Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

รู้จักร่างกายให้ดี แค่ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี ป้องกันสารพัดโรค

สรุปสาระสำคัญ

  • การตรวจสุขภาพประจำปีคืออะไร: การประเมินสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับผู้ที่ “ยังไม่มีอาการป่วย” เพื่อค้นหาความเสี่ยงและโรคร้ายในระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาด

  • การเลือกโปรแกรมตรวจให้ตรงจุด: ร่างกายแต่ละช่วงวัยต้องการการดูแลต่างกัน (เช่น วัยทำงานเน้นตรวจเบาหวาน/ความดัน ส่วนวัย 50+ เน้นคัดกรองมะเร็งและมวลกระดูก) ควรเลือกแพ็กเกจให้เหมาะสมกับอายุและความเสี่ยงทางพันธุกรรม

  • การเตรียมตัวก่อนตรวจ: จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงสำหรับการตรวจเลือด (น้ำตาลและไขมัน) และควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ

  • ประโยชน์ที่ได้รับ: ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเรื้อรัง ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลระยะยาว และช่วยให้คุณวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างแม่นยำ

การตรวจสุขภาพประจำปีสำคัญอย่างไร

การตรวจร่างกายทั่วไป (General Physical Examination)

เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่แพทย์จะตรวจดูสภาพร่างกายโดยรวม ประกอบด้วย:

  • การวัดสัญญาณชีพ ความดันโลหิต ชีพจร อุณหภูมิร่างกาย
  • การวัดสัดส่วนร่างกาย น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย (BMI)
  • การตรวจระบบต่างๆ หัวใจ ปอด ตา หู คอ จมูก และช่องท้อง

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Tests)

การตรวจเลือด (Blood Test)

  • ระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อคัดกรองเบาหวานและภาวะก่อนเบาหวาน
  • ระดับไขมันในเลือด รวมถึงคอเลสเตอรอล HDL LDL และไตรกลีเซอไรด์
  • การทำงานของตับ ผ่านการวัดเอนไซม์ตับ เช่น SGOT SGPT
  • การทำงานของไต ผ่านการวัดครีเอทินิน และการคำนวณอัตราการกรองของไต
  • ระดับฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนเพศ

การตรวจปัสสาวะและอุจจาระ

  • ตรวจหาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ
  • คัดกรองการติดเชื้อ หรือการมีเลือดปนในปัสสาวะ
  • ตรวจหาเลือดแอบแฝงในอุจจาระ เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้

การตรวจทางรังสีและภาพวินิจฉัย (Imaging Studies)

  • การถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด เพื่อดูสภาพปอดและหัวใจ
  • การอัลตราซาวด์ช่องท้อง ตรวจดูอวัยวะในช่องท้อง เช่น ตับ ไต ถุงน้ำดี
  • การตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรม สำหรับสตรีอายุ 40 ปีขึ้นไป
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูจังหวะหัวใจและการทำงานของหัวใจ

การตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม

หากผลการตรวจพื้นฐานพบความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น:

การตรวจคัดกรองมะเร็ง

  • การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Markers) เช่น PSA สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • การตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน สำหรับผู้ที่มีประวัติมะเร็งในครอบครัว
  • การตรวจแปปสเมียร์ เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  • การส่องกล้องลำไส้ เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

การตรวจเฉพาะทางอื่นๆ

  • การตรวจสุขภาพจิตและประเมินภาวะซึมเศร้า
  • การตรวจสมรรถภาพร่างกายสำหรับนักกีฬา
  • การตรวจความหนาแน่นของกระดูกสำหรับผู้สูงอายุ

วิธีการตรวจสุขภาพประจำปี

การตรวจร่างกายทั่วไป (General Physical Examination)

เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่แพทย์จะตรวจดูสภาพร่างกายโดยรวม ประกอบด้วย:

  • การวัดสัญญาณชีพ ความดันโลหิต ชีพจร อุณหภูมิร่างกาย
  • การวัดสัดส่วนร่างกาย น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย (BMI)
  • การตรวจระบบต่างๆ หัวใจ ปอด ตา หู คอ จมูก และช่องท้อง

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Tests)

การตรวจเลือด (Blood Test)

  • ระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อคัดกรองเบาหวานและภาวะก่อนเบาหวาน
  • ระดับไขมันในเลือด รวมถึงคอเลสเตอรอล HDL LDL และไตรกลีเซอไรด์
  • การทำงานของตับ ผ่านการวัดเอนไซม์ตับ เช่น SGOT SGPT
  • การทำงานของไต ผ่านการวัดครีเอทินิน และการคำนวณอัตราการกรองของไต
  • ระดับฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนเพศ

การตรวจปัสสาวะและอุจจาระ

  • ตรวจหาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ
  • คัดกรองการติดเชื้อ หรือการมีเลือดปนในปัสสาวะ
  • ตรวจหาเลือดแอบแฝงในอุจจาระ เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้

การตรวจทางรังสีและภาพวินิจฉัย (Imaging Studies)

  • การถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด เพื่อดูสภาพปอดและหัวใจ
  • การอัลตราซาวด์ช่องท้อง ตรวจดูอวัยวะในช่องท้อง เช่น ตับ ไต ถุงน้ำดี
  • การตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรม สำหรับสตรีอายุ 40 ปีขึ้นไป
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูจังหวะหัวใจและการทำงานของหัวใจ

การตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม

หากผลการตรวจพื้นฐานพบความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น:

การตรวจคัดกรองมะเร็ง

  • การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Markers) เช่น PSA สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • การตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน สำหรับผู้ที่มีประวัติมะเร็งในครอบครัว
  • การตรวจแปปสเมียร์ เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  • การส่องกล้องลำไส้ เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

การตรวจเฉพาะทางอื่นๆ

  • การตรวจสุขภาพจิตและประเมินภาวะซึมเศร้า
  • การตรวจสมรรถภาพร่างกายสำหรับนักกีฬา
  • การตรวจความหนาแน่นของกระดูกสำหรับผู้สูงอายุ

การตรวจสุขภาพประจำปีของคนแต่ละช่วงวัยแตกต่างกันอย่างไร

เด็กและวัยรุ่น: เน้นการตรวจร่างกายทั่วไป ได้แก่ การตรวจสายตา, ฟัน, และการเจริญเติบโต

วัยผู้ใหญ่: ตรวจสุขภาพทั่วไป ซึ่งประกอบไปด้วย ตรวจความดันโลหิต, น้ำตาลในเลือด, ไขมันในเลือด และการตรวจคัดกรองมะเร็งบางชนิด

วัยกลางคนและผู้สูงอายุ: การตรวจสุขภาพจะละเอียดขึ้น เน้นตรวจคัดกรองโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคเบาหวาน, โรคความดัน, โรคไต และโรคมะเร็งต่าง ๆ

 

ที่ BNH เรามีโปรแกรมตรวจสุขภาพที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมตามสภาพร่างกายของแต่ละช่วงวัย ดังนี้ 

  1. วัยหนุ่มสาว (อายุต่ำกว่า 25 ปี) – แพ็กเกจ Explorer

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้อยู่ในวัยหนุ่มสาวที่กำลังเริ่มต้นดูแลสุขภาพเพื่อให้ร่างกายพร้อมทำทุกกิจกรรม

โปรแกรมนี้ครอบคลุมทุกการตรวจที่จำเป็นสำหรับวัยนี้ ได้แก่ การตรวจเบาหวาน ไขมัน การทำงานของตับ ไต หัวใจ ปอด วิตามิน D และไทรอยด์ อัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนหรือส่วนล่าง เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและดูแลสุขภาพของคุณอย่างครบถ้วน

  1. วัยเริ่มต้นทำงาน (อายุ 25-35 ปี) – แพ็กเกจ Builder

ช่วงอายุนี้อยู่ในวัยทำงาน ทำให้ต้องเผชิญกับความเครียดจากการทำงานและอาจมีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพได้ เช่น การนั่งทำงานเป็นเวลานาน การรับประทานอาหารแปรรูปเพราะสภาพการทำงานที่เร่งรีบ การตรวจสุขภาพจะครอบคลุมการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตั้งแต่อายุยังไม่มาก เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไขมันในเลือดสูง และโรคเบาหวาน และรวมถึงการตรวจการทำงานของตับ ไต หัวใจ ปอด วิตามิน D และไทรอยด์ การตรวจอัลตราซาวด์ระหว่างช่องท้องส่วนบนและช่องท้องส่วนล่าง 

  1. วัยทำงาน (อายุ 35-50 ปี) – แพ็กเกจ Mentor

เป็นช่วงวัยที่เริ่มมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของร่างกาย ที่สะสมมาจากการใช้งานร่างกายทั้งจากการทำงาน การรับประทานอาหาร หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก นอกจากนี้ อาจความเสี่ยงอาจรวมถึงโรคแฝงทางพันธุกรรมในครอบครัว การตรวจประกอบไปด้วยการตรวจเบาหวาน,
ไขมัน, การทำงานของตับ, ไต, หัวใจ, ปอด, วิตามิน D, ไทรอยด์, ตรวจตา และคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก อัลตร้าซาวด์ไทรอยด์, การทำ Echo หัวใจ หรือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram), ทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน เพื่อดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน

  1. วัย 50 ปีขึ้นไป – แพ็กเกจ Giver

วัยนี้ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะมีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้นเพราะความเสื่อมของร่างกาย โปรแกรมนี้จึงมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองมะเร็ง การตรวจสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือด และการตรวจความหนาแน่นของกระดูก เพื่อตรวจเจอโรคก่อนและจัดการอาการเพื่อป้องกันความรุนแรงของโรคได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีของโรงพยาบาล BNH ที่นี่

 

ควรตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน

ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี: ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะหลังอายุ 30 ปี ที่เริ่มมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ มากขึ้น

ผู้ที่มีโรคประจำตัว: ควรตรวจตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแล ซึ่งอาจบ่อยกว่าปีละ 1 ครั้ง เช่น ทุก 3-6 เดือน โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ

เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีความเสี่ยงสูง: ควรตรวจทุก 6 เดือน หรือเมื่อมีอาการผิดปกติ

ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคร้ายแรง: ควรเริ่มตรวจก่อนวัยปกติ

ผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมเสี่ยง: ควรตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนตรวจสุขภาพ

  • งดอาหารและน้ำ สำหรับการตรวจเลือด เช่น น้ำตาลหรือไขมันในเลือด ต้องงดอาหารก่อนอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนตรวจ เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการทำงานของตับ
  • แจ้งประวัติการใช้ยา หากคุณใช้ยารักษาโรคประจำตัว รวมทั้งยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร และอาหารเสริม ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า และรับประทานตามปกติเหมือนทุกวัน เว้นแต่แพทย์สั่งให้งด
  • เตรียมประวัติสุขภาพ เช่น ผลการตรวจจากครั้งก่อนเพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง ประวัติโรคประจำตัว หรือโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว
  • อาการผิดปกติที่สังเกตเห็น แม้จะเล็กน้อย
  • แต่งกายให้สะดวกต่อการตรวจ เสื้อผ้าแบบหลวม สบาย ไม่ใส่เครื่องประดับหรือเสื้อผ้าที่มีโลหะ

การตรวจสุขภาพประจำปีมีประโยชน์อย่างไร

  • ค้นหาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้รักษาได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน ของโรคเรื้อรัง
  • ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาระยะยาว เพราะตรวจพบโรคตั้งแต่เริ่มต้น
  • เพิ่มโอกาสในการมีอายุยืนและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับแพทย์
  • ทราบข้อมูลสุขภาพเพื่อวางแผนการใช้ชีวิต
  • ตรวจสุขภาพจิตและอารมณ์เบื้องต้น
  • ติดตามการฉีดวัคซีนที่จำเป็นเป็นระยะ 
  • สามารถทราบว่าควรตรวจสุขภาพแบบเฉพาะโรคใดต่อไป
  • ลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรัง
  • ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพครอบครัว

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ

  • การตรวจมากเกินความจำเป็นอาจทำให้เกิด “ผลบวกปลอม” (False Positive) หรือผลตรวจที่บ่งชี้ว่าอาจมีโรค ทั้งที่ไม่ได้มีโรคนั้นจริง ๆ ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวล และอาจต้องตรวจซ้ำหลายครั้ง
  • ไม่ควรใช้ผลตรวจสุขภาพเพียงครั้งเดียวในการวินิจฉัยโรค ควรให้แพทย์ประเมินร่วมกับอาการและประวัติผู้ป่วย
  • การตรวจสุขภาพประจำปีกับผู้ที่ไม่มีอาการเจ็บปวดใด อาจไม่ลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจอย่างเห็นได้ชัด
  • อย่างไรก็ตาม การตรวจสุขภาพช่วยให้ตรวจพบความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดได้เร็วขึ้น
  • การพูดคุยกับแพทย์บ่อย ๆ ทำให้เกิดความเข้าใจเรื่องสุขภาพมากกว่าการตรวจเฉพาะทางทุกปีโดยไม่ได้รับคำปรึกษา

ตรวจสุขภาพได้ที่ไหนบ้าง

  • โรงพยาบาลและคลินิกทั่วไป มีแพ็กเกจตรวจสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งแบบพื้นฐานจนถึงแบบตรวจละเอียดเฉพาะโรค
  • ศูนย์ตรวจสุขภาพเฉพาะทาง เช่น ศูนย์ตรวจหัวใจ ศูนย์มะเร็ง หรือศูนย์เวชศาสตร์ป้องกัน

ควรเลือกโปรแกรมตรวจสุขภาพให้เหมาะสมกับเพศ อายุ และประวัติสุขภาพส่วนตัว หากมีความเสี่ยงเฉพาะ เช่น มีประวัติมะเร็งในครอบครัว ควรตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม เมื่อได้รับผลตรวจมาแล้ว ควรนำผลที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

สรุป

การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่า ช่วยให้เราเข้าใจร่างกายตนเองมากขึ้น ตรวจพบปัญหาสุขภาพก่อนที่จะร้ายแรง และวางแผนการดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม

การตรวจสุขภาพไม่ใช่เป็นเพียงการหาโรค แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องสุขภาพ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับแพทย์ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ขอให้ท่านเข้าใจว่าสุขภาพที่ดีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการดูแลอย่างสม่ำเสมอและมีแผน การตรวจสุขภาพประจำปีคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่จะช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ

Ref: mayoclinic

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี (Annual Check-up Programmes)

สุขภาพดี เริ่มที่การตรวจประจำปีที่ BNH

โปรแกรมตรวจครบทุกด้าน ตรงตามความต้องการเฉพาะบุคคล
ครอบคลุมทุกวัยตั้งแต่วัยทำงานจนถึงวัย 50+

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปี (FAQ)

1. ตรวจสุขภาพประจำปี ต้องงดน้ำและงดอาหารกี่ชั่วโมง?

สำหรับการตรวจสุขภาพที่มีการเจาะเลือดเพื่อดูระดับน้ำตาลและไขมัน ผู้เข้ารับการตรวจจำเป็นต้องงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด (ยกเว้นน้ำเปล่า) อย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงก่อนเวลาเจาะเลือด และควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ผลการตรวจการทำงานของตับคลาดเคลื่อน

หากกำลังมีประจำเดือน แนะนำให้เลื่อนการตรวจสุขภาพออกไปก่อน โดยควรมาตรวจหลังประจำเดือนหมดสนิทแล้วอย่างน้อย 5-7 วัน เนื่องจากเลือดประจำเดือนจะปนเปื้อนในปัสสาวะ ทำให้ผลการตรวจปัสสาวะผิดเพี้ยน รวมถึงส่งผลต่อความแม่นยำของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) ด้วย

โดยทั่วไปกระบวนการตรวจสุขภาพจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง (ครึ่งวันเช้า) ขึ้นอยู่กับจำนวนรายการตรวจตามแพ็กเกจ ผลการตรวจพื้นฐาน เช่น ผลเลือด เอกซเรย์ ปัสสาวะ มักจะทราบผลและสามารถฟังคำอธิบายจากแพทย์ได้ภายในวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากมีการตรวจเฉพาะทางเชิงลึก เช่น ผลชิ้นเนื้อ หรือเซลล์วิทยา อาจใช้เวลา 3-7 วันทำการในการรายงานผล

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

  • นพ. จรัน มาลฮอตรา

    ศูนย์ตรวจสุขภาพ | แผนกอายุรกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชปฏิบัติทั่วไป

  • พญ. จิตติมา ทมาภิรัต

    ศูนย์ตรวจสุขภาพ

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ

  • พญ. ฑุติพร เหลืองสุวิมล

    ศูนย์ตรวจสุขภาพ

    ความชำนาญพิเศษ
    –

  • พญ. พรพิมล ศรีสุภรวาณิชย์

    ศูนย์ตรวจสุขภาพ

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมทั่วไป

  • พญ. เกษณี โอฬารเสถียรกุล

    ศูนย์ตรวจสุขภาพ | แผนกอายุรกรรม

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมทั่วไป, เวชศาสตร์เขตร้อน

  • นพ. วัศพล กุลธวัชวิชัย

    ศูนย์ตรวจสุขภาพ

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์ป้องกัน เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว

  • นพ. อธิวิทย์ สินอยู่

    ศูนย์ตรวจสุขภาพ

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์ครอบครัว