โรคเกาต์คืออะไร
โรคเกาต์ (Gout) เป็นโรคข้ออักเสบจากภาวะกรดยูริค (Uric acid) ในเลือดสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน โดยจะพบบ่อยในชายวัยกลางคนขึ้นไป หรือหญิงวัยหมดประจำเดือน
ภาวะกรดยูริคสูง เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้มีการขับกรดยูริคออกทางปัสสาวะน้อยผิดปกติ หรือทำให้มีการสร้างกรดยูริคขึ้นมากผิดปกติ, ยาบางชนิด, โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคไต, โรคอ้วนลงพุง อาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เช่น สุรา เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เนื้อแดง เครื่องในสัตว์และอาหารทะเล
ผู้ที่มีภาวะกรดยูริคสูงอาจไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ อย่างไรก็ตาม หากมีการสะสมของกรดยูริคในร่างกายเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดการตกผลึกของกรดยูริคภายในข้อ และเกิดโรคเกาต์ขึ้นได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดอย่างรุนแรงและฉับพลันทันทีทันใดดังในรูป ข้อที่เป็นจะบวมขึ้น มีสีแดงรอบ ๆ ข้อ หากคลำดูจะพบว่าอุ่นกว่าข้อเดียวกันในข้างตรงข้าม ข้อที่อักเสบในช่วงแรก มักเป็นที่ข้อโคนนิ้วหัวแม่เท้า หรือข้อเท้า หากทิ้งไว้นาน โดยไม่ได้รับการรักษา อาจมีการอักเสบที่ข้ออื่นได้ด้วย เช่น ข้อเข่า ข้อศอก ข้อมือ เป็นต้น
ข้อโคนนิ้วหัวแม่เท้าข้างซ้ายซึ่งอักเสบเฉียบพลันจากโรคเกาต์ จะสังเกตเห็นว่าข้อข้างซ้ายบวมกว่าอีกข้าง และมีสีแดงรอบ ๆ ข้อ หากมีการกดบริเวณข้อ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดอย่างมาก
อาการที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเป็นโรคเกาต์
ในระยะแรก ๆ ข้ออักเสบจากโรคเกาต์อาจหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ ช่วงที่หายจะหายสนิท แต่มักกลับเป็นซ้ำอีกในระยะเวลาไม่แน่นอน การอักเสบที่กำเริบแต่ละครั้ง อาจมีสาเหตุมาจากการกระทบกระแทกที่รุนแรง, การเจ็บป่วยด้วยโรคอื่น ๆ, การดื่มสุราหรือการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ทำให้ระดับกรดยูริคในเลือดสูงขึ้นมากผิดปกติ แต่บางครั้งโรคเกาต์อาจกำเริบโดยไม่ทราบสิ่งกระตุ้นที่ชัดเจน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง การอักเสบจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในระยะหลัง ๆ จะเป็นรุนแรงขึ้นและนานขึ้น จนอาจกลายเป็นข้ออักเสบเรื้อรัง ไม่หายสนิท เกิดข้อผิดรูป พิการหรือเกิดการสะสมของกรดยูริคที่บริเวณผิวหนัง เรียกว่า ก้อนโทฟัส นอกจากนี้กรดยูริคยังอาจสะสมที่ไตเกิดเป็นนิ่วในไตหรือทำให้ไตเสื่อมได้ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีข้ออักเสบทุกรายจึงควรมาพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก ๆ เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง
เมื่อเป็นโรคเกาต์ ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นที่ไตเกิดจากสาเหตุใด
ภาวะแทรกซ้อนทางไตที่เกิดในโรคเกาต์อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การได้รับยาแก้ปวดแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs, Non-steroidal anti-inflammatory drugs), นิ่วในทางเดินปัสสาวะซึ่งอาจเกิดจากการรวมตัวกันของกรดยูริค, โรคไตเรื้อรังจากการสะสมของกรดยูริคในเนื้อไต หรืออาจเกิดจากโรคร่วมอื่น ๆ
โรคเกาต์มีความสัมพันธ์กับโรคใดบ้าง
โรคเกาต์ไม่ใช่โรคที่ก่อให้เกิดความผิดปกติเฉพาะกับค่ายูริคและอาการปวดข้อเท่านั้น แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับโรคอื่น ๆ ที่พบร่วมกัน เช่น โรคอ้วนลงพุง, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, เบาหวาน, ไขมันเกาะตับ, โรคไตเรื้อรัง, นิ่วในไตรวมไปถึงโรคทางระบบหลอดเลือดและหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต จึงควรได้รับการใส่ใจและดูแลรักษาไปพร้อมกัน เพราะโรคร่วมเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความพิการและเสียชีวิตได้
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์
- ในกรณีที่ยังไม่ทราบการวินิจฉัยโรค หากมีอาการปวดและบวมที่ข้อ ควรไปพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง แพทย์อาจสั่งตรวจเลือดหรือเจาะเอาน้ำในข้อที่อักเสบมาตรวจ แล้วแต่กรณี
- เมื่อทราบว่าเป็นโรคเกาต์แล้ว แพทย์อาจสั่งยาประจำให้ ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าหายปวดแล้ว เพราะโรคเกาต์เป็นโรคเรื้อรัง เกิดจากภาวะกรดยูริคในเลือดสูงมาเป็นเวลานานหลายปีก่อนเกิดอาการ ดังนั้น การรักษาจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อรับประทานยาลดยูริคอย่างต่อเนื่องคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่การคุมอาหารเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอต่อการควบคุมระดับกรดยูริค
- ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น การระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร, ผลต่อตับ ไต ควรรับประทานยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
- หยุดบุหรี่และสุรา เนื่องจากสุราทำให้ระดับกรดยูริคสูง อีกทั้งบุหรี่และสุราเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดโรคร่วมหลายอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับโรคเกาต์
- ลดความอ้วน รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ด้วยการจำกัดอาหารแคลอรีสูงและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ดื่มน้ำให้มากขึ้น ปริมาณที่แนะนำควรมากกว่า 2-3 ลิตรต่อวัน ยกเว้นในกรณีที่แพทย์สั่งไม่ให้ดื่มน้ำมากในบางโรค เช่น โรคหัวใจวาย
- หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำหวานและขนมหวานต่าง ๆ หลีกเลี่ยงเนื้อแดง ได้แก่ เนื้อหมู วัว แพะ แกะ เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปลาหมึก และปลาซาร์ดีน
- สามารถดื่มผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำได้ (Low-fat or non-fat dairy products) รับประทานผักให้มากขึ้น เลือกรับประทานผลไม้ที่ไม่หวานมากนัก
- มาตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ตรวจเลือดในระยะเวลาตามที่แพทย์สั่ง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของยา และเฝ้าระวังผลข้างเคียงของยา รวมถึงตรวจหาโรคร่วมที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเกาต์ เช่น โรคอ้วนลงพุง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคไขมันเกาะตับ และโรคไต เป็นต้น
สรุป
โรคเกาต์เป็นโรคหนึ่งที่สร้างความเจ็บปวดและทรมานให้กับผู้ป่วยได้ เพราะการตกผลึกของกรดยูริคที่สะสมอยู่ที่ข้อจะทำให้ข้ออักเสบและปวดบวม เมื่อได้รับการกระทบกระเทือนก็จะก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดมาก เราสามารถป้องกันโรคเกาต์ได้ด้วยการตรวจค่ายูริคในเลือดเป็นประจำทุกปี ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม
บทความ โดย นพ.สิทธิ์ หงษ์ทรงเกียรติ
อายุรแพทย์โรคข้อ (Rheumatologist)
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH Hospital)
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
พญ. ไอรีน ยินออง เกียรติกวานกุล
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
อายุรกรรมทั่วไป -
นพ. จรัน มาลฮอตรา
ศูนย์ตรวจสุขภาพ | แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
เวชปฏิบัติทั่วไป -
รศ. นพ. ฉันชาย สิทธิพันธุ์
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
โรคปอดและทรวงอก -
ผศ. ดร. นพ. ชัยชนะ นิ่มนวล
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
จิตเวชศาสตร์ -
รศ. นพ. ฐิตเวทย์ ตุมราศวิน
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
โรคข้อและรูมาตอยด์ -
นายแพทย์ ณัฐวุฒิ เกษทอง
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นพ. นพพล ลีลายุวัฒนกุล
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ -
พญ. นวลศรี แตระกุล
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
อายุรกรรมทั่วไป -
พญ. นิวัน กลิ่นงาม
แผนกอายุรกรรม | แผนกผู้ป่วยวิกฤต
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ และเวชบำบัดวิกฤต -
พญ. ปิยาภัสร์ จิตภิรมย์
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
จิตเวช, จิตเวชเด็กและวัยรุ่น -
ผศ. นพ. พรเลิศ ฉัตรแก้ว
แผนกอายุรกรรม | แผนกห้องผ่าตัด
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีวิทยา -
นพ. ยุทธนา บุษยวิทย์
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
โรคภูมิแพ้