Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ยาคุมแบบ 28 เม็ดและยาคุมฉุกเฉิน ใช้อย่างไร กินตอนไหน และต้องกินภายในกี่ชั่วโมง

 

ยาคุมและยาคุมฉุกเฉิน

ยาคุมและยาคุมฉุกเฉินเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้หญิงที่ต้องการวางแผนครอบครัวหรือป้องกันการตั้งครรภ์ ผู้ใช้ควรศึกษาวิธีใช้ยาคุม ประเภทของยาคุม เวลากินที่ถูกต้อง ผลข้างเคียง และวิธีแก้ไขเมื่อลืมกินเป็นต้น

สรุปสาระสำคัญ

  • ยาคุมรายเดือน (21 และ 28 เม็ด): ควรกินเวลาเดียวกันของทุกวันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด หากเป็นแบบ 21 เม็ดให้เว้น 7 วันก่อนเริ่มแผงใหม่ ส่วนแบบ 28 เม็ดสามารถกินต่อเนื่องจนหมดแผงและต่อแผงใหม่ได้ทันที

  • ยาคุมฉุกเฉิน (1 และ 2 เม็ด): ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉิน (เช่น ถุงยางอนามัยรั่ว หรือไม่ได้ป้องกัน) ต้องกินเม็ดแรกให้เร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ยิ่งกินเร็วประสิทธิภาพจะยิ่งสูง

  • เมื่อลืมกินยาคุมรายเดือน: หากลืม 1 เม็ด ให้กินทันทีที่นึกได้ หากลืมเกิน 48 ชั่วโมง ให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย เช่น การสวมถุงยางอนามัย ในช่วง 7 วันถัดไป

  • ข้อควรระวัง: ยาคุมฉุกเฉินไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้งต่อเดือน และไม่สามารถนำมาใช้แทนยาคุมกำเนิดแบบปกติได้ เนื่องจากมีฮอร์โมนสูงและอาจส่งผลเสียต่อรังไข่ในระยะยาว

ยาคุมคืออะไร มีกี่ประเภท

ยาคุมคืออะไร

ยาคุมกำเนิด (Contraceptive pills) คือยาที่ใช้สำหรับป้องกันการตั้งครรภ์ มีฤทธิ์ในการยับยั้งการตกไข่ เปลี่ยนแปลงมูกปากมดลูกให้ข้นเหนียวขึ้น และเปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้ไข่ไม่สามารถฝังตัวได้ ยาคุมเป็นหนึ่งในวิธีคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมสูง เพราะใช้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงเมื่อใช้อย่างถูกต้อง

ยาคุมมีกี่ประเภท

ยาคุมกำเนิดแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

1. ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน (Oral Contraceptive Pills)

แบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่

ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive Pills)
  • มีทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
  • มีทั้งแบบยาคุม 21 เม็ด (กิน 21 วัน หยุด 7 วัน) และยาคุม 28 เม็ด (กินต่อเนื่องทุกวัน)
ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Progestin-only Pills)
  • มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสติน เหมาะกับผู้ที่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น ให้นมบุตร

2. ยาคุมฉุกเฉิน (Emergency Contraceptive Pills)

ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือถุงยางอนามัยรั่ว มีทั้งแบบ 1 เม็ด และ 2 เม็ด

ต้องรับประทานภายในเวลาที่กำหนด ยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดและ 2 เม็ด ควรกินภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์

ยาคุมกำเนิดประเภทอื่นๆ

การคุมกำเนิดมีวิธีอื่นๆ ที่สะดวกและมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันการตั้งครรภ์ในระยะยาวโดยไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน วิธีที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ฉีดยาคุม ฝังยาคุม และแผ่นแปะยาคุม ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อเสีย และการใช้งานที่แตกต่างกัน

การฉีดยาคุมกำเนิด

ฉีดยาฮอร์โมนเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ เพื่อยับยั้งการตกไข่และเปลี่ยนแปลงมูกปากมดลูกให้ข้นเหนียว อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยากขึ้น มีทั้งแบบฉีดทุก 1 เดือน (ฮอร์โมนรวม) และแบบ 3 เดือน (ฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว)

ข้อดีการฉีดยาคุมกำเนิด
  • สะดวก ไม่ต้องกินยาทุกวัน
  • ประสิทธิภาพสูง หากฉีดตรงเวลาสม่ำเสมอ
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดระยะยาว
ข้อเสีย/ผลข้างเคียงการฉีดยาคุมกำเนิด
  • ประจำเดือนอาจมาผิดปกติ หรือขาดหายไปในบางราย
  • อาจมีอาการเวียนศีรษะ ปวดท้อง อ่อนเพลีย ผมร่วง หรือขนขึ้นมากผิดปกติ
  • ต้องไปพบแพทย์เพื่อฉีดยาตามกำหนด

การฝังยาคุมกำเนิด

ใช้แท่งเล็กๆ บรรจุฮอร์โมนโปรเจสติน ฝังใต้ผิวหนังบริเวณใต้ท้องแขนด้านใน ฮอร์โมนจะค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือด ยับยั้งการตกไข่และทำให้มูกปากมดลูกเหนียวข้น

ข้อดีการฝังยาคุมกำเนิด
  • คุมกำเนิดได้นาน 3-5 ปี ต่อการฝัง 1 ครั้ง
  • ประสิทธิภาพสูงมาก (โอกาสล้มเหลวต่ำกว่า 0.1%)
  • สะดวก ไม่ต้องดูแลทุกวันหรือทุกเดือน
ข้อเสีย/ผลข้างเคียงการฝังยาคุมกำเนิด
  • อาจมีประจำเดือนมาผิดปกติ หรือขาดหายไปในบางช่วง
  • อาจมีอาการปวดศีรษะ น้ำหนักขึ้น หรือสิวขึ้นในบางราย
  • ต้องให้แพทย์เป็นผู้ฝังและถอดแท่งยา

แผ่นแปะยาคุมกำเนิด

แผ่นบางสีเนื้อที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน แปะบนผิวหนัง (เช่น ท้อง สะโพก หลัง หรือต้นแขน)ฮอร์โมนจะซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด ยับยั้งการตกไข่และเปลี่ยนแปลงมูกปากมดลูก

วิธีใช้

แปะสัปดาห์ละ 1 แผ่น ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ แล้วเว้น 1 สัปดาห์ (ช่วงนี้ประจำเดือนจะมา)

ควรเปลี่ยนตำแหน่งแปะทุกครั้ง

ข้อดีแผ่นแปะยาคุมกำเนิด

สะดวก เหมาะกับผู้ที่ลืมกินยาคุมเม็ดบ่อย

ประสิทธิภาพสูง (91-99%)

หยุดใช้เมื่อไรก็สามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้เร็ว

ข้อเสีย/ผลข้างเคียงแผ่นแปะยาคุมกำเนิด

อาจระคายเคืองผิวหนังบริเวณที่แปะ

ไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนรวม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ

ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

วิธีกินยาคุมแต่ละประเภท และการแก้ไขเมื่อลืมกิน

ประเภทของยาคุม วิธีกินที่ถูกต้อง การแก้ไขเมื่อลืมกิน
ยาคุมแบบ 21 เม็ด กินวันละ 1 เม็ด เวลาเดียวกันทุกวัน ต่อเนื่อง 21 วัน แล้วหยุดพัก 7 วัน (ประจำเดือนจะมาช่วงพัก) ลืม 1 เม็ด: กินทันทีที่นึกได้

ลืมเกิน 48 ชม.: กินเม็ดล่าสุด และใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย 7 วัน
ยาคุมแบบ 28 เม็ด กินวันละ 1 เม็ด เวลาเดียวกันทุกวัน หมดแผงแล้วเริ่มแผงใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเว้นช่วง ลืมเม็ดฮอร์โมน (1-21): กินทันทีที่นึกได้

ลืมเม็ดแป้ง (22-28): ทิ้งเม็ดที่ลืม แล้วกินต่อตามปกติ
ยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด กิน 1 เม็ดครั้งเดียว ภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) หลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน (ต้องกินภายในกำหนดเวลา หากเกิน 72 ชั่วโมง ประสิทธิภาพจะลดลงอย่างมาก)
ยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ด กินเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมง และกินเม็ดที่ 2 ห่างจากเม็ดแรก 12 ชั่วโมง (หรือกินพร้อมกัน 2 เม็ดได้) ลืมกินเม็ดที่ 2: ให้กินทันทีที่นึกได้
(หากอาเจียนภายใน 2 ชม. หลังกิน ต้องกินยาใหม่)

กินยาคุมฉุกเฉินแบบ 1 เม็ด เมนจะมาตอนไหน

ประจำเดือนอาจมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ 1 สัปดาห์

หากประจำเดือนไม่มาตามกำหนด ควรตรวจครรภ์

ผลข้างเคียงของยาคุมและยาคุมฉุกเฉิน

ผลข้างเคียงของยาคุมรายเดือน ที่พบบ่อยและควรทราบ มีดังนี้

เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงแรกของการใช้ยา และจะดีขึ้นหรือหายไปเองหลังรับประทานยาไปแล้ว 2-3 เดือน

คัดตึงหน้าอก

ฮอร์โมนในยาคุมทำให้เนื้อเยื่อเต้านมเจริญเติบโตและมีการสะสมของเหลว ซึ่งอาการนี้มักเป็นชั่วคราวและจะกลับสู่ปกติหลังเลิกใช้ยา

เลือดออกกะปริดกะปรอย

อาจเกิดในช่วง 2-3 เดือนแรกของการใช้ยา เนื่องจากร่างกายกำลังปรับตัวกับฮอร์โมน

อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในยาคุมอาจส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกทางจิตใจ

ตกขาวเปลี่ยนแปลง

ปริมาณตกขาวอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ หากตกขาวมีกลิ่นหรือสีผิดปกติ อาจเกิดจากการติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์

น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง

บางรายอาจมีน้ำหนักขึ้นหรือลดลงเล็กน้อย แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีผลโดยตรงจากยาคุม

ผลข้างเคียงรุนแรงที่พบได้น้อย

เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน (มีอาการปวด บวม แดง ร้อนบริเวณขา), โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจขาดเลือด

หากพบอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้ยาและรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อควรระวัง

ควรแจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง มะเร็ง ลิ่มเลือดอุดตัน ไมเกรนรุนแรง

การใช้ยาร่วมกับยาปฏิชีวนะหรือยากันชักบางชนิด อาจลดประสิทธิภาพของยาคุม

ผลข้างเคียงยาคุมฉุกเฉิน

ผลข้างเคียงของ ยาคุมฉุกเฉิน ที่พบบ่อย ได้แก่

คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะใน 24-48 ชั่วโมงแรกหลังรับประทาน หากอาเจียนภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังกินยา ควรรับประทานยาใหม่

 

ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่น มาช้าหรือเร็วกว่าปกติ, เลือดออกกะปริดกะปรอย, ประจำเดือนขาด หรือมามากหรือน้อยกว่าปกติ

 

เจ็บหรือคัดเต้านม

 

เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย

 

ปวดท้องหรือปวดท้องน้อย

ผลข้างเคียงเหล่านี้มักเป็นอาการชั่วคราวและจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันโดยไม่ต้องรักษา แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น เลือดออกมากผิดปกติ หรืออาเจียนต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์

การใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยครั้งหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความผิดปกติที่รังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงในการตั้งครรภ์นอกมดลูกประมาณ 2% จึงแนะนำให้ใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้งต่อเดือน

เคล็ดลับการกินยาคุมให้ปลอดภัยและได้ผลสูงสุด

เริ่มกินยาคุมในช่วง 1-5 วันแรกของประจำเดือน

การเริ่มกินยาคุมภายในช่วงนี้จะช่วยให้ยาออกฤทธิ์คุมกำเนิดได้ทันที ไม่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดเสริม แต่ถ้าเริ่มกินหลังวันที่ 5 ของรอบเดือน ควรใช้วิธีคุมกำเนิดเสริม เช่น ถุงยางอนามัย อย่างน้อย 7 วันแรก เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายมีระดับที่เหมาะสม

 

กินยาคุมในเวลาเดียวกันทุกวัน

การกินยาตรงเวลาเดียวกันทุกวันช่วยรักษาระดับฮอร์โมนให้คงที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดโอกาสลืมกินยา โดยอาจเลือกกินตอนเช้าหรือก่อนนอนตามความสะดวกและนิสัยประจำวัน

 

กินยาตามลำดับในแผงยาอย่างเคร่งครัด

ควรกินยาตามลูกศรหรือลำดับหมายเลขบนแผงยา ไม่ควรกินสลับเม็ด เพราะแต่ละเม็ดมีฮอร์โมนและปริมาณต่างกัน

 

หากลืมกินยา ให้กินทันทีที่นึกได้

ถ้าลืมกิน 1 เม็ด ให้กินทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดถัดไปตามเวลาปกติ ไม่ควรกินยาพร้อมกัน 2 เม็ดในครั้งเดียว เพราะอาจทำให้อาเจียนและลดประสิทธิภาพยา หากลืมเกิน 1 วันหรือเกิน 48 ชั่วโมง ควรใช้วิธีคุมกำเนิดเสริมและปรึกษาแพทย์

 

ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเมื่อมีผลข้างเคียงรุนแรงหรือไม่หาย

อาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ มักเกิดในช่วงแรกและจะดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับสูตรยา

 

ยาคุมฉุกเฉินควรใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น

ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินเกิน 2 ครั้งต่อเดือน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูกและผลข้างเคียงอื่นๆ

 

เลือกชนิดยาคุมให้เหมาะสมกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์

การเลือกชนิดยาคุมที่เหมาะสม เช่น ฮอร์โมนรวมหรือฮอร์โมนเดี่ยว ควรพิจารณาปัจจัยด้านสุขภาพ โรคประจำตัว และความสะดวกในการใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียง

 

เก็บรักษายาในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดด

เพื่อรักษาคุณภาพของยาให้คงประสิทธิภาพสูงสุด

 

หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับแต่ละบุคคล

การปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้การกินยาคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยต่อสุขภาพ

ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉิน

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์

เพราะยาคุมฉุกเฉินไม่สามารถทำแท้งหรือทำอันตรายแก่ทารกในครรภ์ได้ แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของยาคุมฉุกเฉิน เช่น ฮอร์โมนในยา

ผู้ที่มีประวัติเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย 

ควรตรวจหาสาเหตุและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคลิ่มเลือดอุดตัน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง

ผู้ที่มีโรคตับเฉียบพลัน หรือตับแข็ง มะเร็งตับ

ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์หญิง

ผู้ที่เป็นโรคลมชักและรับประทานยากันชัก

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับไตหรือหลอดเลือด

ผู้ที่มีไมเกรนชนิดมีอาการเตือน (Migraine with aura)

ผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี และสูบบุหรี่จัด มีไขมันในเลือดสูง หรืออ้วน 

เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อโรคลิ่มเลือดอุดตันและโรคหัวใจ

นอกจากนี้ แพทย์และผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินเกิน 2 ครั้งในชีวิต เนื่องจากฮอร์โมนในยามีปริมาณสูง อาจส่งผลกระทบต่อรังไข่ มดลูก และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด เช่น เซลล์มะเร็ง และผลข้างเคียงอื่นๆ ในระยะยาว

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนขาด เลือดออกผิดปกติ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์หลังใช้ยา ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สรุป – ยาคุมและยาคุมฉุกเฉิน ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

ยาคุมรายเดือนเหมาะสำหรับการคุมกำเนิดระยะยาว ต้องกินต่อเนื่องตรงเวลา ส่วนยาคุมฉุกเฉินใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ควรกินเร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรใช้บ่อย หากลืมกินยาคุม 1 วัน ให้กินทันทีที่นึกได้ และป้องกันด้วยวิธีเสริมใน 7 วันถัดไป ผลข้างเคียงยาคุมและยาคุมฉุกเฉินมีทั้งแบบชั่วคราวและรุนแรง ควรสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์หากผิดปกติ

Ref: Mayoclinic, Mahidol, Pediatric Infectious Disease Society of Thailand

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกินยาคุมและยาคุมฉุกเฉิน (FAQ)

1. ลืมกินยาคุม 1 วัน แบบ 28 เม็ด มีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว ป้องกันอย่างไร?

หากลืมกินยาเม็ดฮอร์โมน (เม็ดที่ 1-21) ไป 1 วัน ให้รีบกินยาทันทีที่นึกได้ แล้วกินเม็ดต่อไปตามเวลาปกติ หากเพิ่งมีเพศสัมพันธ์ไป ยายังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันอยู่ แต่หากลืมกินเกิน 48 ชั่วโมง (2 วัน) หรือลืมในช่วงต้นแผง ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินร่วมด้วย และต้องสวมถุงยางอนามัยควบคู่ไปในอีก 7 วันถัดไป

2. ยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ด สามารถกินพร้อมกัน 2 เม็ดในครั้งเดียวได้ไหม?

สามารถกินพร้อมกัน 2 เม็ดในครั้งเดียวได้ เพื่อป้องกันปัญหาการลืมกินเม็ดที่ 2 ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดไม่แตกต่างกัน แต่การกินพร้อมกันอาจเพิ่มโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น อาการคลื่นไส้ หรืออาเจียน ได้มากกว่าการแบ่งกินห่างกัน 12 ชั่วโมง

3. กินยาคุมฉุกเฉินแล้วประจำเดือนไม่มา เกิดจากอะไร?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของยาคุมฉุกเฉินคือการทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน ส่งผลให้ประจำเดือนรอบถัดไปอาจมาคลาดเคลื่อน มาช้า หรือเร็วกว่าปกติได้ประมาณ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม หากประจำเดือนขาดหายไปนานกว่า 1 สัปดาห์จากวันที่ควรจะมาตามปกติ แนะนำให้ซื้อชุดตรวจครรภ์มาทดสอบเพื่อความแน่ใจ

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • รศ. นพ. วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี

  • รศ. นพ. วิรัช วิศวสุขมงคล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

  • ศ. นพ. เยื้อน ตันนิรันดร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์มารดาและทารก

  • นพ. ประสิทธิ์ เผ่าทองคำ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมทั่วไป เวชพันธุศาสตร์

  • พญ. ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์

    ศูนย์ส่งเสริมการมีบุตร | ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    ภาวะมีบุตรยาก, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา

  • พญ. กริชา ไม้เรียง

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    มะเร็งนรีเวช

  • พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชินา โอฬารรัตนพันธ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชื่นกมล ชรากร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • พญ. ณัฏฐ์กฤตา โพธิพรธวัฒน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    นรีเวช, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งรังไข่

  • รศ. นพ. ดำรง ตรีสุโกศล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • ผศ. นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี