Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

5 ข้อน่ารู้เกี่ยวกับการแพ้อาหาร

1. คนไทยแพ้อาหารอะไรบ้าง

อุบัติการณ์การแพ้อาหารพบประมาณ 1-10% ในเด็กไทยพบว่ามีการแพ้นมวัว แป้งสาลีและไข่ไก่ มากที่สุด เมื่อเทียบกับเด็กทางยุโรปหรืออเมริกาซึ่งพบการแพ้ถั่วลิสงมาก สำหรับในผู้ใหญ่มักพบการแพ้อาหารทะเล, ถั่วลิสงหรือถั่วเปลือกแข็ง

2. เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแพ้อาหาร

อาการแสดงเริ่มต้นอาจมีหลายรูปแบบ เช่น

-ชนิดเฉียบพลัน เช่น ลมพิษ หายใจไม่ออก มักเป็นหลังรับประทานอาหารที่แพ้ภายในนาทีหรือชั่วโมง

-ผื่นผิวหนังอักเสบ พดผื่นคัน พบหลังรับประทานอาหารที่แพ้เป็นหลักวันหรือสัปดาห์

-อาการทางลำไส้ เป็นการแพ้ชนิดไม่เฉียบพลัน เช่น เด็กเล็กที่มีถ่ายปนมูกเลือดหลังกินนมวัว ภาวะลำไส้อักเสบดูดซึมไม่ปกติ

การวินิจฉัยอาศัยทั้งอาการ, การตรวจร่างกาย, การทดสอบผิวหนังหรือเจาะเลือดในกรณีการแพ้แบบเฉียบพลัน และยืนยันด้วยการทดสอบโดยการรับประทานอาหารนั้นๆ หรือ oral food challenge test สำหรับการแพ้ที่มีอาการทางทางเดินอาหารอาจพิจารณาตรวจอุจจาระหรือส่องกล้องกระเพาะอาหารหรือลำไส้ตามอาการ

3. ทำไมบางคนจึงแพ้อาหารหลายชนิด

การแพ้อาหารสามารถเกิดการแพ้ข้ามกลุ่มกันจากความคล้ายคลึงของโมเลกุลสารก่อภูมิแพ้ เช่น แพ้แป้งสาลีพบว่า 25% มีการแพ้บาร์เลย์หรือข้าวไรย์ร่วมด้วย, คนที่แพ้กุ้งพบว่า 75%แพ้ปูด้วย น้อยกว่า50% พบว่าแพ้หอยหรือปลาหมึกด้วย, ภาวะแพ้นมวัวนั้นมากกว่า90% พบว่าแพ้นมแพะหรือนมแกะร่วมด้วย ในขณะที่มีเพียงน้อยกว่า5% ที่มีการแพ้นมอูฐหรือนมม้า, สำหรับการแพ้ถั่วลิสงพบว่าแพ้ถั่วเปลือกแข็ง เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พิตาชิโอ้ วอลนัท ร่วมได้ประมาณ 33% เป็นต้น

4. แพ้อาหารหายได้หรือไม่

การแพ้แต่ละชนิดโอกาสหายไม่เท่ากัน การแพ้นมวัวและไข่ไก่ เฉลี่ย 50% หายแพ้ที่5-6 ขวบ, แป้งสาลี 50% หายแพ้ที่ 7 ขวบ ในขณะที่การแพ้ถั่วพบเพียงแค่ 10-20% หายแพ้ที่ 5 ขวบและอาจแพ้ต่อเนื่องจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ในปัจจุบันนี้จึงมีวิธีการรักษาที่เรียกว่าวัคซีนภูมิแพ้ทางปาก หรือ oral immunotherapy ซึ่งเป็นการให้อาหารที่แพ้ในปริมาณควบคุมเหมาะสมเพื่อสร้างภูมิต้านทานมากขึ้นเรื่อยๆ ในกรณีที่คนไข้ไม่หายแพ้โดยธรรมชาติและมีการแพ้แบบรุนแรงเฉียบพลัน

5. การป้องกันในเด็กหรือตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้อย่างไรบ้าง

แนะนำรับประทานนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 4 เดือน เริ่มอาหารเสริมที่อายุ 4-6 เดือน ในทารกกลุ่มเสี่ยงที่นมแม่ไม่เพียงพอ การให้นมสูตรย่อยพิเศษ อาจช่วยป้องกันการเกิดผื่นผิวหนังอักเสบได้เมื่อนำมาใช้แทนนมวัวสูตรปกติ โดยยังไม่มีหลักฐานเพียงพอสำหรับนมแพะหรือนมถั่วเหลือง หญิงตั้งครรภ์ควรทานอาหารให้สมดุลย์ครบทั้ง 5 หมู่ ไม่ต้องงดอาหารอะไร ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรเน้นรับประทานนมวัวหรือนมถั่วเหลืองในช่วงเวลาตั้งครรภ์

มีหลักฐานทางการแพทย์กล่าวถึงการใช้โปรไบโอติกหรือพรีไบโอติก, ภาวะไม่บกพร่องของวิตามินดี, การมีโอเมก้า3 ที่สูง ซึ่งพบในปลาทะเล เช่น แซลมอน ปลาแมคเคอเรล และการมีสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยเสริมความต้านทานต่อภาวะภูมิแพ้ได้ ทั้งนี้การศึกษานั้นมีจำกัด

เอกสารอ้างอิง

  1. Savage et.at The Natural History of Food Allergy. J Allergy Clin Immunol Pract. 2016;4(2):196-203
  2. Cox AL et al. Clinical Relevance of Cross-Reactivity in Food Allergy. J Allergy Clin Immunol Pract 2021;9:82-99
  3. Sicherer SH et al. Food allergy: A review and update on epidemiology, pathogenesis, diagnosis, prevention, and management. J Allergy Clin Immunol 2018;141:41-58.

บทความโดย

แพทย์หญิงอัญชลี เสนะวงษ์

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Asthma and Allergy Centre (BAAC)