“ป้องกันดีกว่าแก้ไข” สำนวนนี้เหมาะสมมากสำหรับการดูแลสุขภาพช่องปาก การมีสุขภาพช่องปากที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก หากเราให้ความสำคัญกับการรักษาสุขอนามัยในช่องปาก ดูแลฟันให้แข็งแรง และป้องกันไม่ให้มีเชื้อแบคทีเรียสะสมจนเกิดฟันผุ
หนึ่งในวิธีการป้องกันฟันผุที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงคือ การเคลือบฟลูออไรด์ (Fluoride Treatment) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กๆ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือคนที่มีปัญหาฟันผุเป็นประจำ
การเคลือบฟลูออไรด์คืออะไร
การเคลือบฟลูออไรด์เป็นขั้นตอนทางทันตกรรมที่ทันตแพทย์จะใช้สารฟลูออไรด์ที่มีความเข้มข้นสูงเคลือบลงบนผิวฟัน เปรียบเสมือนการสวมเสื้อเกราะป้องกันให้กับฟันของเรา
วิธีการนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเคลือบฟัน ทำให้ฟันสามารถต้านทานกรดที่แบคทีเรียในช่องปากผลิตขึ้นได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยชะลอการลุกลามของฟันผุในระยะเริ่มต้น หรือป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุใหม่ได้อีกด้วย
การเคลือบฟลูออไรด์สามารถทำได้กี่วิธี
1. การเคลือบด้วยฟลูออไรด์เจล (Fluoride Gel/Foam)
วิธีนี้ทันตแพทย์จะใส่ฟลูออไรด์ชนิดเจลหรือโฟมลงในถาดพิเศษที่ออกแบบมาให้พอดีกับปากของผู้ป่วย จากนั้นให้ผู้ป่วยอมถาดนี้ไว้ประมาณ 1-4 นาที เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป หลังการเคลือบ ควรงดดื่มน้ำและรับประทานอาหารเป็นเวลา 30 นาที
2. การเคลือบด้วยฟลูออไรด์วานิช (Fluoride Varnish)
เป็นวิธีที่ทันตแพทย์จะทาฟลูออไรด์โดยตรงบนผิวฟัน ขั้นตอนเริ่มจากการทำความสะอาดและทำให้ฟันแห้ง จากนั้นใช้แปรงพิเศษทาฟลูออไรด์วานิชลงบนฟัน โดยเน้นบริเวณที่มีฟันผุหรือเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ
3. วิธีการเสริมฟลูออไรด์อื่นๆ
- ฟลูออไรด์ชนิดรับประทาน เช่น น้ำหรือยาเม็ดที่มีฟลูออไรด์
- ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากประจำวัน เช่น ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์
- ฟลูออไรด์ตามใบสั่งแพทย์ เช่น เจลสำหรับใช้ที่บ้าน หรืออาหารเสริมฟลูออไรด์
ฟลูออไรด์คืออะไร
ฟลูออไรด์ (Fluoride) เป็นแร่ธาตุธรรมชาติที่พบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นในดิน น้ำใต้ดิน อากาศ และแม้กระทั่งในอาหารบางชนิด เช่น ใบชา ปลาทะเล และอาหารทะเล ปัจจุบันฟลูออไรด์ถูกนำมาเติมในผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากต่างๆ เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก และในบางพื้นที่ยังมีการเติมลงในน้ำประปาเพื่อป้องกันฟันผุในระดับชุมชน
ฟลูออไรด์มีประโยชน์อย่างไร
- เสริมความแข็งแรงให้กับเคลือบฟัน ช่วยให้ทนต่อกรดที่แบคทีเรียผลิตจากน้ำตาล
- ช่วยซ่อมแซมผิวฟันที่เริ่มผุ (Remineralization) ก่อนที่ฟันจะผุเป็นรู
- ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก
ผู้ใดควรได้รับการเคลือบฟลูออไรด์
การเคลือบฟลูออไรด์เป็นวิธีการที่ปลอดภัยสำหรับคนทุกเพศทุกวัย แต่จะมีประโยชน์เป็นพิเศษสำหรับกลุ่มต่อไปนี้:
เด็กและวัยรุ่น
- เด็กเล็ก อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป (ตามคำแนะนำของทันตแพทย์)
- เด็กที่มีฟันผุหลายซี่ หรือมีนิสัยชอบทานขนมหวานและน้ำอัดลม
- เด็กที่ยังแปรงฟันไม่เก่ง หรือมีการดูแลสุขอนามัยช่องปากไม่เพียงพอ
ผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยง
- ผู้ที่มีประวัติฟันผุบ่อย หรืออุดฟันหลายซี่
- ผู้ใส่เครื่องมือจัดฟัน เนื่องจากทำความสะอาดยาก แบคทีเรียสะสมง่าย
- ผู้ใส่ฟันปลอมบางประเภท เช่น บริดจ์ หรือมงกุฎฟัน
ผู้มีภาวะพิเศษ
- ผู้มีปากแห้ง จากการใช้ยาหรือโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน
- ผู้มีเหงือกร่น ทำให้รากฟันเปิดออกมาและเสี่ยงต่อฟันผุ
- ผู้สูงอายุ ที่มีการเปลี่ยนแปลงของเคลือบฟันตามธรรมชาติ
การเคลือบฟลูออไรด์มีประโยชน์อย่างไร
- ป้องกันฟันผุได้มากถึง 20-40% โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูง
- ชะลอการลุกลาม ของฟันผุที่อยู่ในระยะเริ่มต้น
- ลดความจำเป็น ในการรักษาฟันที่ซับซ้อนและแพงกว่า เช่น การอุดฟัน การรักษารากฟัน
- เสริมความแข็งแรง ให้กับเคลือบฟันอย่างยั่งยืน
- ฟื้นฟูเคลือบฟัน ที่เริ่มอ่อนตัวให้กลับมาแข็งแรง
- ปกป้องรากฟัน ในผู้ที่มีเหงือกร่น
ขั้นตอนการเคลือบฟลูออไรด์
กระบวนการเคลือบฟลูออไรด์ใช้เวลาไม่นาน และไม่สร้างอาการปวด มีขั้นตอนดังนี้
- ทันตแพทย์ขัดฟันเพื่อทำความสะอาดฟัน
- ใช้แปรงทาฟลูออไรด์ลงบนผิวฟัน
- ควรงดรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเป็นเวลา 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อให้สารเคลือบฟันทำงานได้เต็มที่
ควรเคลือบฟลูออไรด์บ่อยเท่าไร
ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละคน
ความเสี่ยงต่ำ: เคลือบทุก 6 เดือน
ความเสี่ยงสูง: เคลือบทุก 3-4 เดือน ตามคำแนะนำของทันตแพทย์
ความปลอดภัยในการใช้ฟลูออไรด์
ถ้าใช้ฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสมและภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ ผู้ใช้ฟลูออไรด์ก็จะปลอดภัย แต่หากได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณมากเกินไปเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะฟันตกกระ (Fluorosis) ทำให้เคลือบฟันมีจุดสีขาวขุ่นหรือสีน้ำตาลได้ มักพบในเด็กที่ฟันยังขึ้นไม่เต็มที่และกลืนยาสีฟันเป็นประจำ
วิธีดูแลฟันขณะใช้ฟลูออไรด์
- แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
- ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
- พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน
- หลีกเลี่ยงขนมหวาน น้ำตาล และเครื่องดื่มที่มีกรดสูง
- อย่ากลืนยาสีฟันหรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเด็ก
สรุป
การเคลือบฟลูออไรด์เป็นวิธีการป้องกันฟันผุที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และคุ้มค่า เหมาะสำหรับคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อฟันผุ การได้รับการเคลือบฟลูออไรด์อย่างสม่ำเสมอและถูกต้องตามคำแนะนำของทันตแพทย์ จะช่วย:
เสริมความแข็งแรงให้กับฟัน อย่างยั่งยืน
ลดปัญหาสุขภาพช่องปาก ในระยะยาว
ป้องกันการสูญเสียฟัน ก่อนวัยอันควร
ประหยัดค่าใช้จ่าย ในการรักษาฟันที่ซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม การเคลือบฟลูออไรด์ไม่ใช่การรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้ร่วมกับการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ดี การควบคุมอาหาร และการพบทันตแพทย์เป็นประจำ เพื่อให้มีสุขภาพช่องปากที่สมบูรณ์แบบตลอดไป
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเคลือบฟลูออไรด์ ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพช่องปากของท่าน
Ref: thaidental
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
ทญ. จริยาภรณ์ นามะโน
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมคลองรากฟัน -
ทพ. ธนิต เกียรติปานอภิกุล
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมประดิษฐ์ – รากเทียม -
ทพญ. นุศรา ศิริตันติกร
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมทั่วไป -
ทพญ. บุญจิรา อนุกูล
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมศัลยกรรมช่องปาก -
ทญ. มยุรี งามอุโฆษ
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมทั่วไป -
ทญ. มรกต กฤตย์กุลเจริญ
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมประดิษฐ์-รากเทียม -
ทพญ. ยิ้ม มติธนวิรุฬห์
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมทั่วไป -
ทพญ. ลัดดา วินารักษ์วงศ์
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมจัดฟัน -
ทพ. ศักดิ์ชัย สุขุมพันธนาสาร
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมทั่วไป -
ทพญ. สุภาพร สุทธิ์ประเสริฐพร
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมประดิษฐ์ – รากเทียม -
ทพญ. อังคณา เตชเจริญปิติ
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมคลองรากฟัน -
ทพญ. เกศรินทร์ โรจนสมสิทธิ์
ศูนย์ทันตกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ทันตกรรมปริทันต์ (โรคเหงือก)