ภาวะหัวใจโต (Enlarged heart; Cardiomegaly) เป็นสัญญาณหรือตัวบ่งชี้้ว่าร่างกายมีภาวะหรือมีโรคอื่นที่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติ หรือกล้ามเนื้อหัวใจได้รับความเสียหาย แพทย์มักพบภาวะนี้จากการตรวจภาพถ่าย โดยเฉพาะเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray) หรือจากการตรวจอื่นๆ เช่น อัลตราซาวนด์หัวใจ
เมื่อพบว่ามีภาวะหัวใจโต จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากการรักษาจะเน้นไปที่การแก้ไขโรคหรือภาวะต้นเหตุ ภาวะหัวใจโตอาจเป็นชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับสาเหตุและการรักษา ในบางกรณีหัวใจอาจกลับมามีขนาดปกติได้หากได้รับการรักษาที่เหมาะสม
อาการและสัญญาณ
ผู้ที่มีภาวะหัวใจโตหลายรายอาจไม่มีอาการใดๆ และค้นพบโดยบังเอิญจากการตรวจภาพถ่ายด้วยเหตุผลอื่น อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการมักเกี่ยวข้องกับโรคต้นเหตุหรือการทำงานของหัวใจที่ลดลง อาการที่อาจพบ ได้แก่:
อาการที่พบบ่อย
- หายใจลำบาก หายใจสั้น โดยเฉพาะเมื่อออกแรงหรือเมื่อนอนราบ อาจต้องหนุนหมอนหลายใบเพื่อหายใจได้สะดวก
- ตื่นกลางคืนเพราะหายใจไม่อิ่ม รู้สึกสำลักหรือต้องลุกขึ้นนั่งจึงจะหายใจได้ดีขึ้น
- รู้สึกใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia)
- บวมน้ำ ที่ขา ข้อเท้า เท้า หรือท้อง เกิดจากการคั่งของของเหลว
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แม้ทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อย
- ไอ โดยเฉพาะเมื่อนอน
เมื่อใดควรพบแพทย์
หากท่านมีอาการข้างต้น หรือได้รับการบอกจากแพทย์ว่ามีภาวะหัวใจโตจากการตรวจภาพถ่าย ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินและหาสาเหตุ
สัญญาณเตือนภาวะฉุกเฉิน – ต้องติดต่อฉุกเฉินทันที
ควรโทรเรียกความช่วยเหลือฉุกเฉินทันทีหากมีอาการดังนี้:
- เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หรือรู้สึกกดทับ
- ปวดร้าวไปแขน หลัง คอ กราม หรือลิ้นปี่
- หายใจลำบากอย่างรุนแรง
- เป็นลม หมดสติ
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย (หัวใจวาย) หรือภาวะฉุกเฉินอื่นที่ต้องได้รับการรักษาทันที
สาเหตุของภาวะหัวใจโต
ภาวะหัวใจโตมักเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจได้รับความเสียหายหรือภาวะที่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติเป็นเวลานาน สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:
โรคหัวใจและหลอดเลือด
- 1. โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease)
มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจตั้งแต่เกิด
อาจทำให้ห้องหัวใจบางห้องโตผิดปกติ - 2. กล้ามเนื้อหัวใจตาย (Heart Attack/Myocardial Infarction)
กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนตายและเกิดพังผืด
ทำให้ส่วนที่เหลือต้องทำงานหนักขึ้นและขยายตัว - 3. โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy)
ผนังหัวใจหนาขึ้น แข็งตึง หรือยืดขยาย
มีหลายชนิด เช่น cardiomyopathy แบบขยายตัว แบบหนาตัว แบบจำกัดการคลายตัว - 4. โรคลิ้นหัวใจ (Heart Valve Disease)
ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว
ทำให้ห้องหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นและขยายตัว
พบบ่อยที่ลิ้นเอออร์ติกและลิ้นไมตรัล - 5. ความดันโลหิตสูง (Hypertension)
หัวใจต้องสูบฉีดเลือดด้วยแรงมากขึ้นเพื่อเอาชนะความดัน
กล้ามเนื้อหัวใจจะหนาตัวขึ้น (hypertrophy) และในที่สุดอาจอ่อนแรงและขยายตัว - 6. ความดันหลอดเลือดปอดสูง (Pulmonary Hypertension)
ความดันในหลอดเลือดปอดสูงขึ้น
ทำให้ห้องหัวใจขวาต้องทำงานหนักและหนาตัวหรือขยายตัว
โรคและภาวะอื่นๆ
- 7. ภาวะซีด (Anemia)
เลือดมีออกซิเจนต่ำ
หัวใจต้องสูบฉีดเลือดเร็วขึ้นและมากขึ้นเพื่อชดเชย - 8. โรคต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ (Thyroid Disease)
ไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) หรือน้อยเกินไป (Hypothyroidism)
ทั้งสองภาวะสามารถส่งผลต่อหัวใจได้ - 9. ภาวะเหล็กคั่ง (Hemochromatosis)
เหล็กสะสมในอวัยวะต่างๆ รวมถึงหัวใจ
ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ - 10. โปรตีนอะไมลอยด์สะสมที่หัวใจ (Cardiac Amyloidosis)
โปรตีนผิดปกติสะสมในกล้ามเนื้อหัวใจ
ทำให้ผนังหัวใจหนาและแข็งตึง
สาเหตุพิเศษอื่นๆ
- 11. น้ำรอบหัวใจมาก (Pericardial Effusion)
มีของเหลวสะสมในถุงหุ้มหัวใจ
ทำให้หัวใจ”ดูโต”บนภาพเอกซเรย์ แม้ว่าตัวหัวใจเองอาจมีขนาดปกติ - 12. หัวใจนักกีฬา (Athlete’s Heart)
เกิดจากการออกกำลังกายแอโรบิกหนักและสม่ำเสมอเป็นเวลานาน
หัวใจขยายตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ไม่ถือเป็นโรคและไม่ต้องรักษา - 13. ไขมันรอบหัวใจมาก (Epicardial Fat)
ไขมันสะสมรอบหัวใจ
ทำให้ดูเหมือนหัวใจโตในภาพถ่าย แม้หัวใจอาจไม่มีปัญหา - 14. การตั้งครรภ์
หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดให้เพียงพอทั้งมารดาและทารก
หัวใจอาจโตชั่วคราวและกลับเป็นปกติหลังคลอด
ปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจโต ได้แก่:
- ประวัติครอบครัว มีโรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy) หรือภาวะหัวใจโต
- ความดันโลหิตสูง มากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท
- โรคหัวใจอื่นๆ เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคลิ้นหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ
- ประวัติกล้ามเนื้อหัวใจตาย
- โรคเบาหวาน
- โรคไทรอยด์
- โรคอ้วน
- การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
- การใช้สารเสพติด เช่น โคเคน แอมเฟตามีน
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระดับความรุนแรง และส่วนของหัวใจที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่:
ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure)
พบบ่อยที่สุดเมื่อห้องล่างซ้ายโตหรืออ่อนแรง
หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
เกิดอาการหายใจลำบาก บวมน้ำ อ่อนเพลีย
ลิ่มเลือดในหัวใจ (Intracardiac Thrombus)
เมื่อหัวใจขยายตัว เลือดอาจไหลช้าและเกาะกันเป็นลิ่มเลือด
ลิ่มเลือดอาจหลุดไปอุดหลอดเลือดอวัยวะอื่น ได้แก่:
- หลอดเลือดปอดอุดตัน (Pulmonary Embolism) – หายใจลำบากมาก อันตรายถึงชีวิต
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) – อัมพาต พูดไม่ชัด
- กล้ามเนื้อหัวใจตาย (Heart Attack) – หลอดเลือดหัวใจอุดตัน
ลิ้นหัวใจรั่ว (Valve Regurgitation)
เมื่อห้องหัวใจขยายตัว ลิ้นหัวใจอาจปิดไม่สนิท
พบบ่อยที่ลิ้นไมตรัล (Mitral valve) และลิ้นไตรคัสปิด (Tricuspid valve)
อาจได้ยินเสียงฟู่ของหัวใจ (Heart Murmur) เมื่อแพทย์ฟังหัวใจ
ภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตเฉียบพลัน
เกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะร้ายแรง (Ventricular fibrillation)
หัวใจหยุดทำงานอย่างกะทันหัน
ต้องได้รับการช่วยชีวิตฉุกเฉินและช็อกไฟฟ้าทันที
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยภาวะหัวใจโตและหาสาเหตุอาศัยการตรวจหลายวิธี:
- เอกซเรย์ทรวงอก มักเป็นการตรวจแรกที่พบความผิดปกติ
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) ตรวจจังหวะหัวใจและความผิดปกติอื่นๆ
- อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) แสดงขนาดห้องหัวใจ ความหนาของผนัง และการทำงาน
- การทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย ประเมินการทำงานของหัวใจเมื่อออกแรง
- การตรวจเลือด ตรวจหาภาวะซีด โรคไทรอยด์ และสารบ่งชี้อื่นๆ
- การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหัวใจ (Cardiac MRI) ให้ภาพที่ละเอียดมาก
- การสวนหัวใจ ตรวจหาการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ
การรักษา
การรักษาภาวะหัวใจโตเน้นไปที่การรักษาโรคหรือภาวะต้นเหตุ อาจประกอบด้วย:
การรักษาด้วยยา
- ยาลดความดันโลหิต เช่น ACE inhibitors, ARBs, Beta-blockers
- ยาขับปัสสาวะ (Diuretics) ลดการคั่งของของเหลว
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ป้องกันลิ่มเลือด
- ยาควบคุมจังหวะหัวใจ
หัตถการและการผ่าตัด
- การซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ในกรณีที่ลิ้นหัวใจเสียหาย
- การทำบายพาสหลอดเลือดหัวใจ หากมีหลอดเลือดตีบ
- การขยายหลอดเลือดและใส่ขดลวด (PCI/Stenting)
- การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรือ ICD ควบคุมจังหวะหัวใจ
- การปลูกถ่ายหัวใจ ในกรณีรุนแรงมากที่การรักษาอื่นไม่ได้ผล
การป้องกันและการดูแลตนเอง
แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติครอบครัว
แจ้งแพทย์หากมีประวัติครอบครัวเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหรือภาวะหัวใจโต
อาจต้องได้รับการตรวจคัดกรองเพิ่มเติม
ควบคุมโรคประจำตัว
- ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ (ต่ำกว่า 140/90 มม.ปรอท)
- ควบคุมระดับไขมันในเลือด LDL, HDL, ไตรกลีเซอไรด์
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากเป็นเบาหวาน
- รักษาโรคไทรอยด์ ให้ได้รับการควบคุมที่ดี
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรหยุดยาด้วยตนเอง
- รับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ ลดเกลือ ไขมันอิ่มตัว น้ำตาล
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของแพทย์
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
- เลิกสูบบุหรี่และใช้ยาสูบทุกชนิด
- หลีกเลี่ยงหรือจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- ไม่ใช้สารเสพติด
- นอนหลับให้เพียงพอ และจัดการความเครียด
สรุป
ภาวะหัวใจโต (Enlarged heart; Cardiomegaly) เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีโรคหรือภาวะพื้นฐานที่กระทบต่อการทำงานของหัวใจ ไม่ใช่โรคที่เป็นอิสระต่างหาก สาเหตุมีได้หลากหลาย ตั้งแต่ความดันโลหิตสูง โรคลิ้นหัวใจ ไปจนถึงโรคกล้ามเนื้อหัวใจ
การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและการติดตามรักษาอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญมาก เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว การเกิดลิ่มเลือด ลิ้นหัวใจรั่ว และภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน การควบคุมโรคประจำตัว การใช้ยาตามแพทย์สั่ง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการภาวะนี้
หากท่านได้รับการบอกว่ามีภาวะหัวใจโต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Mayo Clinic. Enlarged heart (cardiomegaly) — Symptoms & causes. ปรับปรุงล่าสุด May 4, 2022.