ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ตรวจให้พบก่อน ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งทวารหนัก (Colorectal Cancer) เป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรทั่วโลก แต่ในทางการแพทย์ โรคนี้มีจุดสำคัญคือสามารถป้องกันได้ และมีโอกาสรักษาหายสูง หากตรวจพบตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ข้อมูลสถานการณ์สุขภาพในปี 2568–2569 ชี้ให้เห็นว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่ควรตระหนักและไม่ควรรอให้มีอาการก่อนเข้ารับการตรวจ เพราะระยะเริ่มต้นมักไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน- อันดับความรุนแรง: เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 1 ในชายไทย และอันดับ 3 ในหญิงไทย
- แนวโน้มเพิ่มขึ้น: อุบัติการณ์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุน้อยลง อันเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตแบบตะวันตก
- ตรวจช้า ความเสี่ยงสูง: หากตรวจพบในระยะแพร่กระจาย อัตรารอดชีวิต 5 ปีลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการตรวจพบในระยะเริ่มต้น
อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี ตามระยะที่ตรวจพบ
| ระยะที่ตรวจพบ | โอกาสรอดชีวิต 5 ปี | คำแนะนำทางการแพทย์ |
|---|---|---|
| ระยะเริ่มแรก (Localized) | สูงถึง 91.5% | มักตรวจพบจากการส่องกล้องคัดกรอง แม้ไม่มีอาการ |
| ระยะลุกลามเข้าใกล้เคียง (Regional) | ประมาณ 60–80% | เซลล์เริ่มกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง |
| ระยะแพร่กระจาย (Distant) | เหลือเพียง 10–16% | เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังตับหรือปอด |
1. กลไกการเกิดโรค: จาก “ติ่งเนื้อ” สู่ “มะเร็ง”
มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่มีกระบวนการดำเนินโรคที่ใช้เวลายาวนาน โดยกว่า 70–90% ของมะเร็งลำไส้ใหญ่พัฒนามาจากติ่งเนื้อชนิด Adenomatous Polyp ซึ่งงอกผิดปกติบริเวณเยื่อบุผนังลำไส้ ในระยะแรก ติ่งเนื้อเหล่านี้จะเป็นเพียงเนื้องอกธรรมดา (Benign Tumour) ที่ไม่มีอาการแสดงใด ๆ แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เซลล์ในติ่งเนื้ออาจเกิดการกลายพันธุ์สะสมจนพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็ง (Carcinoma) ซึ่งกระบวนการนี้มักใช้ระยะเวลาเฉลี่ย 5–10 ปี5–10 ปี คือ “หน้าต่างแห่งโอกาส”
ระยะเวลานี้เป็นช่วงสำคัญที่เปิดโอกาสให้แพทย์สามารถค้นหาและจัดการกับติ่งเนื้อได้ก่อนที่มะเร็งจะก่อตัว การตรวจคัดกรองจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคอย่างแท้จริง2. ทำไมการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงเป็นมาตรฐานทองคำ?
ปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่หลายวิธี เช่น การตรวจหาเม็ดเลือดแดงแฝงในอุจจาระ (Fecal Occult Blood Test: FOBT) หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลำไส้ใหญ่ (CT Colonography) แต่การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ยังคงเป็นมาตรฐานทางการแพทย์ หรือ Gold Standard ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการประสิทธิภาพการวินิจฉัย
ด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องสมัยใหม่จากประเทศญี่ปุ่นที่ใช้ระบบ AI-Assisted Colonoscopy ร่วมกับ NBI (Narrow Band Imaging) ช่วยเพิ่มความคมชัดของหลอดเลือดบนผิวเนื้อเยื่อ ทำให้แพทย์สามารถคัดกรองและแยกแยะประเภทของติ่งเนื้อได้อย่างแม่นยำ แม้มีขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร หรือเป็นติ่งเนื้อชนิดแบนที่มองเห็นยากด้วยแสงปกติประสิทธิภาพการรักษา
การส่องกล้องเป็นวิธีที่สามารถ “ตรวจพบและรักษาได้ทันที” (See and Treat) หากแพทย์พบติ่งเนื้อ สามารถใช้เครื่องมือพิเศษผ่านสายกล้องเพื่อตัดติ่งเนื้อออก (Polypectomy) และส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้ในการทำหัตถการครั้งเดียว3. ใครควรเข้ารับการคัดกรองด้วยการส่องกล้อง?
กลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไป (Average Risk)
บุคคลทั่วไปทั้งชายและหญิง ควรเริ่มเข้ารับการส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่ออายุครบ 45 ปี และแม้ว่าผลตรวจจะปกติ ก็ยังควรตรวจซ้ำทุก 5–10 ปี ตามดุลยพินิจของแพทย์กลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk)
ควรเริ่มคัดกรองเร็วกว่ากำหนด หรือมีความถี่ในการตรวจมากขึ้น หากมีปัจจัยต่อไปนี้- มีประวัติบุคคลในครอบครัวสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือตรวจพบติ่งเนื้อชนิดเสี่ยงสูง
- มีประวัติเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease: IBD) เช่น Crohn’s Disease หรือ Ulcerative Colitis
- มีโรคทางพันธุกรรมที่เสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น FAP (Familial Adenomatous Polyposis) หรือ Lynch Syndrome
กลุ่มที่มีสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms)
หากมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอดูอาการ แต่ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณาส่องกล้องทันทีโดยไม่เกี่ยงอายุ- มีเลือดสดหรือเลือดสีคล้ำปนมากับอุจจาระ
- พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงเรื้อรัง เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย หรืออุจจาระลำเล็กลง
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือตรวจพบภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
- ปวดท้องเรื้อรัง หรือคลำพบก้อนในช่องท้อง
4. ความปลอดภัยและการเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ
การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ในปัจจุบันมีความปลอดภัยสูงและสร้างความเจ็บปวดน้อยมาก หัตถการนี้มักทำภายใต้การให้ยาระงับความรู้สึก (Sedation) ผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น หรือหลับลึกอย่างปลอดภัยตลอดการตรวจ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที ส่วนสำคัญที่สุดคือการเตรียมลำไส้ (Bowel Preparation) ด้วยการรับประทานยาระบายตามแพทย์สั่ง เพื่อล้างอุจจาระให้หมดจด ลำไส้ที่สะอาดจะช่วยให้แพทย์มองเห็นรอยโรคขนาดเล็กได้อย่างแม่นยำ และลดอัตราการตรวจพลาด (Missed Rate)เจาะลึกเทคโนโลยีความแม่นยำสูง: AI & NBI จากญี่ปุ่น
ที่โรงพยาบาล BNH มีการยกระดับการตรวจคัดกรองด้วยนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อลดอัตราการตรวจพลาด (Missed Rate) ให้เหลือน้อยที่สุดAI (Artificial Intelligence)
ทำหน้าที่เป็น “ดวงตาที่สอง” ให้กับแพทย์ โดยระบบจะช่วยสแกนและส่งสัญญาณเตือนทันทีที่พบความผิดปกติในลำไส้ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจพบติ่งเนื้อ หรือ Adenoma Detection Rate ได้สูงขึ้นNBI (Narrow Band Imaging)
เทคโนโลยีการส่องกล้องด้วยแสงสีเขียวและน้ำเงินเข้ม ช่วยให้เห็นรายละเอียดของโครงสร้างหลอดเลือด (Vascular Pattern) บนติ่งเนื้อได้อย่างชัดเจน ทำให้แพทย์ประเมินลักษณะความเสี่ยงของติ่งเนื้อได้แม่นยำยิ่งขึ้นสรุปข้อคิดทางคลินิก
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่ป้องกันได้ หากผู้ป่วยมีความตระหนักรู้และเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างถูกวิธีและทันเวลา การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ไม่เพียงช่วยค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น แต่ยังเป็นหัตถการที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการตัดติ่งเนื้อแบบประเมินความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่เบื้องต้น
ลองตรวจสอบสุขภาพของคุณและคนใกล้ชิด หากมีข้อใดข้อหนึ่งตรงกับคุณ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการส่องกล้องคัดกรอง| หัวข้อการประเมิน | รายละเอียดความเสี่ยง | มี / ใช่ | ไม่มี / ไม่ใช่ |
|---|---|---|---|
| 1. เกณฑ์อายุ | คุณมีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป หรือไม่? | ☐ | ☐ |
| 2. ประวัติครอบครัว | มีญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมีติ่งเนื้อหรือไม่? | ☐ | ☐ |
| 3. ระบบขับถ่าย | อุจจาระมีเลือดปน หรือมีลักษณะเล็กลงเท่าแท่งดินสอหรือไม่? | ☐ | ☐ |
| 4. พฤติกรรมขับถ่าย | มีอาการท้องผูกสลับท้องเสียเรื้อรัง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุดบ่อย ๆ หรือไม่? | ☐ | ☐ |
| 5. อาการทางร่างกาย | ปวดท้องเรื้อรัง แน่นท้อง ท้องอืด หรือคลำพบก้อนในช่องท้องหรือไม่? | ☐ | ☐ |
| 6. สัญญาณเตือนอื่น ๆ | น้ำหนักลดลงผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีภาวะซีด/โลหิตจางหรือไม่? | ☐ | ☐ |
| 7. พฤติกรรมเสี่ยง | สูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย หรือรับประทานเนื้อแดง/เนื้อแปรรูปเป็นประจำหรือไม่? | ☐ | ☐ |
การแปลผลเบื้องต้น
- หากคุณตอบ “มี/ใช่” ในข้อ 1 อายุ 45 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการอื่น แนะนำให้หาเวลาเข้าตรวจคัดกรองตามมาตรฐานการป้องกันล่วงหน้า
- หากคุณตอบ “มี/ใช่” ในข้อ 2 ประวัติครอบครัว คุณมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเริ่มตรวจคัดกรองเร็วกว่าเกณฑ์ปกติ
- หากคุณตอบ “มี/ใช่” ในข้อ 3–6 ถือเป็นสัญญาณเตือน (Red Flags) ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อวินิจฉัยด้วยการส่องกล้องโดยเร็วที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่
ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เจ็บไหม ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหรือไม่?
ไม่มีอาการผิดปกติ จำเป็นต้องคัดกรองมะเร็งลำไส้หรือไม่?
หากแพทย์ตรวจพบติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ ต้องผ่าตัดใหญ่หรือไม่?
กังวลเรื่องการกินยาระบายและการเตรียมลำไส้ มีวิธีที่สะดวกกว่าทำเองที่บ้านไหม?
จุดเด่นของการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
โรงพยาบาลบีเอ็นเอชมุ่งเน้นคุณภาพและความแม่นยำในการตรวจคัดกรองลำไส้ใหญ่ โดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญคือ อัตราการตรวจพบติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ (Adenoma Detection Rate: ADR) ซึ่งสะท้อนถึงความละเอียดในการค้นหาติ่งเนื้อชนิดอะดีโนมา ที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในอนาคตสถิติ ADR ของโรงพยาบาลบีเอ็นเอช
ข้อมูลการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ของโรงพยาบาลบีเอ็นเอช ระหว่างปี 2021–2025 พบว่า มีอัตราการตรวจพบติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล| อัตราการตรวจพบติ่งเนื้อ (ADR) | กลุ่มผู้เข้ารับการตรวจ |
|---|---|
| 40% | ทุกกลุ่มอายุ |
| 45% | อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป |
มาตรฐานการบริการและเทคโนโลยีที่ BNH
เพื่อให้การส่องกล้องลำไส้ใหญ่มีความแม่นยำ ปลอดภัย และสะดวกสบายสำหรับผู้เข้ารับบริการ โรงพยาบาลบีเอ็นเอชให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดูแลในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนตรวจ การส่องกล้อง ไปจนถึงการวางแผนดูแลรักษาหากพบความผิดปกติเทคโนโลยีขั้นสูง
ใช้เทคโนโลยีส่องกล้อง AI และ NBI จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจหารอยโรค ติ่งเนื้อขนาดเล็ก หรือติ่งเนื้อชนิดแบนที่อาจมองเห็นได้ยากด้วยแสงปกติทีมผู้เชี่ยวชาญ
ดูแลโดยทีมแพทย์และพยาบาลเฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร ที่มีความชำนาญในการดูแลผู้เข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ในทุกขั้นตอนความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบาย
มีห้องเตรียมลำไส้แบบส่วนตัว ช่วยลดความกังวลเรื่องการเข้าห้องน้ำระหว่างการเตรียมตัว และช่วยให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นบริการ One Day Service
สามารถเตรียมลำไส้และเข้ารับการส่องกล้องจบได้ภายในวันเดียว โดยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและบริหารเวลาได้ง่ายการรักษาต่อเนื่อง
หากตรวจพบความผิดปกติ เช่น ติ่งเนื้อ รอยโรค หรือภาวะที่ต้องติดตามเพิ่มเติม แพทย์สามารถวางแผนการดูแลรักษาแบบครบวงจรได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลให้การส่องกล้องลำไส้ใหญ่เป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และแม่นยำ
ดูแลโดยศูนย์ระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมเทคโนโลยี AI และ NBI ทีมแพทย์เฉพาะทาง และบริการ One Day Service เพื่อการตรวจคัดกรองที่สะดวกและมั่นใจมากขึ้นReference Note: ข้อมูลสถิติอุบัติการณ์มะเร็งลำไส้ใหญ่ อ้างอิงจากรายงานสถิติทะเบียนมะเร็งประเทศไทย โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และฐานข้อมูลมะเร็งโลก (GLOBOCAN) โดยองค์การอนามัยโลก ประจำปี 2568–2569
ให้ "การส่องกล้องทางเดินอาหาร" ของคุณเป็นเรื่องง่าย❗️
หมดกังวลเรื่องคิวนาน ! แผนก Digestive Care Centre โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
บริการเต็มรูปแบบทุกวัน ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น เราก็พร้อมให้บริการส่องกล้องทางเดินอาหารแบบครบวงจรทุกวัน
สะดวกและมั่นใจ ด้วยการเตรียมลำไส้ในช่วงเช้า และเข้ารับการส่องกล้องในช่วงบ่าย
ดูแลพิเศษ โดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนของการเตรียมลำไส้
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับการเตรียมลำไส้
ข้อดีของการส่องกล้องที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
- มีทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ทางระบบทางเดินอาหาร คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
- มีเครื่องมือที่ทันสมัย ส่องกล้องด้วย AI และ NBI เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย
- มีห้องพักสำหรับการเตรียมตัวส่องกล้องแบบส่วนตัว หมดความกังวลแม้คุณมาเองเพียงลำพัง
- ทีมพยาบาลเฉพาะทางดูแลและเตรียมยาระบายให้ท่านตามกระบวนการและเวลาที่เหมาะสม หมดกังวลเรื่องถ่ายยาก ถ่ายไม่หมด หรือปวดขับถ่ายระหว่างเดินทาง
- หากตรวจพบความผิดปกติสามารถดูแล รักษาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
- มีการติดตามอาการหลังส่องกล้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยของเราปลอดภัย
- สะดวก สบาย ครบ จบใน 1 วัน ทั้งการเตรียมลำไส้และการส่องกล้อง