Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

แพ้ปลา

ในปัจจุบันพบ อุบัติการณ์การแพ้ปลาน้อยกว่า 1% ของ ประชากรทั่วไป  อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีการบริโภคปลามากขึ้นทั้ง ปลาดิบและ  ผลิตภัณฑ์จากปลา รวมถึงไข่ปลา

ส่วนประกอบและสารก่อภูมิแพ้จากปลา ได้แก่

  1. เนื้อปลา เป็นสาเหตุหลักของการแพ้โดยสารก่อภูมิแพ้เรียกว่า พาวาลบูมิน (Parvalbumin) โดยสารนี้มักพบในปลาเนื้อขาว เช่น ปลาcod ปลา flounder ปลา hake มากกว่าปลาเนื้อแดง เช่น ปลาเมคเคอเรว หรือ ปลาทูน่า นอกจากนั้นยังมีสารอื่นๆ ได้แก่ อีโนเลสและอัลโดเลส เป็นสารจำพวกไกโคไลติกเอนไซม์ในเนื้อปลา
  2. เจลาตินจากปลาหรือ Isinglass (วุ้นใส) เจลาตินเป็นสารจำพวกคอลลาเจ้น สามารถพบได้ในแคปซูลยา ลูกอม หรือเครื่องดื่ม วุ้นใสมาจากกระเพาะปัสสาวะปลาใช้ในการฟิลเตอร์เครื่องดื่มเบียร์
  3. เลือดปลา ได้แก่ สาร Hemin ไปพบในสารประกอบอาหารหรือการแพ้ในอุตสาหกรรมปลา
  4. ไข่ปลา หรือ fish eggs, roe, cavier เกิดจากสารที่เรียกว่าวิทิโลเจลลิน (Vitellogenin) เป็นสารประเภท ไกลโคไลโปโปรตีน ในไข่ปลา

การแพ้ปลามักเกิดจากการแพ้สาร Parvalbumin ในเนื้อปลาซึ่งมีการแพ้ข้ามกลุ่มกันได้มากดังนั้นผู้ป่วยที่แพ้ปลาชนิดหนึ่งมาแพ้ปลาชนิดอื่นๆ ด้วยได้มากกว่า 50%

นอกจากสารเหล่านี้ในปลาพบว่ายังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้จากการรับประทานปลาได้แก่

  1. พยาธิอะนิสซาคิส (anisakis) เป็นพยาธิตัวกลมพบในอาหารจำพวกปลาดิบได้ เช่น ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุเลากล้วย ปลาลัง ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง เป็นต้น
  1. สารพิษปนเปื้อนกับเนื้อปลา
  • สารพิษสคอมบรอยด์ (Scombroid toxin) มักพบในปลาในตระกูล Scombridae และ Scomberosocidae ได้แก่ ปลาทูน่า (tuna) ปลาโอ เช่น ปลาโอแถบ (skipjack tuna)  ปลาโอครีบเหลือง (yellowfin tuna)  ปลาโอครีบฟ้า (bluefin tuna) ปลาหลังเขียว (sardine)  ปลาแมกเคอเรล (mackerel), mahi-mahi, amberjack, marlin, black marlin และหอยเปาฮื้อ (abalone) เกิดจากการเก็บปลาที่ไม่ดี เกิดการเน่าเสีย มีปริมาณฮิสทิดีนสูง จากนั้นแบคทีเรียในเนื้อปลาจะเปลี่ยนเป็นฮิสทามีน ทำให้เกิดอาการแพ้ได้อย่างรุนแรง
  • สารพิษซิกัวเทอรา (Ciguatera) พบในปลาทะเลที่มีพิษ อาศัยในแนวปะการัง ได้แก่ ปลาเก๋า ปลา น้ําดอกไม้ ปลาสาก ปลาขี้ตังเป็ด ปลากะรัง ปลากะพงแดง ปลานกแก้ว เป็นต้น

ลักษณะอาการและอาการแสดงของการแพ้ปลา

การแพ้แบบเฉียบพลันได้แก่ ลมพิษ ตาบวม คอบวม หรือหายใจไม่ออก พบได้บ่อย เนื้อปลาที่ผ่านการอบความร้อนทางกระบวนการอุตสาหกรรม หรือการอัดแน่นในกระป๋อง (canned process) พบว่าทำให้สารก่อภูมิแพ้ลดลงโดย 20% ของเด็กที่แพ้ปลาแซลมอนหรือทูน่าสามารถกินแซลมอนหรือทูน่ากระป๋องได้ การแพ้ไม่เฉียบพลันพบได้น้อยกว่า

อาการจากพยาธิอะนิสซาคิส ทำให้มีอาการปวดท้อง ลำไส้อุดตัน อาการคล้ายไส้ติ่งอักเสบ การติดเชื้อซ้ำสามารถทำให้เกิดอาการลมพิษหรือแพ้รุนแรง

พิษจากสารสคอมบรอยด์ มีอาการคลื่นไส้อาเจียนตัวแดง flushed skin ลมพิษ หลอดลมตีบ หรือหรือแพ้รุนแรงเฉียบพลันได้

พิษจากซิกัวเทอรา มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนตามมาด้วยอาการทางระบบประสาทชารอบปาก มือ เท้า ลิ้น

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

สามารถตรวจด้วยการทำสะกิดผิวหนังหรือ skin prick test และการเจาะเลือดเพื่อหาแอนติบอดีชนิดอีจำเพาะ โดยหากค่า แอนติบอดีอีมากกว่า 20 kU/L พบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการแพ้ถั่วลิสง

การยืนยันภาวะแพ้ทำได้โดยการทดสอบด้วยการรับประทานหรือ oral food challenge test ซึ่งกำหนดประมาณ 1 ชิ้นฟิลเล็ตปลา หรือประมาณ 4 ออนซ์

การรักษา

ในปัจจุบันยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงปลาและส่วนประกอบของปลาหากมีอาการแพ้รุนแรงและเฉียบพลัน การรักษาโดยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดทั้งปากหรือ oral immunotherapy ยังอยู่ในการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำให้กินปลาที่สุขผ่านความร้อน 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที ถ้าเป็นเนื้อปลาสดควรเก็บที่อุณหภูมิ ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา มากกว่า 24 ชั่วโมง  สามารถป้องกัน พยาธิอะนิสซาคิส และ รับประทานปลาที่แช่เย็นทันทีน้อยกว่า 4 องศาเซลเซียสหลังจากจับได้ จะสามารถป้องกันสารพิษสคอมบรอยด์

บทความโดย

แพทย์หญิงอัญชลี เสนะวงษ์

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Asthma and Allergy Centre (BAAC)