เข้าใจไมเกรนและ CGRP
ไมเกรน คืออะไร
ไมเกรนเป็นโรคปวดหัวเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ลักษณะอาการของไมเกรนส่วนใหญที่พบคือ ปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวข้างขวา ข้างซ้าย ปวดหัวตุบๆ หรือในบางรายก็ปวดหัวทั้งสองข้าง ปวดโดยรอบศีรษะ ตลอดจนปวดหัวท้ายทอย และมักมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว เห็นแสงวูบวาบ ไวต่อสิ่งเร้า เช่น เสียงดัง กลิ่นแรง แสงจ้า หรือมีอาการไมเกรนขึ้นตา
สาเหตุของไมเกรนมาจากหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม สารในระบบประสาทสมอง ภาวะฮอร์โมน รวมถึงปัจจัยกระตุ้นจากภายนอก เช่น ความเครียด สภาพแวดล้อม การพักผ่อนน้อย เป็นต้น
การรักษาไมเกรนในอดีตมักเน้นไปที่การบรรเทาอาการปวดเมื่อเกิดขึ้นแล้ว แต่ปัจจุบันมีการพัฒนายารักษาไมเกรนชนิดใหม่ ที่เรียกว่ายาต้าน CGRP (Calcitonin gene-related peptide) ซึ่งมีกลไกการทำงานที่แตกต่างและมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดไมเกรนได้ดีกว่า
CGRP – Calcitonin gene-related peptide คืออะไร
CGRP เป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งในร่างกาย มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการอักเสบและการเกิดอาการปวดในผู้ป่วยไมเกรน การใช้ยาต้าน CGRP จึงเป็นการยับยั้งการทำงานของสารชนิดนี้ ทำให้ลดอาการปวดและป้องกันการเกิดไมเกรนซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยาต้าน CGRP มีประโยชน์อย่างไร?
- ป้องกันการเกิดไมเกรน: เป็นยารักษาโรคปวดหัวไมเกรนโดยเฉพาะ ชนิดใหม่ ผ่านการรับรองจาก FDA และ อย. มีกลไกการออกฤทธิ์ที่สามารถยับยั้งอาการปวดหัวไมเกรนได้ทั้งแบบรุนแรง เป็นครั้งคราว และแบบเรื้อรัง
- ลดความถี่และความรุนแรง: ของอาการปวดหัวไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดอาการอื่นๆ ที่ร่วมด้วย: นอกจากลดอาการปวดแล้ว ยายังช่วยลดอาการอื่นๆ ที่ร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และความไวต่อแสงเสียง
- สะดวกและรวดเร็ว: ผู้ป่วยเพียงฉีดยาตามกำหนด 1 ครั้งต่อเดือน หรือกินยาตามที่แพทย์สั่ง ก็สามารถยับยั้งอาการปวดหัวได้
- ผลข้างเคียงน้อย: ในผู้ป่วยบางรายเมื่อเทียบกับการรักษาชนิดอื่น ๆ
- ปรับปรุงคุณภาพชีวิต: ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติมากขึ้น ทั้งยังส่งผลให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย
ยาต้าน CGRP: ชนิด รูปแบบ และวิธีการใช้
ยาต้าน CGRP นับเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ในการรักษาไมเกรนอย่างมาก ด้วยกลไกการทำงานที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพในการลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัวไมเกรน โดยแต่ละคนอาจตอบสนองต่อยาแต่ละชนิดแตกต่างกัน การเลือกใช้ยาจึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ชนิดของยาต้าน CGRP
ยาต้าน CGRP มีหลายชนิด โดยแบ่งตามกลไกการออกฤทธิ์และรูปแบบของยา ดังนี้
- ยาโมโนคลอนอลแอนติบอดี (Monoclonal antibodies): เป็นยาที่ออกฤทธิ์โดยตรงในการยับยั้ง CGRP มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการเกิดไมเกรนซ้ำ โดยมักให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ
- ยาที่ออกฤทธิ์ต่อตัวรับ CGRP: ยาชนิดนี้จะไปยับยั้งการทำงานของตัวรับ CGRP ทำให้ CGRP ไม่สามารถออกฤทธิ์ได้
รูปแบบของยา
ยาต้าน CGRP มีหลายรูปแบบ ทั้งยาฉีดและยาเม็ดรับประทาน แต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกยาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลตามสภาพร่างกายและความรุนแรงของโรควิธีการใช้
- ยาฉีด: ความถี่ ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและคำแนะนำของแพทย์ อาจเป็นการฉีดทุกเดือนหรือทุกๆ 1-3 เดือน
- ยาเม็ดรับประทาน : ความถี่ ผู้ป่วยควรทานยาตามที่แพทย์สั่ง อาจเป็นการทานเมื่อมีอาการปวดหรือทานเป็นประจำทุกวันขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงในแต่ละบุคคล
ข้อควรระวังและผลข้างเคียง
ยาต้าน CGRP นับว่าเป็นวิธีการรักษาไมเกรนที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด โดยผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น
- ปฏิกิริยาแพ้: อาจมีอาการคัน ผื่น หรือบวม
- อาการไม่พึงประสงค์ทั่วไป: เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ผลข้างเคียงที่รุนแรง: แม้จะเกิดขึ้นได้น้อย แต่ควรแจ้งแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง หายใจลำบาก หรือบวมที่ใบหน้า
การเลือกใช้ยาต้าน CGRP
การเลือกใช้ยาต้าน CGRP ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ชนิดของไมเกรน: ไมเกรนที่มีอาการนำหรือไม่มีอาการนำ
- ความรุนแรงของอาการ: ความถี่และความรุนแรงของการเกิดไมเกรน
- โรคประจำตัว: ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ
- การตอบสนองต่อยารักษาอื่นๆ
โดยมีข้อแนะนำในการเลือกใช้ยาดังนี้
- ปรึกษาแพทย์: ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม ก่อนตัดสินใจใช้ยาต้าน CGRP
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- ติดตามผลการรักษา: เข้าพบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อติดตามผลการรักษาและปรับเปลี่ยนปริมาณหรือชนิดของยาหากจำเป็น
- บันทึกอาการ: บันทึกความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัว เพื่อเป็นแนวทางให้แพทย์ในการประเมินผลการรักษาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
“ยาต้าน CGRP เป็นตัวเลือกใหม่ในการรักษาไมเกรนที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมาก หากคุณกำลังประสบปัญหาจากอาการปวดหัวไมเกรน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและพิจารณาการใช้ยาต้าน CGRP เพื่อควบคุมอาการและกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ การเลือกใช้ยาและวิธีการใช้ที่เหมาะสมจะช่วยให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”
รักษาไมเกรนที่ไหนดี
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวบางครั้งบางคราว ปวดหัวท้ายทอย ปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวข้างซ้าย ปวดกระบอกตา หรือปวดหัวเรื้อรัง แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางโรคระบบประสาทและสมอง เพื่อปรึกษาและรับการรักษาอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
คลินิกปวดหัว ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลบีเอ็นเอช มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องการปวดหัวทุกรูปแบบ และรูปแบบการรักษาที่หลากหลาย ซึ่งสามารถพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคนไข้แต่ละบุคคล เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ผู้ป่วยหรือผู้ที่สนใจปรึกษาเกี่ยวกับอาการปวดหัวและไมเกรนสามารถติดต่อขอคำปรึกษาหรือเข้ารับการรักษาได้ที่ Headache Clinic @BNH Neuroscience Centre ชั้น 4 โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
นายแพทย์ เขษม์ชัย เสือวรรณศรี
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นายแพทย์ ณัฐวุฒิ เกษทอง
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นพ. รัชยุทธ ธนปิยชัยกุล
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
พญ. อรุณี บุญสุข
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นายแพทย์ คงพจน์ วิรุฬห์พจน์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
พญ. จุฑาภรณ์ จั่นวงศ์แก้ว
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
แพทย์หญิง ชลวิภา ศิริยุทธ์วัฒนา
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นพ. ชัยชนะ สินธุวงษ์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นพ. ชัยยศ เสียงประเสริฐกิจ
แผนกศัลยกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทศัลยศาสตร์ -
พญ. ฐิติพร ศุภสิทธิ์ธำรง
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
โรคสมองเสื่อม -
นพ. ณษฐพจน์ นำผล
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา รังสีร่วมรักษาระบบประสาท -
นพ. ดำรงวิทย์ สุขะจินตนากาญจน์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา