Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

เข้าใจอาการ “แพ้วัคซีน”

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

วัคซีน คืออะไร

วัคซีน คือ สารผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน การแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง พบได้ไม่บ่อย ประมาณ 1 ต่อ การฉีดวัคซีนล้านโด๊ส (0.90-1.84 ต่อ การฉีดวัคซีนล้านโด๊ส)

ขณะนี้วัคซีนต่อเชื้อ SARS-CoV-2 (COVID-19) เริ่มมีการผลิตและเตรียมใช้อย่างแพร่หลาย และเริ่มมีการรายงานผลข้างเคียงจากการใช้วัคซีน เราจึงควรมีความเข้าใจเรื่องการแพ้วัคซีน ก่อนการใช้ยาอย่างเหมาะสม

ลักษณะอาการแพ้วัคซีน สามารถแบ่งเป็น

  1. อาการแพ้ชนิดเฉียบพลัน มีอาการลมพิษ ตาบวม ปากบวม หายใจไม่ออก ปวดท้อง เกิดขึ้นทันทีในช่วงนาทีถึงชั่วโมงหลังฉีดวัคซีน ซึ่งเกิดจากการแพ้ส่วนประกอบต่าง ๆ ในวัคซีนได้แก่
  • ไข่ไก่ พบได้ในวัคซีนที่มีการเพาะเลี้ยงในตัวอ่อนของไก่ (chick embryo) เช่น วัคซีนไข้เหลือง วัคซีนพิษสุนัขบ้าชนิด Purified chick embryo cell (PCEC) วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และ วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันพบว่าปริมาณโปรตีนของไข่ไก่ในวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูมมีปริมาณที่น้อยมาก หากผู้รับวัคซีนมีประวัติแพ้ไข่แบบไม่รุนแรงสามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ตามปกติ กรณีมีประวัติแพ้ไข่แบบรุนแรงสามารถฉีดได้ แต่ต้องอยู่ในสถานพยาบาลที่สามารถสังเกตอาการและรักษาอาการแพ้รุนแรงได้โดยการให้ยาฉีดอะดรีนาลีน
  • นมวัว พบในขั้นตอนการผลิตของวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน บางชนิด
  • ยีสต์ เซลล์ยีสต์ใช้ในการผลิตวัคซีนตับอักเสบบี และวัคซีนไวรัสมะเร็งปากมดลูกบางชนิด
  • เจลาติน ใช้เป็นตัวทำให้วัคซีนคงตัว (stabilizer) มีรายงานการแพ้รุนแรงจากเจลาตินในวัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูมและอีสุกอีใส นอกจากนั้นยังสามารถพบได้ในวัคซีนไข้สมองอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ ไทฟอยด์ พิษสุนัขบ้าบางชนิด
  • Latex พบจากบรรจุภัณฑ์ของวัคซีนหลายชนิด
  1. อาการแพ้ไม่เฉียบพลัน เช่น นูนแดง ก้อนใต้ผิวหนังบริเวณจุดที่มีการฉีดวัคซีน ผื่นพดแดงตามตัว มีแสดงอาการตั้งแต่ 2-8 ชั่วโมง จนถึง 2 วันหลังฉีดวัคซีน โดยการแพ้ในลักษณะนี้อาจเกิดจากสารประกอบวัคซีนบางชนิด เช่น
  • ยาปฏิชีวนะ เช่น neomycin, streptomycin, polymyxin B sulfate
  • Aluminum hydroxide ทำหน้าที่เป็นสารในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (adjuvant) ปฏิกิริยาจาก aluminum ก่อให้เกิด อาการคัน นูนแดงใต้ผิวหนัง ไตแข็งหลังฉีดได้ (subcutaneous nodules or granulomas)
  • Thimerosal และ Formaldehyde ใช้เป็นสารกันเสีย (preservative) สามารถทำให้เกิดผื่นแดงคัน
  • Polyethylene glycol (PEG) หรือ polysorbate ใช้เป็นสารช่วยส่งเสริมการละลายน้ำในวัคซีน (water-solubility)

ผลข้างเคียงอื่น ๆ จำเพาะแต่ละวัคซีน เช่น

  • อาการไข้สูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส ร้องไห้นานเกิน 3 ชั่วโมง หรือกรีดร้องเสียงแหลม มีอาการช็อกหรือชัก ในเด็ก หลังได้วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน พบได้ 0-10 ครั้ง ต่อ 10,000 ครั้ง
  • อาการไข้ ผื่นคล้ายการออกหัดแต่น้อยกว่า พบได้ประมาณ 5% มักเกิดภายใน 5-12 วัน หลังได้รับวัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม
  • อาการไข้ต่ำๆ ผื่นแดง หรือตุ่มน้ำใสเล็กน้อย พบได้ประมาณ 3% ภายใน 3 สัปดาห์ หลังได้รับวัคซีนอีสุกอีใส
  • อาการบวมของแขนข้างที่รับวัคซีนหรือข้อบวม มักเกิดภายใน 2 – 8 ชั่วโมง ไม่เกิน 48 ชั่วโมง (Arthus reaction) พบได้ประมาณ 5% หลังได้รับวัคซีนบาดทะยัก
  • การอักเสบของปลอกหุ้มเส้นประสาทหลายเส้นอย่างเฉียบพลัน เกิดจากมีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ผิดปกติ (Guillain – Barré syndrome) พบได้น้อย มีอาการอาการกล้ามเนื้อ อ่อนแรง ชาพบได้ถึง 8 สัปดาห์หลังได้รับวัคซีนคอตีบบาดทะยัก

การทดสอบสามารถทำได้โดยการซักประวัติและตรวจลักษณะการแพ้ ประกอบกับช่วงเวลาที่สัมพันธ์กับการให้ยา หากสงสัยว่ามีสภาวะการแพ้วัคซีน แพทย์อาจพิจารณาการทดสอบสะกิดผิวหนัง (Skin prick test) ทั้งจากส่วนประกอบวัคซีนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ได้แก่ เจลาติน นมวัว ไข่ไก่ ยีสต์ เลเทกซ์ หรือจากตัวของวัคซีนเอง และหรือทำการทดสอบต่อไปด้วยการฉีดน้ำยาวัคซีนเข้าผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ (Intradermal test) เพื่อประกอบการวินิจฉัย

หากผู้ป่วยมีการทดสอบผิวหนังเป็นบวก แพทย์อาจให้วัคซีนอื่นเป็นทางเลือกหรือหากจำเป็นต้องให้วัคซีนนั้น ๆ จำเป็นต้องใช้วิธีค่อยๆเพิ่มปริมาณทีละน้อย (desensitization) ขึ้นกับประวัติความรุนแรงของอาการแพ้

แนะนำให้สังเกตอาการหลังฉีดอย่างน้อย 15-30 นาที โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้รุนแรงหลังได้รับวัคซีนมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ปัจจุบันของวัคซีน COVID-19

สำหรับวัคซีนของไวรัส SARS-CoV-2 ในปัจจุบันมี 3 ประเภท ได้แก่

  1. วัคซีนไวรัสตาย หรือ Inactivated Virus
  2. วัคซีน mRNA ใน Lipid Nanoparticles (LNP) เป็นวัคซีนที่นำส่วน mRNA ของยีนส่วนเปลือกของ SARS-CoV-2 ห่อหุ้มด้วย Lipid Nanoparticle เมื่อเข้าเซลล์จะถูกถอดส่วน Lipid ออก เข้าสู่ส่วนของเซลล์ที่เรียกว่า Ribosome เปรียบเสมือนเป็นโรงงานสร้างโปรตีน mRNA ทำให้เกิดการสร้างโปรตีน ไปกระตุ้นร่างกายสร้างแอนติบอดีภูมิต้านทานต่อโรค COVID-19
  3. วัคซีนที่อาศัยไวรัสอื่นเช่น adenovirus เป็นตัวฝากหรือเป็นเวกเตอร์ เพื่อนำเอาสารพันธุกรรมของไวรัส SARS-CoV-2 เข้าเซลล์

Centers of Disease Control and Prevention หรือ CDC ได้รายงานผลข้างเคียงของวัคซีน ระหว่าง วันที่ 14–23 ธันวาคม 2020, พบภาวะแพ้รุนแรง 21 ราย จาก 1,893,360 โดสแรกจากบริษัทหนึ่ง (คิดเป็น 11.1 ครั้งต่อการฉีดวัคซีนล้านโดส); โดย 71% เกิดภายใน 15 นาทีแรกหลังฉีดยา, 14% เกิดช่วง 15 ถึง 30 นาที และอีก 14% เกิดขึ้นหลังฉีดแล้ว 30 นาที อย่างไรก็ตามภาวะแพ้วัคซีนสามารถพบได้ถึง 4 ชั่วโมงหลังฉีดวัคซีน

สาเหตุหรือส่วนประกอบต้นเหตุยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม วัคซีน COVID-19 นั้นไม่มีส่วนประกอบของไข่ไก่ สารกันเสีย หรือลาเทกซ์ มีข้อสันนิษฐานว่าการแพ้วัคซีนอาจเกิดจาก สาร polyethylene glycol (PEG) หรือ polysorbate ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารช่วยส่งเสริมการละลายน้ำในวัคซีน โดยสารตัวนี้เป็นส่วนประกอบของวัคซีนและยามากกว่า 1,000 ชนิด เช่น วัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนนิวโมค็อคคัลคองจูเกทและ ยาฉีดกลุ่มสเตียรอยด์บางชนิด เป็นต้น ดังนั้นหากท่านมีประวัติเคยแพ้ยาหรือวัคซีนอื่นๆ โดยเฉพาะชนิดรุนแรงเฉียบพลันในอดีต ควรมีการปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการใกล้ชิดหลังได้รับวัคซีน