ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จัก “ซีสต์ในเต้านม” กันก่อนว่ามันคืออะไร อันตรายแค่ไหน เกิดจากอะไรและสามารถรักษาให้หายได้ไหม
“ซีสต์ในเต้านม” หรือถุงน้ำในเต้านม เป็นสิ่งผิดปกติที่สามารถพบได้บ่อย เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของต่อมผลิตน้ำนมขนาดเล็กๆ ภายในเต้านม จากโพรงเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นมา แล้วสิ่งที่บรรจุอยู่ในโพรงก็คือ “น้ำ” ซึ่งจะอยู่กันเป็นหย่อมๆ ในเนื้อเต้านม ทำให้เมื่อคลำจากภายนอกรู้สึกสัมผัสเป็นก้อนในเนื้อเต้านม หากมีขนาดเล็กและไม่มีอาการเจ็บ อาจไม่จำเป็นต้องทำการรักษา เพียงตรวจติดตามการเปลี่ยนแปลง แต่หากถุงน้ำในเต้านมนั้นมีขนาดใหญ่หรือมีอาการเจ็บ ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะอาจจะเป็นความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมได้
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีก้อนซีสต์ในเต้านมไหม?
เราสามารถสังเกตตัวเองได้ง่ายๆ โดยการคลำบริเวณเต้านม เนื่องจากถุงน้ำในเต้านมจะลักษณะคล้ายลูกโป่ง ซึ่งถ้ามีน้ำเพิ่มขึ้น แรงตึงผิวก็จะมากขึ้น จึงส่งผลให้มีอาการปวด ส่วนใหญ่มักจะเป็นในช่วงที่ฮอร์โมนมามาก คือก่อนเป็นประจำเดือนนั่นเอง
เมื่อถุงน้ำมีการขยายขนาดที่ใหญ่ขึ้นที่ขนาดประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร เรามักจะคลำเจอก้อน เราอาจพบที่เต้านมข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างก็ได้ โดยถุงน้ำในเต้านมดังกล่าวจะเป็นก้อนกลมหรือก้อนรีไข่ พื้นผิวเรียบ เคลื่อนย้ายได้ง่าย มักปรากฏตามแนวของเต้านม หัวนมออกสีเหลืองหรือน้ำตาลเข้ม หน้าอกจะขยายใหญ่หรือคัดตึงก่อนประจำเดือนมาและลดลงหลังหมดประจำเดือน
หากเราคลำเจอซีสต์ในเต้านม ควรทำอย่างไรต่อ
อย่าเพิ่งกังวลหากคุณคลำเจอซีสต์ในเต้านม สิ่งแรกที่ควรทำคือเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยแพทย์จะมีวิธีการตรวจดังนี้
- ตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ เบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติว่าเราพบก้อนเนื้อมานานแค่ไหนแล้ว สอบถามประวัติครอบครัวและอาการข้างเคียงที่เราเจอ อีกทั้งแพทย์สามารถวินิจฉัยซีสต์ หรือถุงน้ำในเต้านมได้ด้วยการคลำก้อนเนื้อที่ขึ้นมา หากซีสต์ขึ้นที่ผิวหนังหรือบริเวณเต้านมที่สามารถคลำเพื่อวินิจฉัยได้ แต่วิธีนี้เป็นแค่การวินิจฉัยเบื้องต้น ไม่สามารถระบุได้ว่าก้อนที่ตรวจพบนั้นเป็นก้อนเนื้อ หรือถุงน้ำ จึงควรจะต้องทำการตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม
- ตรวจวินิจฉัยโดยการอัลตร้าซาวด์เต้านม (Ultrasound Breast) เป็นการตรวจเต้านมด้วยการส่งคลื่นเสียงที่มีความถี่สูงเข้าไปในเต้านม จากนั้นคลื่นเสียงจะสะท้อนกลับมาที่เครื่องแสดงความไม่เหมือนของเนื้อเยื่อที่พบได้ว่าปกติหรือไม่ปกติ และนอกจากนี้ ยังสามารถดูลักษณะของซีสต์ว่ามีแนวโน้มกลายเป็นมะเร็งหรือไม่ ซึ่งมีเพียงซีสต์ส่วนน้อยเท่านั้นที่กลายเป็นมะเร็งเต้านม
- ตรวจวินิจฉัยด้วยแมมโมแกรม (Digital Mammogram) เป็นการตรวจเต้านมด้วยเครื่องมือที่ใช้รังสีชนิดพิเศษเหมือนการเอกซเรย์ ซึ่งการตรวจแมมโมเกรมจะเป็นการฉายภาพเต้านมด้านละ 2 รูป รวมทั้งถ่ายจากข้างบนแล้วก็ด้านข้างรวมเป็น 4 รูป โดยแพทย์จะสามารถเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อ ต่อมน้ำนม ไขมัน หินปูน และก้อนเนื้อขนาดเล็ก ซึ่งเจาะจงตำแหน่งได้อย่างตรงจุด
- การเจาะชิ้นเนื้อ ในกรณีที่พบจากผลตรวจแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์ว่าไม่ใช่ซีสต์ธรรมดา แต่เป็นซีสต์ที่มีผนังหนาหรือมีพังผืดหรือมีก้อนอยู่ในซีสต์ แพทย์จะเจาะชิ้นเนื้อเพิ่มเติมเพื่อค้นหาเซลล์มะเร็งต่อไป
เจอซีสต์ในเต้านมเท่ากับเราเป็นมะเร็งเต้านมใช่ไหม?
การที่เราเจอซีสต์ในเต้านม ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นมะเร็งเต้านมเสมอไป
ซีสต์ที่เต้านมมักไม่ได้เป็นอันตรายและไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม ถุงน้ำของเต้านม หรือซีสต์ ถ้าเป็นซีสต์ธรรมดา หมายถึงถุงที่ภายในมีน้ำ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่กลายเป็นมะเร็ง หากไม่มีอาการก็ไม่จำเป็นต้องจัดการ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ซีสต์เกิดขึ้นแล้วมีความผิดปกติตั้งแต่ต้นและมีลักษณะเป็นมะเร็งเต้านม
แต่หากเกิดก้อนใหม่หรือก้อนเดิมมีการเปลี่ยนแปลง ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อไป การตรวจคัดกรองสุขภาพเต้านมเป็นประจำ การตรวจแมมโมแกรมและการตรวจเต้านมสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ
ซีสต์ในเต้านม สามารถรักษาได้ไหม?
สำหรับผู้หญิงหลายๆ คน ซีสต์ที่เต้านมไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากซีสต์มีขนาดเล็ก ไม่มีอาการเจ็บใดๆ และได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยันแล้วว่าไม่เป็นอันตราย เราสามารถติดตามและตรวจดูขนาดของถุงน้ำว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ทุกๆ 6 เดือนหรือ 1 ปี
แต่ถ้าหากซีสต์มีขนาดใหญ่ ปวด และมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ หรือทำให้รู้สึกไม่สบาย ต้องทำการปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางรักษาต่อไปด้วยวิธีดังนี้
– การเจาะดูดของเหลวด้วยเข็ม: หากเป็นซีสต์ธรรมดาที่มีขนาดใหญ่ 2-3 ซม. ขึ้นไป ในบางรายอาจมีอาการเจ็บ ปวด เนื่องจากน้ำคั่งอยู่ปริมาณมาก แพทย์อาจใช้เข็มฉีดยาเพื่อเจาะดูดของเหลวในซีสต์ออกมา ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดและทำให้ซีสต์ยุบหายไป ในบางครั้งซีสต์อาจกลับขึ้นมาใหม่ สามารถเจาะดูดของเหลวในซีสต์ซ้ำได้
– การใช้ฮอร์โมน: การใช้ยาจำพวกกลุ่มยาคุมกำเนิดเพื่อปรับระดับฮอร์โมนในร่างกาย และประจำเดือนอาจจะช่วยลดการเกิดถุงน้ำที่เต้านมได้ การหยุดฮอร์โมนทดแทนในหญิงวัยทองก็ช่วยได้เช่นกัน
– รักษาด้วยการผ่าตัด: การผ่าตัดซีสต์เต้านม จะเป็นการผ่าตัดที่เอาเฉพาะก้อนซีสต์ที่เต้านมออกเพียงอย่างเดียว ถือเป็นการผ่าตัดเล็ก จะใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ในกรณีที่ก้อนนั้นมีขนาดใหญ่มาก อาจต้องผ่าตัดโดยการวางยาสลบ
แต่ในบางรายจำที่เป็นต้องผ่าตัด เช่น มีอาการค่อนข้างมาก หรือมีการเจาะดูดออกแล้วพบเลือดปน หรือสงสัยความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง โดยก่อนจะทำการรักษาด้วยการผ่าตัด แพทย์จะวินิจฉัยก่อนว่าเป็นซีสต์ชนิดไหน หากพบว่าเป็นถุงน้ำที่มีก้อนเนื้ออยู่ข้างในด้วย ก็อาจเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดได้ตามดุลยพินิจของแพทย์
ซีสต์ในเต้านม ป้องกันได้ไหม?
ซีสต์ในเต้านม ไม่สามารถป้องกันได้ แต่เราสามารถดูแลอาการป่วยได้ด้วยตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้อาการของโรคลุกลามไปมากกว่าเดิม และลดปัจจัยเสี่ยง เช่น งดการดื่มแอลกอฮอล์ ลดไขมัน การกินอาหารที่มีประโยชน์ รวมไปถึงการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อคัดกรองหาความเสี่ยง
แต่หากเราพบว่าตัวเองมีก้อนเนื้อ แนะนำว่าควรสวมสปอร์ตบรา หรือเสื้อชั้นในที่ใช้หลังทำศัลยกรรม เพื่อช่วยประคองเต้านมและช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัด หากรู้สึกเจ็บที่ถุงน้ำหรือซีสต์ สามารถประคบด้วยของอุ่น ของเย็น หรือถุงน้ำแข็งเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด และรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์แนะนำได้
อย่าละเลยร่างกาย หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อรู้ทันปัญหาสุขภาพและแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีที่โรงพยาบาล BNH
Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
รศ. นพ. วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี -
รศ. นพ. วิรัช วิศวสุขมงคล
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
สูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช -
ศ. นพ. เยื้อน ตันนิรันดร
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
เวชศาสตร์มารดาและทารก -
นพ. ประสิทธิ์ เผ่าทองคำ
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
อายุรกรรมทั่วไป เวชพันธุศาสตร์ -
พญ. ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์
ศูนย์ส่งเสริมการมีบุตร | ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
ภาวะมีบุตรยาก, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา -
พญ. กริชา ไม้เรียง
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
มะเร็งนรีเวช -
พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
Gynecologic Oncology -
พญ. ชินา โอฬารรัตนพันธ์
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
Gynecologic Oncology -
พญ. ชื่นกมล ชรากร
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป -
พญ. ณัฏฐ์กฤตา โพธิพรธวัฒน์
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
นรีเวช, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งรังไข่ -
รศ. นพ. ดำรง ตรีสุโกศล
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป -
ผศ. นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี