มาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล BNH เราให้คุณได้มากกว่าที่คุณคิด
“ตรวจสุขภาพที่ไหนก็เหมือนกัน”
“มาตรวจที่โรงพยาบาล BNH ต้องจ่ายแพงกว่า”
นอกเหนือจากการพบแพทย์แผนกตรวจสุขภาพเพื่อตรวจประเมินในภาพรวมแล้ว แพทย์เฉพาะทางโรคทางเดินอาหาร อายุรกรรมหัวใจเป็นผู้ตรวจประเมินและบอกผลการตรวจแก่คนไข้ด้วยตัวเองทุกราย เพื่อความแม่นยำและเป็นประโยชน์แก่คนไข้สูงสุด
หลายท่านอาจเคยมีความคิดเช่นนี้ จริงอยู่ว่าโปรแกรมตรวจสุขภาพของแทบทุกสถานพยาบาลมักไม่แตกต่างกันเพราะให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นพื้นฐานของสุขภาพแต่ละช่วงวัยเหมือนกัน แต่ที่โรงพยาบาล BNH เราใส่ใจมากเกินกว่านั้น เปลี่ยนภาพการตรวจสุขภาพประจำปีที่เนิ่นนาน ยุ่งยาก หลายขั้นตอน เป็นการส่งมอบคุณค่าการบริการและประโยชน์สูงสุดที่คนไข้ควรได้รับตลอดระยะเวลาของการตรวจสุขภาพที่ BNH
- แพทย์ให้เวลาดูแลคนไข้อย่างเต็มที่ นับเป็นจุดเด่นของการพบแพทย์ที่โรงพยาบาล BNH ที่แพทย์รับคนไข้เพียงจำนวนจำกัด จึงมีเวลาให้แต่ละเคสมากกว่า การได้พูดคุยกับคนไข้คุณหมอนานขึ้น ทำให้แพทย์ได้ข้อมูลคนไข้มากขึ้น อาทิ ประวัติครอบครัว รูปแบบการดำเนินชีวิต อาหารการกิน การออกกำลังกายและไลฟ์สไตล์ของคนไข้ล้วนมีผลต่อการวินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำและถ้วนทั่ว รวมถึงการวางแผนแนวทางการดูแลตนเองร่วมกันกับคนไข้ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดีขึ้น
- การดูแลแบบองค์รวม (Complete Care) ถึงแม้ในการพบแพทย์เฉพาะทางแต่ละครั้ง แพทย์จะพยายามประเมินสุขภาพของคนไข้ในส่วนอื่นจากข้อมูลที่มีเพื่อให้คนไข้ได้รับการดูแลรอบด้านมากที่สุด แต่อาการบางอย่างก็ไม่สามารถตรวจสอบได้จากการตรวจเฉพาะโรค การตรวจสุขภาพประจำปีจึงทำให้คนไข้ได้รับการดูแลรอบด้านที่ครอบคลุมมากขึ้น ท่านจะได้รับการดูแลสุขภาพครบทุกส่วนโดยแพทย์เฉพาะทางครบทุกด้าน และ Complete Care ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพใจและคนรอบตัวของคนไข้ด้วย เพราะเรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้ส่งผลกับสุขภาพของคนไข้อย่างไร
- ความสัมพันธ์ภายในองค์กรที่ส่งผลดีต่อคนไข้ ด้วยวัฒนธรรมองค์กรของโรงพยาบาลบีเอ็นเอชส่งเสริมสายสัมพันธ์ระหว่างคณะแพทย์และบุคลากรทุกแผนก ซึ่งความใกล้ชิดนี้ส่งผลต่อการดูแลคนไข้ ทำให้การประสานงาน การตรวจโรค การส่งเคสข้ามแผนกเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่ใช่เคสของตัวเอง แต่แพทย์ทุกท่านก็ยินดีให้คำปรึกษากันเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของคนไข้
- บริการที่ให้ความรู้สึกอุ่นใจในพื้นที่ปลอดภัย นาทีแรกที่ย่างเข้ามาในพื้นที่โรงพยาบาล คนไข้ทุกคนจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นเป็นมิตร และความรู้สึกนี้จะยังคงดำเนินอยู่ไปตลอดการรับบริการ มิตรภาพนี้ทำให้การรับการรักษาของคนไข้เป็นไปอย่างสบายใจ และยังทำให้แพทย์ได้รู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากคนไข้อันส่งผลดีต่อการรักษามากขึ้น
มุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา เราทราบดีว่าเมื่อคนเราเจ็บป่วย การรักษาพยาบาลนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่สูง ต้องใช้เวลาในการรักษา และมีผลข้างเคียงจากการรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจ โรงพยาบาล BNH จึงนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคต่าง ๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของคนไข้ - มุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดที่คนไข้จะได้รับ รายงานผลตรวจสุขภาพของคนไข้แต่ละราย แพทย์จะใช้เวลาในการคิดและเขียนแผนการดูแลสุขภาพรายบุคคลออกมาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายมากที่สุด เพื่อให้ปฏิบัติได้จริง เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพของคนไข้เอง
หลายคนคงเคยผ่านประสบการณ์ตรวจสุขภาพมาแล้ว และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร หลายครั้งก็อาจจะเคยเกิดคำถามในใจถึงความคุ้มค่าของการตรวจสุขภาพ โรงพยาบาล BNH จึงรวบรวมคำตอบเพื่อให้คุณเข้าใจการตรวจสุขภาพในทุกช่วงวัยมากขึ้น
หากคุณอายุ 20 ตอนต้น ถึง 30 ตอนปลาย
ช่วงแรกที่แพทย์แนะนำสำหรับการตรวจสุขภาพประจำปี คือช่วงเริ่มต้นวัยทำงาน อายุ 20 ตอนต้น ไปจนถึง 30 ตอนปลาย ซึ่งโดยปกติแล้วสุขภาพร่างกายของคนวัยนี้ยังแข็งแรงและสึกหรอน้อยจนแทบไม่แสดงอาการ โรคที่พบบ่อยตามมาตรฐานก็แทบจะไม่มี
อายุก็น้อย ไม่มีสัญญาณปัญหาสุขภาพ แล้วจะตรวจสุขภาพทำไม?
ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าสิ่งที่เหมือนจะปกติแปลว่าปกติจริงๆ ดังเช่นเรื่องราวของคุณเอ
“คุณเออายุ 20 ต้นๆ มาตรวจสุขภาพของบริษัท ในโปรแกรมมีให้ตรวจอุจจาระที่คุณเอรู้สึกว่ามีความยากลำบาก ในขณะที่ตนเองก็ขับถ่ายปกติดี จึงไม่ต้องการตรวจ แต่ท้ายที่สุดเมื่อแพทย์อธิบายถึงประโยชน์ที่คนไข้จะได้รับจากการตรวจนี้ คุณเอจึงให้ความร่วมมือจากการนำตัวอย่างไปทำปฏิกิริยาทางเคมีพบว่ามีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารทั้งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แพทย์จึงส่งคนไข้ไปตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพิ่มเติม ก็พบว่ามีบริเวณที่ผิดปกติในระยะเริ่มต้น และสามารถให้การรักษา และวางแผนในการตรวจติดตามเป็นระยะ เป็นประโยชน์ที่เราพบความผิดปกติได้เร็ว ไม่ต้องรอจนมีอาการผิดปกติซึ่งจะทำให้การรักษายากขึ้น ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น คุณภาพชีวิตอาจไม่ดีเท่าตรวจพบเร็ว นี่คือความคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปของการเข้ารับการตรวจสุขภาพและคุ้มค่ากว่ามากที่ตรวจพบตั้งแต่แรกเริ่ม”
ไม่มีอะไรการันตีอีกเช่นกันว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ร่างกายของคุณจะเปลี่ยนไปอย่างไร หรือการเปลี่ยนแปลงนั้นนับว่าเป็นปกติหรือไม่ ในกรณีของคุณเอ หากวันนั้นคุณเอไม่เก็บอุจจาระส่งตรวจ อีกไม่กี่ปีข้างหน้าโรคอาจลุกลามไปแล้ว
การตรวจสุขภาพจึงเป็นการเก็บข้อมูลร่างกายเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่ผิดไปจากแนวโน้มปกติของคุณ เพราะการทำงานของร่างกายแต่ละบุคคลแตกต่างกัน การที่ตรวจพบโรคได้เร็ว ทำให้เริ่มการรักษาได้เร็ว แผนการรักษาก็สั้นกว่า ง่ายกว่า ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการรักษาเมื่อพบโรคในระยะท้าย ๆ และไม่ต้องทุกข์ทรมานกับการรักษาที่ยาวนานและอาจมีผลข้างเคียงมากกว่า ความคุ้มค่าของการตรวจสุขภาพจึงอยู่ที่คุณภาพชีวิตของคนไข้ที่ดีกว่า
นอกจากนี้ การตรวจสุขภาพยังรวมไปถึงการพูดคุยกับแพทย์วิเคราะห์ความเสี่ยงจากประวัติทางครอบครัว เพื่อหาโรคที่อาจซุกซ่อนในตัวคุณรอวันแสดงอาการ และนำไปสู่แนวทางในการดูแลตัวเองที่เหมาะสมกับร่างกายคุณทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
อายุก็น้อย ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แล้วจะตรวจสุขภาพทำไม?
ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ต้องควบคู่ไปกับการดูแลที่ถูกต้อง ในวงการแพทย์มีการอัปเดตข้อมูลจากการค้นคว้าวิจัยใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ในขณะที่ข้อมูลที่คนทั่วไปอาจยังตามไม่ทัน และหากปฏิบัติต่อไปเรื่อย ๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ตัวอย่างความเข้าใจอื่น ๆ ที่อาจจะยังไม่ถูกต้องนักเกี่ยวกับสุขภาพที่ พบบ่อย เช่น
- ความเชื่อ การดื่มน้ำผลไม้ดีต่อสุขภาพ
ความจริง น้ำผลไม้กากใยต่ำกว่าการทานผลสดมากและยังมีน้ำตาลสูงมาก การดื่มน้ำผลไม้เป็นประจำ นอกจากไม่ได้กากใยแล้วยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงโรคเบาหวานได้ - ความเชื่อ กรดยูริกในร่างกายสูง ต้องงดกินข้อไก่ เครื่องในสัตว์
ความจริง น้ำตาลฟรุกโตสในผลไม้ก็สามารถเพิ่มกรดยูริกได้เช่นกัน - ความเชื่อ วิ่งเป็นประจำทำให้ร่างกายแข็งแรง อายุน้อยไม่มีทางที่เข่าจะมีปัญหา
ความจริง หากเคยประสบอุบัติเหตุหรือวิ่งผิดท่า การวิ่งอาจไปกระตุ้นปัญหาข้อเข่า จึงอาจไม่เหมาะสมกับทุกคน ถึงแม้ว่าอายุน้อยก็ตาม - ความเชื่อ ประเทศไทยแดดแรง ไม่มีทางขาดวิตามินดี
ความจริง คนไทยส่วนมาก ขาดวิตามินดี จึงควรได้รับวิตามินดีจากแหล่งที่มาอื่นเพิ่มเติม
หากเกิดโรคในวัยอายุน้อย อาการของโรคมีแนวโน้มที่จะรุนแรงกว่าปกติ และมีโอกาสสูงกว่ามากที่จะไม่ทันสังเกตอาการและความเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น ในโปรแกรมตรวจสุขภาพของโรงพยาบาล BNH นอกจากการตรวจค่าต่าง ๆ ของร่างกายเก็บเป็นฐานข้อมูล และดูความผิดปกติแล้ว แพทย์ยังให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไข้ด้วย การมาตรวจสุขภาพกับแพทย์เป็นประจำ จึงได้อัปเดตข้อมูลด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับร่างกายของคุณ ตัดวงจรที่บ่อนทำลายสุขภาพของตัวเองด้วยความเชื่อผิด ๆ ทิ้งไป
อายุน้อย ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง?
วัยหนุ่มสาว อายุต่ำกว่า 25 ปี: เริ่มเก็บข้อมูลสุขภาพให้เป็นระบบ
ช่วงวัยนี้เหมาะกับการ “วางรากฐาน” เพราะยิ่งมีข้อมูลพื้นฐานเร็วเท่าไร ยิ่งเห็นแนวโน้มสุขภาพชัดขึ้นในอนาคต
แนะนำแพ็กเกจ: Explorer (อายุต่ำกว่า 25 ปี)
💰 ราคาพิเศษ 10,900 บาท (จากปกติ 18,700 บาท)
เหมาะสำหรับเริ่มต้นเก็บข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน และประเมินความเสี่ยงจากพันธุกรรมและไลฟ์สไตล์
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก
วัยเริ่มต้นทำงาน อายุ 25–35 ปี: งานหนัก เครียดสะสม พฤติกรรมเมืองเริ่มส่งผล
วัยนี้มัก “ยุ่ง” และมองข้ามสัญญาณเล็ก ๆ เช่น เหนื่อยง่าย นอนน้อย น้ำหนักขึ้นไว หรือค่าต่าง ๆ เริ่มแกว่งจากการใช้ชีวิต
แนะนำแพ็กเกจ: Builder (อายุ 25–35 ปี)
💰 ผู้ชาย 12,900 บาท (จากปกติ 22,100 บาท)
💰 ผู้หญิง 15,900 บาท (จากปกติ 26,700 บาท)
ออกแบบให้ละเอียดขึ้น เหมาะกับภาระงาน ความเครียด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตในเมือง
หากคุณอายุระหว่าง 30 ตอนปลาย ถึง 50 ปี
ในช่วงวัย 30 เป็นช่วงเวลาแห่งการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็การทำงาน การเข้าสังคม และการสร้างครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อเดินทางมาถึงช่วงอายุ 30 ตอนปลาย คุณจะรู้สึกว่าร่างกายไม่ฟิตเหมือนเคย เหนื่อยง่ายกว่าเดิม ระบบเผาผลาญเริ่มมีปัญหา ทั้งนี้เพราะร่างกายที่ผ่านการใช้งานมาพอสมควรเริ่มแสดงสัญญาณของความเสื่อมถอยตามธรรมชาติ รวมถึงผลลัพธ์จากพฤติกรรมที่ทำต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน และนั่นทำให้ช่วงอายุนี้คุณควรให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น
วัยกลางคน ความเสี่ยงอะไรบ้างที่เพิ่มมากขึ้นจนต้องระวัง?
ความเสื่อมถอยของช่วงวัยกลางคนมีทั้งอาการที่แสดงออกชัดเจน และยังไม่แสดงอาการ การตรวจสุขภาพจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าเพื่อทำความรู้จักสภาพร่างกายตัวเอง และวิธีการดูแลตัวเองที่เหมาะสมเพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย
“สำหรับผู้หญิงวัยนี้การตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านมเป็นเรื่องที่จำเป็นหลายคนอาจมีความคิดคล้าย ๆ กันว่าคลำเต้านมด้วยตนเองขณะอาบน้ำทุกวันก็น่าจะเพียงพอ ในความเป็นจริงหากมีหินปูนที่ผิดปกติซ่อนในเต้านมจะไม่สามารถคลำเจอได้เพราะหินปูนอาจ อยู่ลึกมาก ๆ หรือมีขนาดค่อนข้างเล็ก การมาตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านมจึงเช็กความผิดปกติตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นได้คนไข้บางท่าน กลัวการตรวจแมมโมแกรมเนื่องจากทำให้เจ็บที่เต้านมขณะตรวจ จึงพยายามหลีกเลี่ยง ซึ่งหากเลือกช่วงเวลาตรวจให้ห่างจากช่วงมีประจำเดือน ก็ช่วยลดความเจ็บปวดขณะตรวจได้ระดับหนึ่ง และประโยชน์จากการตรวจพบในระยะเริ่มแรก เทียบไม่ได้เลยกับการเผชิญผลกระทบรอบด้านที่ได้รับหากพบมะเร็งในระยะลุกลาม นับเป็นความคุ้มค่าที่แลกมากับความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยขณะตรวจได้อย่างดี
นอกจากการตรวจเต้านมเพื่อหาความเสี่ยงมะเร็งเต้านมแล้ว อาการอื่นที่แพทย์ให้ความสนใจเป็นพิเศษสำหรับวัยกลางคน อาทิ
- ไขมันเกาะตับ เป็นโรคที่มากับการใช้ชีวิตโดยตรง เช่น ทานเยอะ ทานอาหารดึก ดื่มแอลกอฮอล์ น้ำหนักตัวขึ้น พักผ่อนน้อย ซึ่งถ้าเริ่มมีไขมันเกาะตับก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตับ มีค่าเอนไซม์ที่ตับสูงขึ้น หรือรบกวนระบบเผาผลาญของร่างกายที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคกลุ่ม NCDs ตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วนลงพุง
- การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน ร่วมกับการตรวจค่าเอนไซม์ตับ ช่วยวินิจฉัยโรคได้ระดับหนึ่ง และการตรวจ Fibroscan สามารถบอกรายละเอียดได้เป็นค่าตัวเลข รวมถึงประเมินความรุนแรงของโรคและมีประโยชน์ในการติดตามการรักษามากกว่ามาก
- การตรวจซักประวัติในเชิงลึกมากขึ้น เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพร่วมกันกับคนไข้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไข้
- การตรวจเลือดพื้นฐานเกี่ยวกับปอด หัวใจ ตับ ไต ค่าฮอร์โมนไทรอยด์
- เริ่มมีการตรวจหามะเร็งที่มีโอกาสพบได้ในช่วงวัยนั้น เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ เป็นต้น
การตรวจภูมิต้านทาน ซักประวัติความเสี่ยงก่อนการวางแผนมีบุตร ก็เป็นสิ่งจำเป็นในกา - วางแผนครอบครัว เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและเพื่อการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ปลอดภัย
วัยกลางคน ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง?
วัยทำงาน อายุ 35–50 ปี: เริ่มเหนื่อยง่าย ระบบเผาผลาญเปลี่ยน ความเสี่ยง NCDs เพิ่มขึ้น
ช่วง 30 ปลายถึง 40+ หลายคนรู้สึกชัดว่า “ร่างกายไม่ฟิตเหมือนเดิม” เพราะทั้งความเสื่อมตามวัย และผลสะสมจากพฤติกรรมเดิม ๆ
ความเสี่ยงที่มักเพิ่มขึ้น เช่น ไขมันพอกตับ ภาวะอ้วนลงพุง เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด และความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด
แนะนำแพ็กเกจ: Mentor (อายุ 35–50 ปี)
💰 ผู้ชาย 27,900 บาท (จากปกติ 49,800 บาท)
💰 ผู้หญิง 32,900 บาท (จากปกติ 59,000 บาท)
ต่อยอดจาก Builder โดยเน้นระบบไหลเวียน หัวใจ ปอด ตับ ไต ไทรอยด์ และเพิ่มการตรวจที่ช่วยคัดกรองความเสี่ยง NCDs ให้ชัดขึ้น
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก
หากคุณอายุ 50 ปีขึ้นไป
“เมื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สุขภาพของคนเราก็เหมือนรถยนต์ ใช้นาน ๆ ก็เริ่มสึกหรอ ผู้สูงอายุก็เช่นกัน ดังนั้นรายการตรวจสุขภาพจึงต้องลงรายละเอียดเชิงลึกมากว่าวัยอื่น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง เหมาะสมกับคนไข้รายบุคคล ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่สำคัญคือการได้ ตรวจพบสิ่งที่มันกำลังจะเสื่อมเพื่อร่วมกันหาทางชะลอความเสื่อมเหล่านั้น”
แต่ถึงแม้กลุ่มผู้สูงอายุจะเผชิญกับความเสื่อมของร่างกายมากที่สุด แต่ก็ยังมีหลายปัจจัยที่ทำให้คนกลุ่มนี้มองข้ามการตรวจสุขภาพ แม้ว่าจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของตนโดยตรง
อายุเยอะ รู้อยู่แล้วว่าเป็นโรคอะไร แล้วทำไมต้องตรวจสุขภาพเพิ่มเติม?
ผู้สูงอายุหลายท่านมีโรคประจำตัวและแพทย์ประจำตัวที่ดูแลโรคเฉพาะทางอยู่แล้ว เช่น หมอหัวใจ หมอไต แต่ปัญหาของร่างกายอาจเกิดขึ้นกับส่วนอื่น ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งการดูแลแบบ Complete Care ของโรงพยาบาล BNH แพทย์เจ้าของไข้นอกจากจะดูแลโรคประจำตัวแล้ว แพทย์จะช่วยประเมินอาการอื่น ๆ ในขั้นต้นจากข้อมูลที่มี ที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับโรคที่ดูแล เช่น ค่าความดัน อาการที่แสดงออกทางกายภาพ ประวัติการรักษา การซักประวัติครอบครัว แต่ทั้งนี้ อาการหลายอย่างก็สามารถทราบได้จากการตรวจที่เจาะลึกมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้ผู้สูงอายุจะพบแพทย์เฉพาะทางเป็นประจำอยู่แล้ว ยังควรหมั่นรับการตรวจสุขภาพควบคู่ไปด้วย เพื่อการดูแลในภาพรวมที่ครอบคลุมมากกว่า
อายุเยอะ คงผ่านช่วงความเสี่ยงสูงมาแล้ว การตรวจสุขภาพคงไม่จำเป็น?
“มีคนไข้สูงอายุที่ตรวจสุขภาพประจำปีทุก 2 – 3 ปี แต่ยังตรวจเจอมะเร็งเต้านมระยะแรกทั้งๆ ที่ตรวจมาตลอดแต่ไม่เคยมีพบ และดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี”
ด้วยความเข้าใจคลาดเคลื่อนนี้จึงทำให้ผู้สูงอายุหลายรายพบความผิดปกติเมื่อเข้าสู่ระยะที่การรักษาทำได้ยากแล้ว
อายุเยอะ ความเสี่ยงเยอะ ความกังวลเยอะ ค่าใช้จ่ายก็เยอะ ทำไมต้องเปลือง?
“มีคนไข้ที่มาตรวจสุขภาพประจำปีแล้วประทับใจ จึงพาคุณพ่อสูงอายุ ที่ยังดูแข็งแรงมาตรวจด้วยจากการตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องทำให้พบก้อนที่ไตขนาด 2-3 เซนติเมตรแพทย์ผู้ตรวจจึงส่งไปปรึกษาแพทย์หมอเฉพาะทางและพบว่าเป็นมะเร็งในระยะแรกๆ หากไม่ได้รับการตรวจตั้งแต่ต้นรู้ตัวอีกทีในวันที่ระยะของมะเร็งแพร่กระจายแล้ว นับเป็นความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เสียไปเพื่อการตรวจคัดกรองสุขภาพในวันที่อายุมากแล้ว ทำให้เริ่มรักษาได้อย่างทันท่วงที”
อายุเยอะ ควรตรวจสุขภาพอะไร?
อายุ 50 ปีขึ้นไป: ดูแลแบบองค์รวม ลดโอกาสโรคระยะท้าย
หลายท่านมีแพทย์ประจำตัวอยู่แล้ว (เช่น หัวใจ ไต) แต่สุขภาพไม่ได้มีแค่ “โรคประจำตัว” การตรวจสุขภาพช่วยให้เห็นภาพรวมของร่างกาย และลดโอกาสพบความผิดปกติเมื่อ “สายเกินไป”
แนะนำแพ็กเกจ: Giver (อายุ 50 ปีขึ้นไป)
💰 ผู้ชาย 34,900 บาท (จากปกติ 58,300 บาท)
💰 ผู้หญิง 39,900 บาท (จากปกติ 66,200 บาท)
ออกแบบให้ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในวัย 50+ อย่างรอบด้าน เพื่อช่วยวางแผนดูแลระยะยาว
เพราะความเสื่อมในร่างกายผู้สูงอายุทั่วไป หากไล่จากบนลงล่าง เริ่มตั้งแต่สายตาซึ่งมักถูกมองข้ามที่สุด เพราะผู้สูงอายุอาจจะไม่รู้เลยว่าเขาเริ่มมีต้อกระจกหรือความดันตาขึ้น มีระยะสายตาแคบลง มองไม่เห็นสิ่งกีดขวางเวลาเดิน การได้ยินอาจจะเสื่อมลงโดยญาติที่อยู่ใกล้ชิดเริ่มสังเกตได้ว่าเขาเปิดโทรทัศน์เสียงดังหรือพูดดังขึ้น การรับรู้รสก็ลดลง ทานอาหารไม่อร่อยไม่ถูกใจ การกลืนการย่อยอาหารก็มีปัญหา จากนั้นก็ไล่ไปที่ระบบในหลอดเลือด ในผู้ชายก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากอาจทำให้ตื่นไปปัสสาวะ 3-4 ครั้งต่อคืน คุณภาพการนอนก็จะแย่ลง ความดันโลหิตสูงตามมา ในผู้หญิงก็มีภาวะวัยทอง กระดูกก็จะเริ่มบางลงด้วย
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก
แพ็กเกจตรวจสุขภาพของโรงพยาบาลบีเอ็นเอช ได้รับการออกแบบรายการตรวจโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์ตรวจสุขภาพร่วมกับแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ทำให้มีแพ็กเกจตรวจหลากหลายตัวเลือก นอกเหนือจากแพ็กเกจตรวจสุขภาพตามช่วงอายุยังมีแพ็กเกจตรวจสุขภาพที่ผนวกรายการตรวจเฉพาะส่วนไว้อีกด้วย ได้แก่
- แพ็กเกจตรวจ Lungs Focus คัดกรอง มะเร็งปอดระยะเริ่มต้น และความผิดปกติของปอดโดยละเอียด ด้วยการเอ็กซเรย์รังสีต่ำ (Low Dose CT Scan)
- แพ็กเกจตรวจ Advanced Heart ตรวจหัวใจโดยแพทย์เฉพาะทาง แนะนำอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
- แพ็กเกจตรวจ Total Heart & Lungs ตรวจเช็คความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและปอดอย่างละเอียด สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เพื่อค้นหาโอกาสเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็งปอด เพื่อการวางแผนป้องกันและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
- แพ็กเกจตรวจ Total Heart & Lungs plus Brain ตรวจเช็คความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและปอดอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจหลอดเลือดสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เพื่อการป้องกันและแก้ไขได้ตรงจุด
- แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ และมะเร็งปอด (2C1U)
“ดังเช่นแพ็กเกจ 2C1U เน้นที่ตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดที่หัวใจ หลอดเลือดสมอง และมะเร็งปอด ซึ่งเป็นการตรวจรวมหลายส่วนในราคาที่สมเหตุสมผลให้กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงได้ประโยชน์สูงสุด ทำให้สามารถเจอเคสในระยะเริ่มแรกมากขึ้น ไม่ต้องรอให้เกิดภาวะหัวใจอุดตันแล้วค่อยมาทำบอลลูนบายพาสที่ค่าใช้จ่ายสูงกว่ามากๆ และมีบางครั้งที่คนไข้ที่คนพ่อตรวจทำแล้ว คนลูกก็อยากตรวจบ้าง แต่หากวัยยังไม่ถึงเกณฑ์ที่มีความจำเป็นต้องตรวจ เหตุปัจจัยยังไม่มี แพทย์ก็ยังไม่แนะนำให้ตรวจ”
ตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล อีกทางเลือกเพื่อรู้จักตัวเองเฉพาะส่วนที่ต้องการในงบประมาณที่ต้องการ
“ตรวจสุขภาพทุกปี สิ้นเปลืองเงิน”
“ตรวจสุขภาพทุกปี แต่ร่างกายส่วนนี้ไม่เห็นเคยเป็นอะไร”
“ตรวจสุขภาพทุกปี แต่ไม่มีผลตรวจที่อยากรู้เป็นพิเศษ”
การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งที่ควรทำทุกปี แต่หลายท่านอาจมีคำถามในใจที่นำไปสู่การละเลยการตรวจสุขภาพจนสายเกินไป โรงพยาบาล BNH เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นคนวัยไหน แพทย์จะประเมินสุขภาพและประวัติครอบครัวดูก่อนว่าคุณเหมาะสมกับโปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะส่วน หรือควรออกแบบโปรแกรมตรวจสำหรับคุณโดยเฉพาะตามปัญหาที่คุณมี ภายใต้งบประมาณที่ต้องการ
“แพทย์เริ่มจากการซักประวัติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเสี่ยง ความกังวล และผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมาว่ามีจุดไหนที่เราจะตรวจลึกลงไปได้อีก ปีนี้ตรวจระบบนี้แล้วยังไม่พบเรื่องที่ต้องกังวลเป็นพิเศษ ปีต่อไปก็ตรวจลึกในระบบอื่นๆ บางท่านมีงบประมาณมาให้ หลังจากพูดคุยหาข้อสรุปร่วมกันแพทย์ก็จะวางแผนการตรวจให้เหมาะสมกับงบประมาณมากที่สุด
การตรวจสุขภาพรูปแบบนี้ทำให้คนไข้สามารถบริหารจัดการวงเงินในการดูแลสุขภาพประจำปีได้อย่างดี ผู้สูงอายุบางรายก็อาจไม่ต้องทำทุกอย่างในคราวเดียว สามารถตรวจตามลำดับความสำคัญ และตรวจส่วนอื่นเพิ่มเติมในปีถัดไป”
นับเป็นความคุ้มค่าที่คนไข้จะได้รับการดูแลเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และแพทย์สหสาขา ที่พร้อมให้เวลาดูแลคนไข้แต่ละรายด้วยประสบการณ์และความใส่ใจ ตั้งแต่เริ่มต้น
สอบถามเพิ่มเติม
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี (Annual Check-up Programmes)
สุขภาพดี เริ่มที่การตรวจประจำปีที่ BNH
โปรแกรมตรวจครบทุกด้าน ตรงตามความต้องการเฉพาะบุคคล
ครอบคลุมทุกวัยตั้งแต่วัยทำงานจนถึงวัย 50+