ยาคุมและยาคุมฉุกเฉิน
ยาคุมและยาคุมฉุกเฉินเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้หญิงที่ต้องการวางแผนครอบครัวหรือป้องกันการตั้งครรภ์ ผู้ใช้ควรศึกษาวิธีใช้ยาคุม ประเภทของยาคุม เวลากินที่ถูกต้อง ผลข้างเคียง และวิธีแก้ไขเมื่อลืมกินเป็นต้น
สรุปสาระสำคัญ
ยาคุมรายเดือน (21 และ 28 เม็ด): ควรกินเวลาเดียวกันของทุกวันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด หากเป็นแบบ 21 เม็ดให้เว้น 7 วันก่อนเริ่มแผงใหม่ ส่วนแบบ 28 เม็ดสามารถกินต่อเนื่องจนหมดแผงและต่อแผงใหม่ได้ทันที
ยาคุมฉุกเฉิน (1 และ 2 เม็ด): ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉิน (เช่น ถุงยางอนามัยรั่ว หรือไม่ได้ป้องกัน) ต้องกินเม็ดแรกให้เร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ยิ่งกินเร็วประสิทธิภาพจะยิ่งสูง
เมื่อลืมกินยาคุมรายเดือน: หากลืม 1 เม็ด ให้กินทันทีที่นึกได้ หากลืมเกิน 48 ชั่วโมง ให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย เช่น การสวมถุงยางอนามัย ในช่วง 7 วันถัดไป
ข้อควรระวัง: ยาคุมฉุกเฉินไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้งต่อเดือน และไม่สามารถนำมาใช้แทนยาคุมกำเนิดแบบปกติได้ เนื่องจากมีฮอร์โมนสูงและอาจส่งผลเสียต่อรังไข่ในระยะยาว
ยาคุมคืออะไร มีกี่ประเภท
ยาคุมคืออะไร
ยาคุมกำเนิด (Contraceptive pills) คือยาที่ใช้สำหรับป้องกันการตั้งครรภ์ มีฤทธิ์ในการยับยั้งการตกไข่ เปลี่ยนแปลงมูกปากมดลูกให้ข้นเหนียวขึ้น และเปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้ไข่ไม่สามารถฝังตัวได้ ยาคุมเป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมสูง เพราะใช้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงเมื่อใช้อย่างถูกต้อง
ยาคุมมีกี่ประเภท
ยาคุมกำเนิดแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้
1. ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน (Oral Contraceptive Pills)
แบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่
ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive Pills)
- มีทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
- มีทั้งแบบยาคุม 21 เม็ด (กิน 21 วัน หยุด 7 วัน) และยาคุม 28 เม็ด (กินต่อเนื่องทุกวัน)
ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Progestin-only Pills)
- มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสติน เหมาะกับผู้ที่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น ให้นมบุตร
2. ยาคุมฉุกเฉิน (Emergency Contraceptive Pills)
ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือถุงยางอนามัยรั่ว มีทั้งแบบ 1 เม็ด และ 2 เม็ด
ต้องรับประทานภายในเวลาที่กำหนด ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดและ 2 เม็ด ควรกินภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์
ยาคุมกำเนิดประเภทอื่นๆ
การคุมกำเนิดมีวิธีอื่นๆ ที่สะดวกและมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันการตั้งครรภ์ในระยะยาวโดยไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน วิธีที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ฉีดยาคุม ฝังยาคุม และแผ่นแปะยาคุม ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อเสีย และการใช้งานที่แตกต่างกัน
การฉีดยาคุมกำเนิด
ฉีดยาฮอร์โมนเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ เพื่อยับยั้งการตกไข่และเปลี่ยนแปลงมูกปากมดลูกให้ข้นเหนียว อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยากขึ้น มีทั้งแบบฉีดทุก 1 เดือน (ฮอร์โมนรวม) และแบบ 3 เดือน (ฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว)
ข้อดีการฉีดยาคุมกำเนิด
- สะดวก ไม่ต้องกินยาทุกวัน
- ประสิทธิภาพสูง หากฉีดตรงเวลาสม่ำเสมอ
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดระยะยาว
ข้อเสีย/ผลข้างเคียงการฉีดยาคุมกำเนิด
- ประจำเดือนอาจมาผิดปกติ หรือขาดหายไปในบางราย
- อาจมีอาการเวียนศีรษะ ปวดท้อง อ่อนเพลีย ผมร่วง หรือขนขึ้นมากผิดปกติ
- ต้องไปพบแพทย์เพื่อฉีดยาตามกำหนด
การฝังยาคุมกำเนิด
ใช้แท่งเล็กๆ บรรจุฮอร์โมนโปรเจสติน ฝังใต้ผิวหนังบริเวณใต้ท้องแขนด้านใน ฮอร์โมนจะค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือด ยับยั้งการตกไข่และทำให้มูกปากมดลูกเหนียวข้น
ข้อดีการฝังยาคุมกำเนิด
- คุมกำเนิดได้นาน 3-5 ปี ต่อการฝัง 1 ครั้ง
- ประสิทธิภาพสูงมาก (โอกาสล้มเหลวต่ำกว่า 0.1%)
- สะดวก ไม่ต้องดูแลทุกวันหรือทุกเดือน
ข้อเสีย/ผลข้างเคียงการฝังยาคุมกำเนิด
- อาจมีประจำเดือนมาผิดปกติ หรือขาดหายไปในบางช่วง
- อาจมีอาการปวดศีรษะ น้ำหนักขึ้น หรือสิวขึ้นในบางราย
- ต้องให้แพทย์เป็นผู้ฝังและถอดแท่งยา
แผ่นแปะยาคุมกำเนิด
แผ่นบางสีเนื้อที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน แปะบนผิวหนัง (เช่น ท้อง สะโพก หลัง หรือต้นแขน)ฮอร์โมนจะซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด ยับยั้งการตกไข่และเปลี่ยนแปลงมูกปากมดลูก
วิธีใช้
แปะสัปดาห์ละ 1 แผ่น ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ แล้วเว้น 1 สัปดาห์ (ช่วงนี้ประจำเดือนจะมา)
ควรเปลี่ยนตำแหน่งแปะทุกครั้ง
ข้อดีแผ่นแปะยาคุมกำเนิด
สะดวก เหมาะกับผู้ที่ลืมกินยาคุมเม็ดบ่อย
ประสิทธิภาพสูง (91-99%)
หยุดใช้เมื่อไรก็สามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้เร็ว
ข้อเสีย/ผลข้างเคียงแผ่นแปะยาคุมกำเนิด
อาจระคายเคืองผิวหนังบริเวณที่แปะ
ไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนรวม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ
ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
วิธีกินยาคุมแต่ละประเภท และการแก้ไขเมื่อลืมกิน
| ประเภทของยาคุม | วิธีกินที่ถูกต้อง | การแก้ไขเมื่อลืมกิน |
|---|---|---|
| ยาคุมแบบ 21 เม็ด | กินวันละ 1 เม็ด เวลาเดียวกันทุกวัน ต่อเนื่อง 21 วัน แล้วหยุดพัก 7 วัน (ประจำเดือนจะมาช่วงพัก) | ลืม 1 เม็ด: กินทันทีที่นึกได้ ลืมเกิน 48 ชม.: กินเม็ดล่าสุด และใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย 7 วัน |
| ยาคุมแบบ 28 เม็ด | กินวันละ 1 เม็ด เวลาเดียวกันทุกวัน หมดแผงแล้วเริ่มแผงใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเว้นช่วง | ลืมเม็ดฮอร์โมน (1-21): กินทันทีที่นึกได้ ลืมเม็ดแป้ง (22-28): ทิ้งเม็ดที่ลืม แล้วกินต่อตามปกติ |
| ยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด | กิน 1 เม็ดครั้งเดียว ภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) หลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน | (ต้องกินภายในกำหนดเวลา หากเกิน 72 ชั่วโมง ประสิทธิภาพจะลดลงอย่างมาก) |
| ยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ด | กินเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมง และกินเม็ดที่ 2 ห่างจากเม็ดแรก 12 ชั่วโมง (หรือกินพร้อมกัน 2 เม็ดได้) | ลืมกินเม็ดที่ 2: ให้กินทันทีที่นึกได้ (หากอาเจียนภายใน 2 ชม. หลังกิน ต้องกินยาใหม่) |
กินยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด เมนจะมาตอนไหน
ประจำเดือนอาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ 1 สัปดาห์
หากประจำเดือนไม่มาตามกำหนด ควรตรวจครรภ์
ผลข้างเคียงของยาคุมและยาคุมฉุกเฉิน
ผลข้างเคียงของยาคุมรายเดือน ที่พบบ่อยและควรทราบ มีดังนี้
เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงแรกของการใช้ยา และจะดีขึ้นหรือหายไปเองหลังรับประทานยาไปแล้ว 2-3 เดือน
คัดตึงหน้าอก
ฮอร์โมนในยาคุมทำให้เนื้อเยื่อเต้านมเจริญเติบโตและมีการสะสมของเหลว ซึ่งอาการนี้มักเป็นชั่วคราวและจะกลับสู่ปกติหลังเลิกใช้ยา
เลือดออกกะปริดกะปรอย
อาจเกิดในช่วง 2-3 เดือนแรกของการใช้ยา เนื่องจากร่างกายกำลังปรับตัวกับฮอร์โมน
อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในยาคุมอาจส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกทางจิตใจ
ตกขาวเปลี่ยนแปลง
ปริมาณตกขาวอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ หากตกขาวมีกลิ่นหรือสีผิดปกติ อาจเกิดจากการติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์
น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง
บางรายอาจมีน้ำหนักขึ้นหรือลดลงเล็กน้อย แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีผลโดยตรงจากยาคุม
ผลข้างเคียงรุนแรงที่พบได้น้อย
เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน (มีอาการปวด บวม แดง ร้อนบริเวณขา), โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจขาดเลือด
หากพบอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้ยาและรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ข้อควรระวัง
ควรแจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง มะเร็ง ลิ่มเลือดอุดตัน ไมเกรนรุนแรง
การใช้ยาร่วมกับยาปฏิชีวนะหรือยากันชักบางชนิด อาจลดประสิทธิภาพของยาคุม
ผลข้างเคียงยาคุมฉุกเฉิน
ผลข้างเคียงของ ยาคุมฉุกเฉิน ที่พบบ่อย ได้แก่
คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะใน 24-48 ชั่วโมงแรกหลังรับประทาน หากอาเจียนภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังกินยา ควรรับประทานยาใหม่
ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น มาช้าหรือเร็วกว่าปกติ, เลือดออกกะปริดกะปรอย, ประจำเดือนขาด หรือมามากหรือน้อยกว่าปกติ
เจ็บหรือคัดเต้านม
เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
ปวดท้องหรือปวดท้องน้อย
ผลข้างเคียงเหล่านี้มักเป็นอาการชั่วคราวและจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันโดยไม่ต้องรักษา แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น เลือดออกมากผิดปกติ หรืออาเจียนต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์
การใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยครั้งหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความผิดปกติที่รังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงในการตั้งครรภ์นอกมดลูกประมาณ 2% จึงแนะนำให้ใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้งต่อเดือน
เคล็ดลับการกินยาคุมให้ปลอดภัยและได้ผลสูงสุด
เริ่มกินยาคุมในช่วง 1-5 วันแรกของประจำเดือน
การเริ่มกินยาคุมภายในช่วงนี้จะช่วยให้ยาออกฤทธิ์คุมกำเนิดได้ทันที ไม่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดเสริม แต่ถ้าเริ่มกินหลังวันที่ 5 ของรอบเดือน ควรใช้วิธีคุมกำเนิดเสริม เช่น ถุงยางอนามัย อย่างน้อย 7 วันแรก เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายมีระดับที่เหมาะสม
กินยาคุมในเวลาเดียวกันทุกวัน
การกินยาตรงเวลาเดียวกันทุกวันช่วยรักษาระดับฮอร์โมนให้คงที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดโอกาสลืมกินยา โดยอาจเลือกกินตอนเช้าหรือก่อนนอนตามความสะดวกและนิสัยประจำวัน
กินยาตามลำดับในแผงยาอย่างเคร่งครัด
ควรกินยาตามลูกศรหรือลำดับหมายเลขบนแผงยา ไม่ควรกินสลับเม็ด เพราะแต่ละเม็ดมีฮอร์โมนและปริมาณต่างกัน
หากลืมกินยา ให้กินทันทีที่นึกได้
ถ้าลืมกิน 1 เม็ด ให้กินทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดถัดไปตามเวลาปกติ ไม่ควรกินยาพร้อมกัน 2 เม็ดในครั้งเดียว เพราะอาจทำให้อาเจียนและลดประสิทธิภาพยา หากลืมเกิน 1 วันหรือเกิน 48 ชั่วโมง ควรใช้วิธีคุมกำเนิดเสริมและปรึกษาแพทย์
ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเมื่อมีผลข้างเคียงรุนแรงหรือไม่หาย
อาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ มักเกิดในช่วงแรกและจะดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับสูตรยา
ยาคุมฉุกเฉินควรใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น
ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินเกิน 2 ครั้งต่อเดือน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูกและผลข้างเคียงอื่นๆ
เลือกชนิดยาคุมให้เหมาะสมกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์
การเลือกชนิดยาคุมที่เหมาะสม เช่น ฮอร์โมนรวมหรือฮอร์โมนเดี่ยว ควรพิจารณาปัจจัยด้านสุขภาพ โรคประจำตัว และความสะดวกในการใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียง
เก็บรักษายาในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดด
เพื่อรักษาคุณภาพของยาให้คงประสิทธิภาพสูงสุด
หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับแต่ละบุคคล
การปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้การกินยาคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยต่อสุขภาพ
ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉิน
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์
เพราะยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถทำแท้งหรือทำอันตรายแก่ทารกในครรภ์ได้ แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของยาคุมฉุกเฉิน เช่น ฮอร์โมนในยา
ผู้ที่มีประวัติเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย
ควรตรวจหาสาเหตุและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคลิ่มเลือดอุดตัน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
ผู้ที่มีโรคตับเฉียบพลัน หรือตับแข็ง มะเร็งตับ
ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์หญิง
ผู้ที่เป็นโรคลมชักและรับประทานยากันชัก
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับไตหรือหลอดเลือด
ผู้ที่มีไมเกรนชนิดมีอาการเตือน (Migraine with aura)
ผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี และสูบบุหรี่จัด มีไขมันในเลือดสูง หรืออ้วน
เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อโรคลิ่มเลือดอุดตันและโรคหัวใจ
นอกจากนี้ แพทย์และผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินเกิน 2 ครั้งในชีวิต เนื่องจากฮอร์โมนในยามีปริมาณสูง อาจส่งผลกระทบต่อรังไข่ มดลูก และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด เช่น เซลล์มะเร็ง และผลข้างเคียงอื่นๆ ในระยะยาว
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนขาด เลือดออกผิดปกติ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์หลังใช้ยา ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
สรุป – ยาคุมและยาคุมฉุกเฉิน ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย
ยาคุมรายเดือนเหมาะสำหรับการคุมกำเนิดระยะยาว ต้องกินต่อเนื่องตรงเวลา ส่วนยาคุมฉุกเฉินใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ควรกินเร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรใช้บ่อย หากลืมกินยาคุม 1 วัน ให้กินทันทีที่นึกได้ และป้องกันด้วยวิธีเสริมใน 7 วันถัดไป ผลข้างเคียงยาคุมและยาคุมฉุกเฉินมีทั้งแบบชั่วคราวและรุนแรง ควรสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์หากผิดปกติ
Ref: Mayoclinic, Mahidol, Pediatric Infectious Disease Society of Thailand
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกินยาคุมและยาคุมฉุกเฉิน (FAQ)
1. ลืมกินยาคุม 1 วัน แบบ 28 เม็ด มีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว ป้องกันอย่างไร?
2. ยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ด สามารถกินพร้อมกัน 2 เม็ดในครั้งเดียวได้ไหม?
3. กินยาคุมฉุกเฉินแล้วประจำเดือนไม่มา เกิดจากอะไร?
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
รศ. นพ. วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี -
รศ. นพ. วิรัช วิศวสุขมงคล
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
สูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช -
ศ. นพ. เยื้อน ตันนิรันดร
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
เวชศาสตร์มารดาและทารก -
นพ. ประสิทธิ์ เผ่าทองคำ
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
อายุรกรรมทั่วไป เวชพันธุศาสตร์ -
พญ. ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์
ศูนย์ส่งเสริมการมีบุตร | ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
ภาวะมีบุตรยาก, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา -
พญ. กริชา ไม้เรียง
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
มะเร็งนรีเวช -
พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
Gynecologic Oncology -
พญ. ชินา โอฬารรัตนพันธ์
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
Gynecologic Oncology -
พญ. ชื่นกมล ชรากร
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป -
พญ. ณัฏฐ์กฤตา โพธิพรธวัฒน์
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
นรีเวช, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งรังไข่ -
รศ. นพ. ดำรง ตรีสุโกศล
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป -
ผศ. นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์
ศูนย์สุขภาพสตรี
ความชำนาญพิเศษ
โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี