยการรักษาและการดูแลที่ถูกต้อง

โรคปริทันต์เกิดขึ้นได้อย่างไร

สาเหตุหลักคือการสะสมคราบพลัคและแบคทีเรียที่มาจากเศษอาหาร อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ก็อาจทำให้มีโอกาสเกิดโรคมากขึ้น

  • ความเครียด
  • การสูบบุหรี่
  • การดูแลช่องปากที่ไม่ถูกสุขอนามัย
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงวัยรุ่น ตั้งครรภ์ และวัยหมดประจำเดือน
  • โรคเบาหวาน
  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น โรค Systemic Lupus Erythematosus (SLE)
  • โรคหัวใจ
  • พันธุกรรม

โรคปริทันต์เป็นโรคติดต่อหรือไม่

โรคปริทันต์สามารถแพร่ไปสู่คนอื่นได้ผ่านการสัมผัสน้ำลายซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น การจูบ

ภาวะแทรกซ้อนของโรคปริทันต์

โรคปริทันต์สามารถแพร่ไปสู่คนอื่นได้ผ่านการสัมผัสน้ำลายซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น การจูบ

การตรวจวินิจฉัยโรคปริทันต์มีวิธีการอย่างไร

โรคปริทันต์สามารถตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพช่องปากทั่วไป เมื่อเวลาเราพบทันตแพทย์ จากนั้น หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ทันตแพทย์อาจส่งต่อไปยังปริทันตทันตแพทย์ (Periodontist) เพื่อประเมินความเสียหายของฟันต่อไป

ปริทันตทันตแพทย์จะวัดความลึกร่องเหงือกก่อนโดยใช้เครื่องมือตรวจปริทันต์ (Periodontal probe) ซึ่งจะบอกได้ว่าผู้ป่วยสูญเสียกระดูกรอบฟันไปเท่าไร ยิ่งร่องเหงือกลึก เหงือกก็ยิ่งอักเสบ ทันตแพทย์อาจตรวจสอบการสบฟัน การโยกของฟัน และการร่นของเหงือก นอกจากนี้ อาจถ่ายภาพเอ็กซเรย์ช่องปาก ซึ่งจะแสดงบริเวณที่กระดูกอักเสบและเสียหาย และยังตรวจสอบดูความเปลี่ยนแปลงของกระดูกจากการเปรียบเทียบภาพเอกซเรย์ที่ผ่านมา

มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษาโรคปริทันต์

หากผู้ป่วยแค่มีอาการเหงือกอักเสบ อาจรักษาหายได้ แต่โรคปริทันต์ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้รุนแรงขึ้นได้ด้วยการดูแลรักษาที่เหมาะสม เนื่องจากเมื่อผู้ป่วยสูญเสียเนื้อเยื่อและกระดูกที่เป็นโครงสร้างที่รองรับฟันไปแล้ว โดยส่วนใหญ่แล้ว จะไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้ทั้งหมด การรักษาอาจช่วยลดการติดเชื้อและช่วยสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อบางส่วนได้

โรคปริทันต์อาจเกิดจากพันธุกรรมได้ด้วย

 

การรักษาโรคปริทันต์อาจทำได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • การดูแลสุขอนามัยในช่องปากและฟันให้สะอาดอยู่เสมอ อาการเหงือกอักเสบ (Gingivitis) สามารถรักษาให้หายได้ เนื่องจากกระดูกยังไม่ติดเชื้อและเสียหาย อาจดูแลช่องปากได้ด้วยตนเองโดยการแปรงฟันวันละ 2-3 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน และพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกปี
  • การขูดหินปูนและเกลารากฟัน (Scaling and Root Planing)เป็นการทำความสะอาดที่ลึกขึ้น การขูดหินปูนจะใช้เครื่องขูดหินปูนกำจัดคราบพลัคและหินปูนสะสมที่อยู่เหนือเหงือกและใต้เหงือกโดยไม่ต้องใช้ยาชา สำหรับการเกลารากฟัน จะช่วยกำจัดคราบพลัคและหินปูนที่อยู่ใต้เหงือกหรือบริเวณผิวรากฟันและเนื้อเยื่อ ต้องใช้ยาชาร่วมด้วยและมักต้องขูดหินปูนก่อนเกลารากฟันเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคปริทันต์ระยะต้น มักต้องรักษาหลายครั้ง
  • การทำศัลยกรรมปริทันต์ (Periodontal Surgery) เป็นวิธีรักษาเพื่อแก้ไขความผิดปกติของอวัยวะปริทันต์ให้กลับสู่สภาพดี เช่น 
    • การผ่าตัดเปิดแผ่นเหงือกเพื่อขูดท้าความสะอาด (Open flap debridement) ทันตแพทย์จะเปิดแผ่นเหงือกเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อแกรนูเลชั่นและหินปูนที่อยู่ใต้เหงือก รวมทั้งทำความสะอาดผิวรากฟัน
    • การผ่าตัดเปิดแผ่นเหงือกเพื่อลดร่องลึกปริทันต์ (Pocket Reduction Surgery) เป็นวิธีรักษาสำหรับผู้เป็นโรคระยะปานกลางถึงรุนแรง ทันตแพทย์จะผ่าเปิดแผ่นเหงือกเพื่อกำจัดหรือลดร่องลึกปริทันต์โดยตัดผนังร่องลึกปริทันต์ หรือเลื่อนส่วนเนื้อเยื่ออ่อนของร่องปริทันต์ไปทางปลายราก 
    • LANAP (Laser-assisted new attachment procedure) เป็นวิธีการใช้เลเซอร์เพื่อรักษาโรคปริทันต์โดยการลดร่องลึกปริทันต์ แสงเลเซอร์จะกำจัดเฉพาะเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ 
    • การปลูกกระดูก (Bone Grafting) ทันตแพทย์อาจใช้วัสดุปลูกกระดูกหรือกระดูกผู้ป่วยเองเพื่อทดแทนกระดูกที่สูญเสียไป เพื่อเสริมกระดูกบริเวณขากรรไกรและสามารถปลูกรากฟันเทียมต่อไป
    • การปลูกเหงือก (Gum Grafting) เมื่อเราสูญเสียเนื้อเยื่อเหงือกจากการติดเชื้อ ทันตแพทย์อาจผ่าตัดเพื่อเพิ่มเนื้อเยื่อเหงือกและแก้ปํญหาเหงือกร่นและปกป้องรากฟัน ทันตแพทย์อาจนำเนื้อเยื่อจากเพดานปากมาเติมในบริเวณที่เหงือกร่น
    • การปลูกกระดูกและเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างอวัยวะปริทันต์ (Guided Tissue Regeneration: GTR) เป็นวิธีการรักษาเพื่อให้เกิดการสร้างใหม่ของเนื้อเยื่อปริทันต์ โดยใช้แผ่นเยื่อกั้นเพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างใหม่ วิธีนี้ใช้ร่วมกับการปลูกกระดูก ทันตแพทย์จะใส่เยื่อเทียมระหว่างเหงือกกับวัสดุปลูกกระดูก เพื่อกันไม่ให้เนื้อเยื่ออ่อนเจริญเข้าไปแทนที่กระดูก
    • การรักษาด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet Rich Fibrin)  สารสกัดจากเลือดของเราที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือด (Platelet) ไฟบริน (Fibrin) และสารกระตุ้นการเจริญเติบโต (Growth Factor) ในปริมาณที่สูงมาก สารเหล่านี้สกัดมาจากการปั่นเลือดในระดับความแรงต่ำและมีประโยชน์ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ

เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคปริทันต์ได้อย่างไร

ดูแลสุขอนามัยช่องปากอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ได้แก่

  • ดื่มน้ำบ่อย ๆ 
  • แปรงฟันวันละ 2-3 ครั้ง
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ 
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนทุก 6 เดือน

Ref: siphhospital | mahidol | chula | moph | thaidental | royalthaident

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • ทญ. จริยาภรณ์ นามะโน

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมคลองรากฟัน

  • ทพ. ธนิต เกียรติปานอภิกุล

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมประดิษฐ์ – รากเทียม

  • ทพญ. นุศรา ศิริตันติกร

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมทั่วไป

  • ทพญ. บุญจิรา อนุกูล

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมศัลยกรรมช่องปาก

  • ทญ. มยุรี งามอุโฆษ

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมทั่วไป

  • ทญ. มรกต กฤตย์กุลเจริญ

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมประดิษฐ์-รากเทียม

  • ทพญ. ยิ้ม มติธนวิรุฬห์

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมทั่วไป

  • ทพญ. ลัดดา วินารักษ์วงศ์

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมจัดฟัน

  • ทพ. ศักดิ์ชัย สุขุมพันธนาสาร

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมทั่วไป

  • ทพญ. สุภาพร สุทธิ์ประเสริฐพร

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมประดิษฐ์ – รากเทียม

  • ทพญ. อังคณา เตชเจริญปิติ

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมคลองรากฟัน

  • ทพญ. เกศรินทร์ โรจนสมสิทธิ์

    ศูนย์ทันตกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    ทันตกรรมปริทันต์ (โรคเหงือก)