Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนคืออะไร

การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน ประกอบด้วย การผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหารผ่านกล้อง (Laparoscopic Gastric Bypass), การผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะอาหาร (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy) การใส่ห่วงรัดกระเพาะอาหาร (Gastric Band) และการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารแบบต่อลำไส้เล็ก (Duodenal Switch) วิธีการเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคอ้วนระดับ 3 ได้ นอกจากนี้ยังช่วยปรับระบบเผาผลาญให้เป็นปกติ เช่น รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ความดันเลือด และคอเลสเตอรอล

การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน หรือการผ่าตัดลดน้ำหนัก เป็นวิธีการรักษาโรคอ้วนประเภทหนึ่ง หากวิธีการลดน้ำหนักประเภทอื่นไม่ได้ผล และหากการผ่าตัดส่งผลต่อสุขภาพน้อยกว่าผลกระทบจากโรคอ้วน

การผ่าตัดที่กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กจะปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบย่อยอาหาร เพื่อควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคและดูดซึมได้และยังช่วยลดสัญญาณความหิวที่ระบบย่อยอาหารส่งไปยังสมอง การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนนี้จะช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ เช่น เบาหวาน, ไขมันพอกตับ อย่างไรก็ตาม การรักษาที่สำเร็จต้องมีการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมด้วย

 

การลดน้ำหนักโดยการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนมีหลักการที่สำคัญอยู่ 2 ประการคือ

  1. ทำให้รับประทานอาหารในปริมาณที่น้อยลง (Restrictive procedure)
  2. ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้น้อยลง (Malabsorptive procedure)

ในเวลาต่อมา มีการศึกษาเกี่ยวกับฮอร์โมนต่าง ๆ ของทางเดินอาหาร (Gut Hormones) ทำให้เราเข้าใจกลไกการทำงานและประสิทธิภาพของการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนมากขึ้น เช่น การทำงานของฮอร์โมน Grehlin, GLP-1, Peptide YY ดังนั้น การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนจะส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนในทางเดินอาหาร และทำให้ความอยากอาหารของเราลดลงไปด้วย การผ่าตัดแต่ละประเภทก็จะส่งผลดังกล่าวที่แตกต่างกัน 

 

นอกจากนี้ การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนไม่ได้มีผลแค่การลดน้ำหนัก แต่จากการสำรวจยังพบว่าหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยมากกว่า 80% สามารถลดยาเบาหวาน หรือหยุดยาได้เลย ภายในเวลา 2 ปี

การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนมีความจำเป็นแค่ไหน

การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วน เป็นการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนระยะที่สามที่ได้ผลดีที่สุดในระยะยาว ตามข้อมูลจาก National Institutes of Health (NIH) เพราะผู้ป่วยโรคอ้วนระยะที่สามไม่สามารถลดน้ำหนักได้ด้วยตนเองจากวิธีธรรมดาอย่างรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและออกกำลังได้อีกต่อไป เพราะเมื่อร่างกายจดจำว่าน้ำหนักที่เกินคือสิ่งปกติไปแล้ว มันก็จะพยายามปรับกลไกของร่างกายให้กลับคืนสู่น้ำหนักที่เกินนั้น การผ่าตัดจะปรับเปลี่ยนกลไกการจัดการอาหารของร่างกายและทำให้การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่น ๆ มีผลต่อการลดน้ำหนักได้ แม้จะเป็นโรคอ้วนระยะที่สามไปแล้ว

การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนป้องกันไม่ให้เป็นโรคอะไรบ้าง

การเป็นโรคอ้วนอาจนำไปสู่หลายโรคเรื้อรังที่รุนแรงถึงชีวิตได้ และการผ่าตัดจะลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคเหล่านี้ได้ ได้แก่ 

 

  • น้ำตาลในเลือดสูง อาจนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินและเป็นอาการเริ่มต้นของเบาหวาน หากไม่รักษา ภาวะนี้อาจทำลายเส้นประสาท หลอดเลือด เนื้อเยื่อ และอวัยวะ
  • เบาหวานชนิดที่ 2 การมีไขมันสะสมมากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลิน และเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีความสัมพันธ์กับค่า BMI ที่มากขึ้น
  • คอเลสเตอรอลสูง เมื่อเป็นโรคไขมันในเลือดสูงแล้ว อาจนำไปสู่การอุดตันในหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจวาย
  • ความดันโลหิตสูง เมื่อมีแรงดันในหลอดเลือดสูงเกินไป ผนังหลอดเลือดจะเสื่อมลง และมีความเสี่ยงที่หัวใจวายและหลอดเลือดสมอง
  • โรคหัวใจ โรคอ้วนอาจมีผลต่อการทำงานของหัวใจและนำไปสู่หัวใจล้มเหลว โรคหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ผู้เป็นโรคอ้วนอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย เมื่อทางเดินหายใจถูกอุดกั้น ทำให้ออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ไม่เพียงพอ รวมทั้งหัวใจด้วย
  • โรคไต เมื่อระบบเผาผลาญมีปัญหา ทำให้เกิดโรคความดันในเลือดสูง ภาวะดื้ออินซูลิน และหัวใจล้มเหลว โรคเหล่านี้อาจนำไปสู่โรคไตได้
  • โรคข้อเสื่อม การมีน้ำหนักเกินทำให้ข้อต่อต้องแบกรับแรงกดดันมากกินไป และทำให้เกิดโรคข้อเสื่อม
  • โรคภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอลล์ (Non-alcoholic fatty liver disease: NAFLD) เมื่อไขมันส่วนเกินถูกสะสมที่ตับ อาจทำให้ไขมันพอกตับและเกิดโรคตับคั่งไขมัน จนในที่สุดตับอักเสบ เกิดความเสียหายระยะยาว 
  • มะเร็ง แม้เราจะไม่ทราบแน่ชัดว่าโรคอ้วนสัมพันธ์อย่างไรกับโรคมะเร็ง แต่โรคอ้วนก็ทำให้เกิดความเสี่ยงท่ี่จะเป็นโรคมะเร็งหลายประเภท และทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูงขึ้น 

ผู้ใดที่เหมาะสมจะได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วน

ผู้มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) 40 ขึ้นไป หรือ

ผู้มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) อย่างน้อย 35 พร้อมกับปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับโรคอ้วน

วิธีการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วน

ผ่านการประเมินทั้งทางร่างกายและจิตใจโดยผู้เชี่ยวชาญ

ต้องเลิกสูบบุหรี่ งดเสพยาเสพติด หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ต้องรับประทานอาหารตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดไขมันในช่องท้องซึ่งจะช่วยให้การผ่าตัดปลอดภัยขึ้นและลดผลข้างเคียงจากการผ่าตัด 

การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วนมีกี่ประเภท

โดยส่วนใหญ่แล้ว การผ่าตัดมักทำโดยการส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery)  เพราะจะทำให้เกิดแผลเล็กและหายเร็ว นอกจากนี้ยังทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่เล็กลงด้วย

 

  • การผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะอาหาร (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy)

เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะทำโดยกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน จึงมีความปลอดภัยสูงและมีผลข้างเคียงน้อย การผ่าตัดชนิดนี้จะตัดกระเพาะอาหารประมาณ 80% ออกไป กระเพาะอาหารที่เหลืออยู่จะมีรูปร่างคล้ายแขนเสื้อ (Sleeve) การตัดกระเพาะบางส่วนออกไปจะจำกัดปริมาณอาหารที่เราสามารถทานได้และทำให้ผู้ป่วยอิ่มเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังลดฮอร์โมนควบคุมความหิวในกระเพาะอาหารด้วย 

 

  • การผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหารผ่านกล้อง (Laparoscopic Gastric Bypass)

วิธีนี้แพทย์จะเย็บกระเพาะอาหารให้แยกออกจากกันเป็นรูปกระเปาะ และเย็บส่วนกระเปาะนั้นเข้ากับลำไส้เล็กซึ่งถูกเย็บแบ่งส่วนที่จะใช้งานเช่นเดียวกัน วิธีนี้จะทำให้กระเพาะมีขนาดเล็กลงและจำกัดปริมาณอาหารที่ผู้ป่วยจะรับประทานได้และจำกัดปริมาณสารอาหารที่ลำไส้เล็กดูดซึม วิธีนี้อาจทำให้เราอาจได้รับสารอาหารมีประโยชน์น้อยลงไปด้วย

 

  • การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารแบบต่อลำไส้เล็ก (Duodenal Switch) 

เป็นวิธีการผสมผสานระหว่างการตัดกระเพาะอาหารและบายพาสลำไส้เล็ก คล้ายกับวิธีการผ่าตัดบายพาส แต่วิธีการนี้ผ่าตัดบายพาสลำไส้เล็กออก 75% การทำแบบนี้ช่วยลดฮอร์โมนควบคุมความหิว และจำกัดปริมาณสารอาหารที่ลำไส้เล็กดูดซึม แม้จะมีประสิทธิภาพดีที่สุด แต่วิธีนี้อาจทำให้เราขาดสารอาหารได้

 

  • การใส่ห่วงรัดกระเพาะอาหาร (Gastric Band)

เป็นวิธีการผ่าตัดส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อใส่ห่วงซิลิโคนเข้าไปรัดที่กระเพาะอาหารส่วนบน อาหารจะถูกกักไว้ที่กระเพาะส่วนบนและทำให้เราอิ่มเร็ว ห่วงรัดสามารถปรับให้แน่นหรือหลวมขึ้นได้ด้วยการฉีดน้ำเกลือที่ผิวหนัง วิธีนี้มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด แต่ก็มีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักน้อยลงไปด้วย

การดูแลหลังผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วน

ต้องพบแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจสอบการทำงานของระบบเผาผลาญ และการขาดสารอาหาร เพราะกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กมีขนาดเล็กลง ถ้าผลการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ผู้ป่วยอาจปรึกษาแพทย์เรื่องนวัตกรรมกระชับสัดส่วน (Body Contouring) ซึ่งประกอบไปด้วยการสลายไขมันส่วนเกินและกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อย

ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วน

  • เลือดออกที่รอยเย็บบริเวณกระเพาะอาหาร 
  • แผลติดเชื้อ
  • ภาวะรอยต่อลำไส้รั่ว
  • เลือดไหลเวียนไม่สะดวก
  • ลิ่มเลือด
  • ภาวะลำไส้เล็กอุดตัน
  • ภาวะเลือดจาง ภาวะขาดสารอาหาร และโรคนิ่วในถุงน้ำดี เมื่อกระเพาะอาหารและลำไส้มีขนาดเล็กลง 
  • โรคกรดไหลย้อน

ประโยชน์ที่ได้จากการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคอ้วน

  • การลดน้ำหนักได้มากขึ้น
  • การลดฮอร์โมนควบคุมความหิวและระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น
  • ร่างกายควบคุมคอเลสเตอรอลและน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การมีชีวิตยืนยาว

Ref: clevelandclinic

นพ.อภิชัย ไชยโรจน์

ศัลยแพทย์ทั่วไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องของโรงพยาบาล BNH

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

นพ. อภิชัย ไชยโรจน์

แผนกศัลยกรรม

สาขาเฉพาะทาง

ศัลยศาสตร์ และการผ่าตัดส่องกล้อง

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย

Doctor’s Story


การผ่าตัดผ่านกล้อง, การผ่าตัดลดความอ้วน


– วุฒิบัตรสาขาศัลยศาสตร์, 2538


– แพทย์ประจำบ้าน สาขา ศัลยศาสตร์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, 2538
– แพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2535

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
จันทร์ 09:00 – 18:00 แผนกศัลยกรรม
อังคาร 09:00 – 18:00 แผนกศัลยกรรม
พุธ 09:00 – 17:00 แผนกศัลยกรรม
พฤหัสบดี 09:00 – 18:00 แผนกศัลยกรรม
ศุกร์ 09:00 – 18:00 แผนกศัลยกรรม
เสาร์ 09:00 – 12:00 แผนกศัลยกรรม