เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด
โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด คือ ภาวะอักเสบเรื้อรังของข้อต่อที่กระดูกสันหลัง เมื่อข้อต่ออักเสบ เนื้อเยื่อและกระดูกเล็กๆ ในกระดูกสันหลังจะค่อยๆ ยึดติดกัน
หลายคนอาจคิดว่าอาการหลังแข็งตึงตอนเช้าเป็นเรื่องปกติจากการทำงานหนักหรือนอนผิดท่า แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นสัญญาณของโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด ซึ่งเป็นโรคที่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ
โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดคืออะไร
โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis) เป็นโรคอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นบริเวณข้อต่อของกระดูกสันหลัง เมื่อเนื้อเยื่อรอบข้อต่อเกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมด้วยการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซึ่งค่อยๆ แข็งตัวคล้ายกระดูกและทำให้กระดูกสันหลังยึดติดกัน
เมื่อกระดูกสันหลังยึดติดกัน ความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลังจะลดลง ทำให้เกิดอาการหลังค่อมและแข็ง หากอาการแย่ลงและกระดูกซี่โครงได้รับผลกระทบ ผู้ป่วยอาจหายใจลึกๆ ได้ยาก เนื่องจากทรวงอกขยายตัวไม่เต็มที่
การเกิดกระดูกใหม่เป็นกลไกการป้องกันตัวของร่างกาย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดปัญหาในระยะยาว เพราะกระดูกใหม่จะเชื่อมช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลัง จนในที่สุดกระดูกสันหลังทั้งเส้นเชื่อมติดกันเป็นแท่งเดียว ทำให้โค้งตามธรรมชาติของกระดูกสันหลังหายไป
ผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดจะมีอาการอย่างไร
อาการระยะเริ่มต้น
ในระยะแรกของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการปวดลึกๆ บริเวณหลังส่วนล่างและสะโพก โดยเฉพาะในตอนเช้าหรือหลังจากนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน อาการแข็งตึงที่หลังจะเด่นชัดมาก นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดคอและรู้สึกอ่อนเพลียได้
เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน อาการปวดจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ทำให้นอนไม่หลับหรือตื่นกลางดึกเพราะปวด
บริเวณที่ได้รับผลกระทบบ่อยที่สุด
- ข้อเอสไอ (SI joint) – ข้อต่อระหว่างฐานของกระดูกสันหลังกับกระดูกเชิงกราน
- กระดูกสันหลังส่วนล่าง – บริเวณที่มักมีอาการแรกเริ่ม
- จุดยึดเอ็นและเส้นเอ็น – ที่ติดกับกระดูกสันหลังหรือด้านหลังของส้นเท้า
- กระดูกอ่อนทรวงอก – ระหว่างกระดูกอกกับกระดูกซี่โครง
- ข้อต่อใหญ่ – เช่น ข้อสะโพกและข้อไหล่
อาการเมื่อโรครุนแรงขึ้น
เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการที่รุนแรงกว่าเดิม ได้แก่:
- ปวดคอรุนแรง – จนไม่สามารถเคลื่อนไหวคอได้เต็มที่ หันซ้ายหันขวาลำบาก
- หายใจลำบาก – เนื่องจากข้อต่อกระดูกซี่โครงกับกระดูกสันหลังยึดติดกัน ทำให้ทรวงอกขยายตัวไม่เต็มที่
โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดเกิดขึ้นได้อย่างไร
แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดของโรคยังไม่เป็นที่ทราบ แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญหลายประการ:
ปัจจัยทางพันธุกรรม
การมียีน HLA-B27 เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มียีนนี้จะต้องเป็นโรค และผู้ที่เป็นโรคก็อาจไม่มียีนนี้ก็ได้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ช่วงอายุ
โรคนี้มักพบในวัยรุ่นตอนปลายหรือผู้ใหญ่ตอนต้น โดยทั่วไปจะเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 15-40 ปี
เพศ
พบว่าผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิง
ผู้ป่วยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดอาจมีภาวะแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง กระดูกใหม่จะก่อตัวขึ้นและเชื่อมช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังและกระดูกสันหลังบางส่วนเข้าด้วยกัน ทำให้ส่วนนั้นของกระดูกสันหลังแข็งและไม่ยืดหยุ่น การเชื่อมต่อของกระดูกนี้ยังสามารถทำให้ทรวงอกแข็ง ทำให้การทำงานของปอดลดลง
โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดไม่เพียงแต่ส่งผลต่อกระดูกสันหลังเท่านั้น แต่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้หลายอย่าง:
ปัญหาทางกายภาพ
เมื่อโรครุนแรงขึ้น กระดูกใหม่จะเชื่อมช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลัง ทำให้กระดูกสันหลังแข็งและไม่ยืดหยุ่น นอกจากนี้ ทรวงอกอาจแข็งขึ้น ส่งผลให้การทำงานของปอดลดลง
ปัญหาดวงตา
- ภาวะม่านตาอักเสบ (Acute anterior uveitis) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย ทำให้เกิดอาการปวดตาอย่างเฉียบพลัน ไวต่อแสง และมองเห็นไม่ชัด
- ภาวะกลัวแสง (Photophobia) ตาไม่สามารถทนแสงสว่างได้
กระดูกหักยุบ
ในระยะแรกของโรค กระดูกบางส่วนอาจอ่อนแอลง ทำให้กระดูกสันหลังยุบตัวลงได้ หากเกิดการหักของกระดูกสันหลัง อาจกดทับไขสันหลังและเส้นประสาทได้ ซึ่งเป็นอันตรายมาก
ปัญหาหัวใจและหลอดเลือด
หลอดเลือดแดงใหญ่ (aorta) ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย อาจมีปัญหาจากการอักเสบ เมื่ออักเสบ หลอดเลือดนี้อาจขยายตัวจนทำให้ลิ้นหัวใจเอออร์ติกเสียรูป ส่งผลให้หัวใจทำงานได้ไม่เต็มที่ การอักเสบที่เกิดจากโรคนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจอื่นๆ อีกด้วย
การอักเสบของลำไส้
ผู้ป่วยบางรายอาจมีภาวะลำไส้อักเสบ (Inflammatory bowel disease; IBD) ร่วมด้วย
การตรวจวินิจฉัยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดมีวิธีการอย่างไร
แพทย์อาจตรวจร่างกายโดยขอให้ผู้ป่วยก้มตัวในทิศทางต่าง ๆ เพื่อทดสอบการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง หรืออาจกดจุดที่กระดูกเชิงกรานหรือขอให้ขยับขาเพื่อกระตุ้นและตรวจหาอาการเจ็บปวด และอาจขอให้สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตรวจความผิดปกติในการขยายทรวงอก
- การตรวจด้วยภาพถ่าย
- การตรวจเอกซเรย์ ใช้เพื่อตรวจหาความผิดปกติในข้อต่อและกระดูก (Radiographic axial spondyloarthritis) แต่ในระยะแรกของโรค สัญญาณอาจยังไม่ปรากฏชัดเจน
- การตรวจด้วยเครื่อง MRI เป็นการใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูงและคลื่นวิทยุความถี่จำเพาะ ร่วมกับการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงภาพรายละเอียดของกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อน สามารถตรวจพบอาการของ nonradiographic axial spondyloarthritis ได้เร็วกว่าการตรวจเอกซเรย์ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- การตรวจเลือด สามารถตรวจหาสารบ่งชี้การอักเสบได้ แต่การอักเสบอาจเกิดจากโรคอื่นๆ ได้เช่นกัน
- การตรวจยีน HLA-B27 ทำได้โดยการเจาะเลือด หากพบยีนนี้จะเป็นข้อมูลสนับสนุนการวินิจฉัย แต่ไม่ใช่การตรวจที่ตัดสินใจขาดได้ เพราะคนที่มียีนนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นโรค และคนที่เป็นโรคก็ไม่จำเป็นต้องมียีนนี้
มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษาโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด
การรักษาโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาอาการปวดและความแข็งตึง ป้องกันหรือชะลอภาวะแทรกซ้อนและความผิดรูปของกระดูกสันหลัง การรักษาจะได้ผลดีที่สุดหากเริ่มในระยะแรกของโรค ก่อนที่จะเกิดอาการเรื้อรัง
- การรับประทานยา ได้แก่
- ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น naproxen sodium และ ibuprofen เป็นยาที่แพทย์ใช้รักษาเป็นอันดับแรก ยาเหล่านี้ช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวด และลดความแข็งตึง อย่างไรก็ตาม อาจมีผลข้างเคียงคือ ระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร
- ยาชีววัตถุ (Biologics) หาก NSAIDs ไม่ได้ผลเพียงพอ แพทย์อาจพิจารณาใช้ยากลุ่มใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า:
- TNF blockers เช่น Adalimumab (Humira), Certolizumab pegol (Cimzia), Etanercept (Enbrel), Golimumab (Simponi)
- IL-17 inhibitors เช่น Secukinumab (Cosentyx), Ixekizumab (Taltz)
- JAK inhibitors เช่น Tofacitinib (Xeljanz), Upadacitinib (Rinvoq) ซึ่งเป็นยารับประทาน
ยาเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายโดยการฉีดใต้ผิวหนังหรือทางหลอดเลือดดำ ยกเว้น JAK inhibitors ที่รับประทานได้ อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้อาจมีผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น กระตุ้นวัณโรคที่ซ่อนอยู่ให้ลุกลามขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- กายภาพบำบัดกายภาพบำบัดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษา เพราะมีประโยชน์หลายประการ:
- บรรเทาอาการปวด
- เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อ
- ป้องกันความผิดรูปของกระดูกสันหลัง
นักกายภาพบำบัดจะออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลตามความต้องการและระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งอาจรวมถึง:
การยืดเหยียดและเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของข้อต่อและลดอาการปวด
การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง ที่ทำหน้าที่พยุงกระดูกสันหลัง
การฝึกท่าทางที่ถูกต้อง ทั้งในการยืน เดิน นั่ง และนอน
- การผ่าตัดผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด การผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะในกรณีที่:
- มีอาการปวดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น
- ข้อต่อสะโพกเสียหายมากจนต้องเปลี่ยนข้อเทียม
- มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น กระดูกสันหลังหักกดทับไขสันหลัง
- การดูแลตัวเอง
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอาการของโรค:
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ช่วยลดอาการปวด รักษาความยืดหยุ่น และปรับปรุงท่าทาง กิจกรรมที่แนะนำ ได้แก่:
- การว่ายน้ำ – เป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคนี้
- การเดินเร็ว
- การยืดเหยียด
- โยคะหรือไทเก็ก
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้ปัญหาการหายใจแย่ลงและชะลอการรักษา
การจัดท่าทางร่างกายที่ถูกต้อง
- ฝึกยืนตัวตรงหน้ากระจกเป็นประจำ
- ใช้หมอนรองคอที่เหมาะสม
- จัดโต๊ะทำงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนในท่าเดียวเป็นเวลานาน
การนอนหลับที่มีคุณภาพ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย
ข้อสำคัญที่ควรจำ
โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาและติดตามอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาที่เหมาะสมสามารถควบคุมอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณมีอาการหลังแข็งตึงตอนเช้าเป็นประจำ ปวดหลังส่วนล่างที่ไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการอื่นๆ ที่กล่าวมา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว การรักษาในระยะเริ่มต้นจะให้ผลดีที่สุดและสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้
จำไว้ว่า การใช้ชีวิตอย่างปกติและมีคุณภาพสามารถทำได้ หากได้รับการรักษาที่เหมาะสมและดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง
Ref: mahidol
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
ศ. นพ. วิชาญ ยิ่งศักดิ์มงคล
ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง -
นพ. อาทิตย์ หงส์วานิช
ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง -
นพ. เอกปฏิภาณ เอี่ยมสกุลนนท์
ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยศาสตร์ออโธปิดิกส์ -
นพ.ปัตย์ ปั้นเหน่งเพ็ชร
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีวิทยา เวชศาสตร์การระงับปวด -
รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.พญ. พรพรรณ เฉลิมกิจพานิชย์
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีวิทยา อนุสาขา เวชศาสตร์ความปวด -
นพ. มาร์วิน เทพโสพรรณ
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีวิทยา -
รศ. พญ. สุปราณี นิรุตติศาสน์
ศูนย์กระดูกสันหลัง | แผนกห้องผ่าตัด
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีแพทย์ และ ผู้เชี่ยวชาญการบำบัดความปวด -
นพ. ณัฐพัฒน์ ตั้งจิตเจริญ
ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมกระดูกและโรคกระดูกสันหลัง