ต้อกระจกเป็นภาวะที่เลนส์แก้วตาขุ่นมัว ทำให้การมองเห็นลดลง เรียนรู้สาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษาต้อกระจก เพื่อดูแลสุขภาพดวงตาของคุณให้ดีที่สุด
ต้อกระจกคืออะไร?
ต้อกระจก เป็นภาวะที่เลนส์แก้วตาขุ่นมัว ทำให้แสงผ่านเข้าสู่ดวงตาได้น้อยลง ส่งผลให้การมองเห็นลดลง ภาพที่เห็นอาจไม่ชัดเจน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสีที่รับรู้ โดยอาการจะค่อย ๆ แย่ลงอย่างช้า ๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น
อาการของต้อกระจก
อาการของต้อกระจกมักค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่มีอาการเจ็บปวด แต่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น ได้แก่
- การมองเห็นค่อย ๆ มัวลงทีละน้อย
- การมองเห็นไม่ชัดในที่
- มีแสงจ้า หรือมองเห็นดีกว่าในที่มืด
- มีการมองเห็นภาพซ้อน แม้ใช้ตาข้างเดียว
- มองเห็นสีผิดเพี้ยน โดยเฉพาะสีเหลือง
- การมองไกลแย่ลง หรือสายตาสั้นขึ้นจนต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย
- อาจเห็นฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตาในกรณีที่ต้อกระจกสุกเต็มที่
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของต้อกระจก
สาเหตุหลักของต้อกระจก
ต้อกระจกเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย โดยปัจจัยหลักที่พบมากที่สุดคือ ความเสื่อมตามอายุ ซึ่งทำให้โปรตีนในเลนส์แก้วตาจับตัวกันจนเกิดความขุ่นมัว
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดต้อกระจก
- อายุที่มากขึ้น (พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี)
- โรคเบาหวาน ซึ่งอาจทำให้ต้อกระจกเกิดเร็วขึ้น
- การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดดมากเกินไป
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
- การได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา หรือเคยผ่าตัดตา
วิธีรักษาต้อกระจก
การรักษาด้วยการผ่าตัด
ปัจจุบัน การผ่าตัดต้อกระจก เป็นวิธีเดียวที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยจะทำการนำเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมแทนที่ วิธีการผ่าตัดมี 2 แบบ ได้แก่
1. การผ่าตัดต้อกระจกแผลใหญ่ (ECCE – Extracapsular Cataract Extraction)
เหมาะกับผู้ป่วยที่มีต้อกระจกแข็งมาก
ต้องเปิดแผลที่ใหญ่ขึ้น และอาจเกิดภาวะสายตาเอียงหลังผ่าตัด
2. การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification)
เป็นวิธีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง
ใช้เครื่องมือสลายเลนส์ที่ขุ่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วดูดออก
มีแผลขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และไม่ต้องเย็บแผล
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจและรักษาต้อกระจก
ไม่จำเป็นต้องงดยาหรืออาหารก่อนตรวจ
ควรมีญาติพามา เนื่องจากแพทย์อาจหยอดยาขยายม่านตา ทำให้มองเห็นไม่ชัดชั่วคราว
ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
หากใช้ยาละลายลิ่มเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต้อกระจก (FAQ)
ถ้าเป็นโรคเบาหวาน สามารถผ่าต้อกระจกได้หรือไม่?
สามารถผ่าตัดได้ แต่ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ถ้าปล่อยต้อกระจกไว้โดยไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น?
หากไม่รักษา ต้อกระจกอาจทำให้การมองเห็นแย่ลงเรื่อย ๆ จนถึงขั้นตาบอด
เลนส์แก้วตาเทียมที่ใส่แทนสามารถใช้งานได้นานเท่าใด?
เลนส์แก้วตาเทียมสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่
สรุป
ต้อกระจกเป็นภาวะที่สามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ แม้ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่การดูแลสุขภาพตา และตรวจเช็คสายตาเป็นประจำจะช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
พญ. ณัฐรินทร์ ภูษิตโภยไคย
แผนกตา
ความชำนาญพิเศษ
โรคกระจกตา -
นพ. ธีระพัฎ จิตต์พูลกุศล
แผนกตา
ความชำนาญพิเศษ
โรคตาทั่วไป -
นพ. ภราดร สุขอุดม
แผนกตา | คลินิกต้อหิน
ความชำนาญพิเศษ
โรคต้อหิน -
พญ. ชุติมา สุภาวเวช
แผนกตา | คลินิกต้อหิน
ความชำนาญพิเศษ
โรคต้อหิน -
พญ. ธิดารัตน์ ตั้งกิจ
แผนกตา
ความชำนาญพิเศษ
โรคตาทั่วไป -
พญ. วรรษา รุ่งภูวภัทร
แผนกตา | คลินิกต้อหิน
ความชำนาญพิเศษ
จักษุวิทยา -
พญ. จุไรรัตน์ วัจนะมงคล
แผนกตา
ความชำนาญพิเศษ
จักษุวิทยา -
นพ. มงคล ธาดารติ
แผนกตา
ความชำนาญพิเศษ
โรคตาทั่วไป และจอประสาทตา -
นพ. ไกรเลิศ เธียรนุกุล
แผนกตา
ความชำนาญพิเศษ
โรคตาทั่วไป -
นพ. ปัญชรัช ปรีชาหาญ
แผนกตา
ความชำนาญพิเศษ
จักษุวิทยา -
พญ. ไอรีน ศุภางคเสน
แผนกตา
ความชำนาญพิเศษ
โรคตาในเด็ก, ตาเข, ตาเหล่ -
นพ. พฤกษ์ วิชัยยะ
แผนกตา
ความชำนาญพิเศษ
จักษุวิทยา