Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

Lecanemab

Lecanemab ยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ มุ่งเป้าชะลอสมองเสื่อม

Lecanemab (เลคานีแมบ) คือ ยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ ชนิดมุ่งเป้า (Monoclonal Antibody) ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรักษาตามอาการ แต่เข้าไปจับและกำจัดคราบโปรตีน Beta Amyloid ในสมองซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคโดยตรง ช่วยชะลอการถดถอยของความทรงจำและทักษะการใช้ชีวิตได้ถึง 27% ทำให้ผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นสามารถใช้ชีวิตประจำวันและอยู่กับครอบครัวได้ยาวนานขึ้น

Doctor’s Note: สิ่งที่แพทย์อยากบอกเกี่ยวกับ Lecanemab

  • มุ่งเป้าที่ต้นเหตุ: ยาตัวนี้ทำงานโดยการทำความสะอาด “โปรตีนพิษ” ในสมอง ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ประสาทได้อย่างตรงจุด
  • เวลาคือสิ่งสำคัญ: ยาจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในผู้ป่วย “ระยะเริ่มต้น” (มีภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย หรือ MCI)
  • ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด: ปัจจุบันยังไม่มียาที่ทำให้โรคอัลไซเมอร์หายขาดได้ 100% แต่ Lecanemab ช่วย “เพิ่มโอกาส” และซื้อเวลาที่มีคุณภาพให้ผู้ป่วยสามารถพึ่งพาตนเองได้นานขึ้น
  • ความปลอดภัยต้องมาตารฐานสูง: ต้องมีการตรวจยีน (APOE ε4) ก่อนเริ่มยา และติดตามผลด้วย MRI อย่างใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนตามมาตรฐานสากล

อาการหลงลืมที่พรากตัวตน... ความกังวลที่คนในครอบครัวเข้าใจดี

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) ไม่ได้พรากไปแค่ความทรงจำ แต่ยังค่อยๆ กลืนกินความเป็นตัวตนของผู้ป่วย และสร้างความหนักใจให้กับครอบครัวที่ต้องดูแล อาการมักเริ่มต้นจากการลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น หลงทิศทาง นึกคำพูดไม่ออก จนนำไปสู่การสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน

ในอดีต การรักษาทำได้เพียงประคับประคองตามอาการ แต่ปัจจุบันวงการแพทย์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของการใช้ยาที่ปรับเปลี่ยนดำเนินของโรค (Disease-Modifying Therapies) ซึ่ง Lecanemab ถือเป็นความหวังใหม่ที่ช่วยต่อกรกับความเสื่อมนี้

ทำความรู้จัก Lecanemab ยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ ทำงานอย่างไร?

เพื่อทำความเข้าใจการทำงานของยา เราต้องเข้าใจก่อนว่า amyloidosis คือ ภาวะที่มีโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่าอะไมลอยด์ (Amyloid) ก่อตัวผิดปกติและไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ สำหรับโรคอัลไซเมอร์ โปรตีนชนิดนี้คือ Beta Amyloid กลไกการเกิดโรค: เปรียบสมองของเราเป็นเมืองที่มีระบบจัดการขยะที่สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อเกิดโรคอัลไซเมอร์ ระบบนี้จะรวน ทำให้โปรตีน Beta Amyloid จับตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ (Protofibrils) ที่มีพิษสูง และค่อยๆ สะสมจนกลายเป็นคราบพลัค (Plaques) ที่เหนียวแน่น คราบพิษเหล่านี้จะเข้าไปขัดขวางการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทและทำให้เซลล์ประสาทตายในที่สุด

กลไกของยา Lecanemab:

ยาอัลไซเมอร์ ชนิดนี้เปรียบเสมือน “หน่วยเก็บขยะพิเศษ” ที่ถูกออกแบบมาให้จับกับก้อนโปรตีนพิษ (Protofibrils) โดยเฉพาะ จากนั้นจะส่งสัญญาณให้เซลล์ภูมิคุ้มกันในสมอง (Microglia) เข้ามากินและกำจัดก้อนพิษเหล่านี้ทิ้งไป ก่อนที่มันจะทำลายเซลล์ประสาท

จากการศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า Clarity AD ซึ่งได้รับการตีพิมพ์และอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ระดับโลกอย่าง PubMed (National Center for Biotechnology Information) พบว่าการให้ยา Lecanemab สามารถช่วยลดคราบโปรตีนพิษนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ประสิทธิภาพและทางเลือกในการรักษา

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยที่ได้รับยา Lecanemab เป็นเวลา 18 เดือน มีอัตราการถดถอยของสมองช้าลง 27% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยา ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยสามารถจดจำ ทำกิจวัตรประจำวัน และมีส่วนร่วมกับสังคมได้นานขึ้น

ปัจจุบัน มียานวัตกรรมกลุ่มต่อต้านอะไมลอยด์ที่โดดเด่นอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ Lecanemab และ Donanemab ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้:

คุณสมบัติทางคลินิก
Lecanemab
(LEQEMBI)
Donanemab
(Kisunla)
เป้าหมายการออกฤทธิ์
Lecanemab (LEQEMBI)
มุ่งเป้ากำจัดทั้งก้อนโปรตีนพิษ (Protofibrils) และคราบพลัค
Donanemab (Kisunla)
มุ่งเป้ากำจัดคราบพลัคที่เกาะแน่นแล้ว (N3pG) เป็นหลัก
ความถี่ในการให้ยา
Lecanemab (LEQEMBI)
ให้ยาทางหลอดเลือดดำ ทุก 2 สัปดาห์
Donanemab (Kisunla)
ให้ยาทางหลอดเลือดดำ ทุก 4 สัปดาห์
ระยะเวลาการรักษา
Lecanemab (LEQEMBI)
รักษาต่อเนื่อง (เพื่อป้องกันการสะสมใหม่)
Donanemab (Kisunla)
หยุดยาได้เมื่อกำจัดคราบพลัคในสมองหมด
ความเสี่ยงสมองบวม (ARIA-E)
Lecanemab (LEQEMBI)
พบประมาณ 12.6%
Donanemab (Kisunla)
พบประมาณ 24.0%

ใครบ้างที่เสี่ยง และใครเหมาะกับการรับยา Lecanemab?

ยา Lecanemab ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับ กลุ่มผู้ป่วยระยะเริ่มต้น (Early Alzheimer’s Disease) ซึ่งได้แก่:

  • ผู้ที่มีภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (Mild Cognitive Impairment – MCI)
  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะแรก (Mild Dementia)
  • ที่สำคัญที่สุด: ต้องได้รับการตรวจยืนยันด้วย PET Scan หรือการเจาะน้ำไขสันหลัง หรือการตรวจ biomarkers ในเลือดแล้วว่า มีการสะสมของโปรตีน Beta Amyloid ในสมองจริง

ใครที่ไม่ควรรับยา หรือต้องระวังเป็นพิเศษ?

ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด หรือมีภาวะเลือดออกในสมองมาก่อน เนื่องจากตัวยาอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ทำไมถึงควรปรึกษาและรับการรักษาที่ BNH Hospital?

การรักษาด้วย ยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสูง ทั้งในการวินิจฉัย การให้ยา และการเฝ้าระวังผลข้างเคียง BNH Hospital โรงพยาบาลเอกชนนานาชาติแห่งแรกของไทย ด้วยประสบการณ์ดูแลคนไข้กว่า 120 ปี พร้อมมอบการดูแลที่ได้มาตรฐานระดับสากล

  1. Centre of Excellence: ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท (BNH Neuroscience Centre) ทำงานร่วมกันแบบ Multidisciplinary Team เพื่อประเมินผู้ป่วยอย่างละเอียดแบบองค์รวม
  2. ความแม่นยำในการวินิจฉัย: เรามีเทคโนโลยี MRI และการตรวจ Biomarkers ในเลือด รวมทั้งการส่งตรวจทางพันธุกรรม (APOE ε4 Genotyping) เพื่อการวินิจฉัยและคัดกรองความเสี่ยงที่แม่นยำที่สุดก่อนเริ่มการรักษา
  3. มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด: ยาชนิดนี้ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 โดยจัดเป็น “ยาควบคุมพิเศษ” ซึ่งที่ BNH เรามีโปรโตคอลการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทางสมอง (ARIA) ที่รัดกุม

เพื่อประเมินอาการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรักษาโรคอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นด้วยยานวัตกรรมใหม่ (Lecanemab)

ลงทะเบียนนัดหมายเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาล BNH

Click Here

ขั้นตอนการรักษาและการดูแลตัวเอง

ก่อนการรักษา (Pre-Care & Diagnosis)

  1. คัดกรองความจำ: แพทย์จะประเมินความสามารถของสมองอย่างละเอียด
  2. ตรวจหา Amyloid: ผ่านการทำ PET Scan หรือตรวจน้ำไขสันหลัง หรือการตรวจ Biomarkers ในเลือด
  3. ตรวจยีน APOE ε4: ผู้ที่มียีนชนิดนี้ 2 ก๊อปปี้ (Homozygotes) จะมีความเสี่ยงสูงต่อผลข้างเคียง แพทย์จะนำข้อมูลนี้มาประเมินความคุ้มค่าและความปลอดภัยก่อนเริ่มยา
  4. MRI สมองตั้งต้น: เพื่อดูว่ามีข้อห้ามในการให้ยาหรือไม่ และเป็นฐานข้อมูลในการเปรียบเทียบ

ระหว่างการรักษา (Treatment & Monitoring)

  • การให้ยา: ปัจจุบันให้ยาผ่านทางหลอดเลือดดำ (IV Infusion) ทุก 2 สัปดาห์ (ในอนาคตอันใกล้ กำลังจะมีการพัฒนารูปแบบปากกาฉีดยาใต้ผิวหนัง หรือ LEQEMBI IQLIK เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถรับยาหรือดูแลที่บ้านได้สะดวกขึ้น)
  • การเฝ้าระวัง ARIA: ARIA (Amyloid-Related Imaging Abnormalities) คือภาวะที่อาจเกิดสมองบวมน้ำหรือมีจุดเลือดออกเล็กๆ ในสมอง ซึ่งส่วนใหญ่ “ไม่มีอาการ” แพทย์จึงจำเป็นต้องนัดทำ MRI ตรวจสมองอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนให้ยาครั้งที่ 5, 7 และ 14 ของการรักษา

หลังการรักษาและการดูแลที่บ้าน (Post-Care)

  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะรุนแรง วิงเวียน สับสน คลื่นไส้ หรือมองเห็นภาพซ้อน หากมีอาการควรรีบแจ้งแพทย์ทันที
  • ดูแลสุขภาพองค์รวม ควบคุมความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของสมอง

บทสรุป

แม้ Lecanemab จะไม่ใช่ยาวิเศษที่สามารถเรียกคืนความทรงจำที่หายไปแล้วให้กลับมาได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยานี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ที่ช่วย “หยุดเวลา” ให้ความทรงจำและรอยยิ้มของคนที่คุณรักอยู่กับครอบครัวได้นานที่สุด หากคุณสังเกตเห็นว่าคนใกล้ตัวเริ่มมีอาการหลงลืมผิดปกติ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนสายเกินไป

บทความโดย

นายแพทย์ เขษม์ชัย เสือวรรณศรี

ศูนย์สมองและระบบประสาท

สาขาเฉพาะทาง

ประสาทวิทยา

Frequently Asked Questions

ยาชนิดนี้ไม่ได้รักษาโรคให้หายขาด แต่เป็นยาที่เข้าไปช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง โดยลดการถดถอยของความทรงจำและการใช้ชีวิตประจำวันได้ประมาณ 27% ช่วยให้ผู้ป่วยพึ่งพาตนเองได้นานขึ้น

เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ใน “ระยะเริ่มต้น” (มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย) และต้องได้รับการตรวจยืนยันทางแพทย์แล้วว่ามีคราบโปรตีน Beta Amyloid สะสมในสมองเท่านั้น

ผลข้างเคียงที่สำคัญคือภาวะ ARIA (Amyloid-Related Imaging Abnormalities) ซึ่งอาจทำให้เกิดสมองบวมน้ำหรือมีจุดเลือดออกเล็กๆ ในสมอง ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ จึงต้องติดตามผลด้วยการทำ MRI อย่างใกล้ชิดตามที่แพทย์แนะนำ

ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะเลือดออกในสมอง (ARIA-H) แพทย์เฉพาะทางจะพิจารณาอย่างระมัดระวังเป็นรายบุคคล โดยส่วนใหญ่มักแนะนำให้หลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปัจจุบันการให้ยาทำผ่านการดริปเข้าหลอดเลือดดำ (IV Infusion) โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และต้องมารับยาทุกๆ 2 สัปดาห์อย่างต่อเนื่อง

แพ็กเกจประเมินประสิทธิภาพการทำงานของสมอง Integrated Cognitive Screening Package

สัญญาณเตือนอัลไซเมอร์อาจเริ่มต้นจากอาการหลงลืมที่คุณมองข้าม ประเมินการทำงานของสมองเบื้องต้น เพื่อความอุ่นใจของคุณและคนที่คุณรัก

แพ็คเกจการตรวจสุขภาพสมองเชิงลึก Brain Vitality

การรักษาอัลไซเมอร์ที่แม่นยำ ต้องเริ่มจากการเห็นภาพที่ชัดเจน คัดกรองความเสี่ยงเชิงลึกผ่านผลเลือดและ MRI เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางวางแผนการชะลอความเสื่อมได้ตรงจุด

แพ็กเกจประเมินความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม Advanced Alzheimer’s Screening

เตรียมความพร้อมก่อนพิจารณาการรักษาด้วยยา Lecanemab ด้วยการตรวจ Biomarker ขั้นสูง ยืนยันความเสี่ยงระดับโปรตีนได้แม่นยำ แม้ในระยะที่ยังไม่แสดงอาการ