Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

Dupixent® (Dupilumab) คือยาอะไร? ใช้รักษาโรคอะไรบ้าง

Dupixent® (ชื่อสามัญ dupilumab) เป็นยาชีววัตถุ (biologic drug) ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้และโรคอักเสบเรื้อรังหลายชนิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลไกภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า Type 2 inflammation ยานี้ทำงานโดย ยับยั้ง interleukin-4 receptor alpha (IL-4Rα) ซึ่งเป็นตัวรับร่วมของไซโตไคน์ IL-4 และ IL-13 สองโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญในการเกิดอาการแพ้และการอักเสบเรื้อรัง

 

เมื่อปิดกั้น IL-4 และ IL-13 ได้ → การอักเสบลดลง อาการคันลดลง การสร้างเมือกและการบวมของเยื่อบุลดลง → อาการของโรคต่างๆ ดีขึ้น

Dupixent® ใช้รักษาโรคอะไรบ้าง

Dupixent® ได้รับอนุมัติให้ใช้ในหลายข้อบ่งใช้ ดังนี้:

โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (Atopic dermatitis, moderate to severe):

  • ใช้รักษาโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ปานกลางถึงรุนแรงในผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็กอายุ ≥6 เดือน ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาทาภายนอก หรือไม่สามารถใช้การรักษาดังกล่าวได้

โรคหอบหืด (Asthma, moderate to severe eosinophilic phenotype หรือ corticosteroid dependent):

  • ใช้เป็นการรักษาเสริมแบบต่อเนื่อง (add-on maintenance treatment) สำหรับผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็กอายุ ≥6 ปี ที่มีหอบหืดปานกลางถึงรุนแรงชนิด eosinophilic phenotype หรือที่ต้องพึ่งพากลูโคคอร์ติคอยด์
  • ไม่ได้ใช้เพื่อบรรเทาอาการหอบเฉียบพลัน (acute bronchospasm) หรือภาวะหอบหืดรุนแรงเฉียบพลัน (status asthmaticus)

Bullous pemphigoid:

  • ใช้รักษาผู้ใหญ่ที่มีภาวะ bullous pemphigoid (โรคตุ่มพองเรื้อรังที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune blistering disease))

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease, refractory):

  • ใช้เป็นการรักษาเสริมแบบต่อเนื่องในผู้ใหญ่ที่โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังควบคุมได้ไม่ดีและมีลักษณะ eosinophilic phenotype เพื่อลดการกำเริบของโรค
  • ไม่ได้ใช้เพื่อบรรเทาอาการหอบเฉียบพลัน

Eosinophilic esophagitis:

  • ใช้รักษาผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็กอายุ ≥1 ปี ที่มีน้ำหนัก ≥15 กก. ซึ่งเป็นโรค eosinophilic esophagitis (โรคหลอดอาหารอักเสบเรื้อรังจากภูมิแพ้ ที่มีการสะสมของ eosinophil ในเยื่อบุหลอดอาหาร ทำให้ผู้ป่วยมีอาการ กลืนลำบาก ติดคอ เจ็บหน้าอก หรืออาหารติดค้างในหลอดอาหาร มักสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้ เช่น หอบหืด แพ้อาหาร หรือโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้)

ไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีติ่งจมูก (Chronic rhinosinusitis with nasal polyps):

  • ใช้เป็นการรักษาเสริมแบบต่อเนื่องในผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็กอายุ ≥12 ปี ที่โรคไซนัสอักเสบเรื้อรังร่วมกับติ่งจมูกควบคุมได้ไม่ดี
  • ช่วยลดขนาดโพลิป ลดคัดจมูก ปรับปรุงการรับกลิ่น และลดความจำเป็นในการผ่าตัดซ้ำ

ลมพิษเรื้อรังชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Chronic spontaneous urticaria):

  • ใช้รักษาผู้ใหญ่และผู้ป่วยเด็กอายุ ≥12 ปี ที่ยังคงมีอาการแม้ได้รับการรักษาด้วย H1 antihistamine แล้ว
  • ไม่ได้ใช้สำหรับลมพิษชนิดอื่น

Prurigo nodularis:

  • ใช้รักษาผู้ใหญ่ที่มีภาวะ prurigo nodularis (โรคผิวหนังเรื้อรังที่มีตุ่มนูนแข็ง คันมาก และมักเกาเป็นแผลเรื้อรัง พบได้ตามแขน ขา หรือส่วนอื่นของร่างกาย สาเหตุเกี่ยวข้องกับ ความผิดปกติของระบบประสาทและภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ร่วมกับการเกาเรื้อรัง ซึ่งมักไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป)

กลไกการออกฤทธิ์

Dupilumab เป็น human monoclonal antibody ชนิด IgG4 ที่จับกับ IL-4Rα subunit ทำให้ยับยั้งการส่งสัญญาณของ interleukin-4 (IL-4) และ interleukin-13 (IL-13)

  • การยับยั้ง IL-4Rα ด้วย dupilumab จะลด การตอบสนองการอักเสบที่ถูกกระตุ้นโดย IL-4 และ IL-13 รวมถึง
    • การหลั่งไซโตไคน์ก่อการอักเสบ (proinflammatory cytokines)
    • การหลั่งเคโมไคน์ (chemokines)
    • การสร้างไนตริกออกไซด์ (nitric oxide)
    • การสร้าง IgE
  • อย่างไรก็ตาม กลไกการออกฤทธิ์ที่แท้จริงของ dupilumab ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์
  • IL-4 และ IL-13 เป็นตัวการอักเสบสำคัญในหลายโรค เช่น
    • โรคหอบหืด (Asthma)
    • โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (Atopic dermatitis)
    • Bullous pemphigoid
    • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease)
    • ไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีติ่งจมูก (Chronic rhinosinusitis with nasal polyps)
    • Eosinophilic esophagitis

วิธีใช้และการฉีด

  • Dupixent® เป็นยาฉีดใต้ผิวหนัง (subcutaneous injection)
  • รูปแบบ: prefilled syringe และ prefilled pen
  • ผู้ป่วยหลายรายสามารถเรียนรู้วิธีฉีดเองที่บ้านได้

ขนาดยา

โรคหอบหืดชนิดปานกลางถึงรุนแรงที่มี eosinophilic phenotype หรือพึ่งพากลูโคคอร์ติคอยด์ชนิดรับประทาน

  • อาจใช้เป็น การรักษาเสริม (add-on therapy) ในผู้ป่วยหอบหืดที่
    • ต้องใช้กลูโคคอร์ติคอยด์ชนิดรับประทานต่อเนื่อง
    • มีลักษณะ eosinophilic phenotype (เช่น eosinophil ในเลือดส่วนปลาย ≥150 เซลล์/ไมโครลิตร)
    • หรือมีโรคอักเสบชนิด type 2 ร่วมด้วย (เช่น atopic dermatitis, ไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีติ่งจมูก) ซึ่งจำเป็นต้องรักษาควบคู่กัน
  • ควรใช้รักษาอย่างน้อย 4 เดือน เพื่อตัดสินประสิทธิผล
    • ขนาดยาและวิธีใช้ (SUBQ):
      • 400 มก. ครั้งเดียว จากนั้น 200 มก. ทุก 2 สัปดาห์ หรือ 600 มก. ครั้งเดียว จากนั้น 300 มก. ทุก 2 สัปดาห์

หมายเหตุ: เป็นขนาดยาที่แนะนำในผู้ป่วยที่ต้องใช้กลูโคคอร์ติคอยด์ชนิดรับประทานและมีโรคอักเสบชนิด type 2 ร่วมด้วย

 

โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ชนิดปานกลางถึงรุนแรง (Atopic dermatitis, moderate to severe)

  • ใช้เป็น การรักษาเสริม (add-on therapy) ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยการใช้ยาทาภายนอกที่เป็นยาตามใบสั่งแพทย์ หรือในกรณีที่ไม่สามารถใช้การรักษาดังกล่าวได้
    • ขนาดยาและวิธีใช้ (SUBQ):
      • 600 มก. ครั้งเดียว จากนั้น 300 มก. ทุก 2 สัปดาห์
      • ในผู้ป่วยที่ควบคุมอาการได้หลังจากรักษาครบ 1 ปี อาจพิจารณาเว้นระยะการให้ยาเป็นทุก 3–4 สัปดาห์

Bullous pemphigoid

  • ใช้ร่วมกับการให้ กลูโคคอร์ติคอยด์ชนิดรับประทาน (oral corticosteroids) โดยเริ่มต้นด้วยขนาดยาที่สามารถควบคุมโรคได้ จากนั้นค่อย ๆ ลดขนาดยากลูโคคอร์ติคอยด์ลง (tapering) และให้ dupilumab เป็นการรักษาแบบ monotherapy ต่อไป
    • หากมีการกำเริบของโรค (relapse) สามารถกลับมาใช้กลูโคคอร์ติคอยด์ร่วมอีกครั้งได้
    • ขนาดยาและวิธีใช้ (SUBQ):
      • 600 มก. ครั้งเดียว จากนั้น 300 มก. ทุก 2 สัปดาห์

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังชนิดดื้อการรักษา (Chronic obstructive pulmonary disease, refractory) – การป้องกันการกำเริบของโรค

  • อาจใช้เป็นการรักษาเสริมระบบ (systemic add-on therapy) ที่เหมาะสมในผู้ป่วยที่มี eosinophilic COPD (จำนวน eosinophil ในเลือดส่วนปลาย ≥300 เซลล์/ไมโครลิตร) และยังมีการกำเริบบ่อยครั้ง แม้ได้รับการรักษามาตรฐานขนาดสูงสุดแล้ว เช่น
    • ยาสเตียรอยด์ชนิดสูด (inhaled glucocorticoid)
    • ยาขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์ยาว (long-acting beta-agonist; LABA)
    • ยาต้าน muscarinic ชนิดออกฤทธิ์ยาว (long-acting muscarinic antagonist; LAMA)
  • หากการรักษาไม่มีประสิทธิผล ควรหยุดยา ภายใน 6–12 เดือน
    • ขนาดยาและวิธีใช้ (SUBQ):
      • 300 มก. ทุก 2 สัปดาห์

Eosinophilic esophagitis

  • ผู้เชี่ยวชาญบางรายแนะนำให้ใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีโรคภูมิแพ้ร่วม (เช่น หอบหืดรุนแรง, ผิวหนังอักเสบภูมิแพ้, ไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีติ่งจมูก) หรือในผู้ที่ดื้อต่อการรักษาอื่น ๆ หรือปฏิเสธการรักษาแบบมาตรฐาน
    • ขนาดยาและวิธีใช้ (SUBQ):
      • 300 มก. สัปดาห์ละครั้ง

Prurigo nodularis

  • แนะนำให้ใช้เป็นการรักษาเชิงระบบ (systemic treatment) อันดับแรก (first-line) สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคเป็นบริเวณกว้าง หรือโรคที่ดื้อต่อการรักษาอื่น (refractory disease)
    • ขนาดยาและวิธีใช้ (SUBQ):
      • 600 มก. ครั้งเดียว
      • ตามด้วย 300 มก. ทุก 2 สัปดาห์

ไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีติ่งจมูก (Chronic rhinosinusitis with nasal polyps)

  • อาจพิจารณาใช้เป็น การรักษาเสริม (add-on therapy) ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยการรักษาอื่น เช่น ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก (intranasal corticosteroids) และ/หรือการผ่าตัด
    • ควรใช้รักษาอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อตัดสินประสิทธิผล
    • ขนาดยาและวิธีใช้ (SUBQ):
      • 300 มก. ทุก 2 สัปดาห์
      • ในผู้ป่วยที่ควบคุมอาการได้ดีอย่างสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญบางรายแนะนำให้สามารถเว้นระยะการให้ยาเป็นทุก 4 สัปดาห์

ลมพิษเรื้อรังชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Chronic spontaneous urticaria)

    • ขนาดยาและวิธีใช้ (SUBQ):
      • 600 มก. ครั้งเดียว
      • ตามด้วย 300 มก. ทุก 2 สัปดาห์

ประโยชน์ที่คาดหวังจาก Dupixent®

  • โรคผิวหนังภูมิแพ้ (AD):
    ลดอาการคัน ผื่นแดง หนังกำพร้าหนาลง ทำให้ผิวดีขึ้น ผู้ป่วยจำนวนมากคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน
  • หอบหืด:
    ลดความถี่ของการกำเริบ ลดความจำเป็นต้องใช้สเตียรอยด์ระบบ ลดการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
  • Chronic rhinosinusitis with nasal polyps:
    ขนาดโพลิปลดลง อาการคัดจมูกดีขึ้น กลิ่นกลับมาดีขึ้น ลดโอกาสต้องผ่าตัดซ้ำ
  • Eosinophilic esophagitis:
    ลด eosinophil ในหลอดอาหาร อาการกลืนอาหารดีขึ้น
  • Prurigo nodularis:
    ลดจำนวนตุ่มนูน อาการคันบรรเทาลง ทำให้ผู้ป่วยนอนหลับและใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจพบ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย:

  • ปฏิกิริยา ณ จุดฉีด (บวม แดง คัน)
  • เยื่อบุตาอักเสบ (conjunctivitis) หรือตาแดง
  • ปวดข้อ
  • เจ็บคอ

ผลข้างเคียงรุนแรง (พบไม่บ่อย):

  • แพ้ยา (hypersensitivity reaction)
  • Keratitis (กระจกตาอักเสบรุนแรง)
  • Eosinophilia (เม็ดเลือดขาว eosinophil สูงผิดปกติ)

ข้อควรระวัง

  • Dupixent® ไม่ใช่ยาฉุกเฉิน: ไม่ใช้แทนยาพ่นขยายหลอดลมหรืออะดรีนาลีนเมื่อหอบเฉียบพลัน
  • ห้ามหยุดยามาตรฐานเอง: เช่น corticosteroid ต้องให้แพทย์เป็นผู้ปรับยา
  • ผู้ป่วยที่มีโรคตา ควรสังเกตอาการ หากมีตาแดง คัน หรือการมองเห็นผิดปกติควรรีบพบแพทย์
  • ควรฉีดครั้งแรกในสถานพยาบาลเพื่อสังเกตอาการแพ้

Checklist ก่อนเริ่มใช้ Dupixent®

  • ยืนยันว่าโรคและอายุเข้าเกณฑ์ข้อบ่งใช้
  • ได้รับการอธิบายวิธีการฉีดและตารางนัดชัดเจน
  • เข้าใจว่าไม่ใช่ยาฉุกเฉิน
  • รู้วิธีสังเกตอาการแพ้ยาและผลข้างเคียงที่ต้องระวัง
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องค่าใช้จ่ายและสิทธิการรักษา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ต้องฉีดนานแค่ไหน?
A: ส่วนใหญ่เป็นการรักษาระยะยาว ขึ้นอยู่กับการตอบสนองและการประเมินของแพทย์

 

Q: ฉีดเองที่บ้านได้หรือไม่?
A: ผู้ป่วยหลายรายสามารถฉีดเองได้หลังได้รับการสอนจากแพทย์หรือพยาบาล

 

Q: ผลข้างเคียงเรื่องตาอันตรายไหม?
A: ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง เช่น ตาแดง คันตา แต่บางรายอาจเกิด keratitis ต้องรีบพบแพทย์ถ้าอาการแย่ลง

 

Q: ยาราคาแพงหรือไม่?
A: Dupixent® เป็นยาชีวภาพ มักมีราคาสูง

สรุป

Dupixent® (Dupilumab) เป็นยาชีวภาพที่ปิดกั้น IL-4 และ IL-13 ซึ่งเป็นตัวการหลักของการอักเสบแบบ Type 2 ได้รับการอนุมัติใช้ในหลายโรค ดังกล่าวข้างต้น

 

ยานี้มีประสิทธิภาพสูง ลดอาการเรื้อรังที่รบกวนคุณภาพชีวิต เช่น คันผิวหนัง หอบหืดรุนแรง โพลิปจมูก กลืนอาหารลำบาก และอาการคันจาก Prurigo nodularis ได้อย่างชัดเจน

 

อย่างไรก็ตาม Dupixent® ไม่ใช่ยาฉุกเฉิน ต้องใช้ตามแผนการรักษาของแพทย์และมีการติดตามอย่างใกล้ชิด