Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

ดื่มแอลกอฮอล์ตอนตั้งครรภ์ เด็กเสี่ยงมีความผิดปกติจากกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์

เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์

กลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ (Fetal Alcohol Syndrome: FAS) เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับทารกเมื่อมารดาดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อวัยวะสำคัญของทารกกำลังก่อตัว

ความผิดปกตินี้จะส่งผลกระทบต่อเด็กในหลายด้าน ได้แก่:

  • พฤติกรรมและการเรียนรู้ อาจมีปัญหาสมาธิสั้น ความจำไม่ดี หรือเรียนรู้ช้า
  • การคิดและการตัดสินใจ อาจคิดแก้ปัญหาไม่เป็น หรือไม่เข้าใจเรื่องเวลา
  • การพัฒนาทางร่างกาย อาจเจริญเติบโตช้ากว่าเด็กปกติ หรือมีความผิดปกติของใบหน้า

สิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองควรทราบคือ อาการของเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกัน และความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่มารดาดื่มและช่วงเวลาที่ดื่ม แม้จะดื่มเพียงเล็กน้อยก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบได้

เด็กที่ได้รับผลกระทบจะมีอาการอย่างไร?

ระดับความรุนแรงของอาการความผิดปกติในเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เด็กอาจมีอาการของโรคหลายประเภทรวมกันอยู่ ได้แก่ พัฒนาการทางด้านร่างกาย การคิด การเรียนรู้ และพฤติกรรม รวมทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน

ความผิดปกติทางร่างกาย

  • ใบหน้า: ดวงตาเล็กกว่าปกติ ริมฝีปากบางและเรียบ สันจมูกแบน
  • ร่างกาย: แขน ขา หรือนิ้วมือนิ้วเท้าอาจพิการ ศีรษะและสมองเล็กกว่าเกณฑ์
  • การเจริญเติบโต: น้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเด็กวัยเดียวกัน ทั้งก่อนและหลังคลอด
  • อวัยวะภายใน: อาจมีปัญหาหัวใจ ไต กระดูก หรือระบบประสาทสัมผัส

 

ปัญหาการเรียนรู้และการคิด

  • สติปัญญา: อาจมีความบกพร่องทางสติปัญญาหรือเรียนรู้ช้ากว่าเด็กปกติ
  • ความจำ: จำสิ่งใหม่ๆ ได้ยาก หรือลืมง่าย
  • สมาธิ: มีสมาธิสั้น ไม่สามารถจดจ่อกับงานหนึ่งได้นาน
  • การรับรู้เวลา: ไม่เข้าใจแนวคิดเรื่องเวลา เช่น ไม่รู้ว่าควรเตรียมตัวล่วงหน้าเท่าไหร่
  • การวางแผน: ไม่สามารถวางแผนหรือจัดการงานให้บรรลุเป้าหมายได้ รวมถึงมีปัญหาในการเข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำ

ปัญหาทางสังคมและพฤติกรรม

  • การปรับตัว: มีปัญหาในการใช้ชีวิตในโรงเรียนหรือสังคม
  • การสื่อสาร: พูดคุยหรือแสดงออกไม่เหมาะสม
  • การควบคุมอารมณ์: โกรธง่าย หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้
  • ทักษะสังคม: ไม่รู้จักเข้าหาคนอื่นหรือสร้างมิตรภาพ

หญิงตั้งครรภ์ควรพบแพทย์เมื่อไร

หากตั้งครรภ์และไม่สามารถหยุดดื่มแอลกอฮอล์ได้ ให้ปรึกษาแพทย์ หรือจิตแพทย์ เพราะหากวินิจฉัยเร็วอาจช่วยลดความผิดปกติที่เกิดจากกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ 

กลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์เกิดขึ้นได้อย่างไร

เมื่อหญิงตั้งครรภ์ดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะเข้าสู่กระแสเลือด รกที่ตามปกติจะส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังทารกในครรภ์ก็จะนำส่งแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายของทารกด้วย

ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของทารกที่กำลังพัฒนาร่างกายและเจริญเติบโตจะมีปริมาณสูงกว่าแอลกอฮอล์ในเลือดของหญิงตั้งครรภ์ เพราะทารกกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายช้ากว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้ แอลกอฮอล์จะแทรกแซงการลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารของรกสู่ทารกอีกด้วย

 

แอลกอฮอล์เป็นพิษต่อเซลล์ของทารก การได้รับแอลกอฮอล์ก่อนคลอดสามารถเป็นอันตรายต่อการพัฒนาร่างกายและทำให้สมองของทารกเสียหายถาวร ปริมาณแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เพราะสมอง หัวใจ และหลอดเลือดของทารกเริ่มพัฒนาในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการตั้งครรภ์ 

 

ช่วงเวลาที่เสี่ยงที่สุด คือ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่อวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ หลอดเลือด และใบหน้า กำลังก่อตัว อย่างไรก็ตาม การดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงใดก็ตามของการตั้งครรภ์ล้วนเป็นอันตรายทั้งสิ้น

ผู้มีกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์อาจมีภาวะแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

เด็กที่มีกลุ่มอาการนี้อาจประสบปัญหาต่อเนื่องไปจนโต ได้แก่:

  • โรคสมาธิสั้น (ADHD) ทำให้เรียนหรือทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
  • พฤติกรรมก้าวร้าว หรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์
  • ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาในจัดการกับความคิดและพฤติกรรม
  • ปัญหาการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ปัญหาในการควบคุมอารมณ์และการกระทำ การเข้าสังคม
  • ปัญหาการเรียนและการทำงาน มีความบกพร่องทางสติปัญญาและมีปัญหาในการเรียนรู้ ส่งผลต่อโอกาสในอนาคต
  • ปัญหาการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล อาจตกเป็นเหยื่อของคนไม่หวังดีได้ง่าย
  • มีปัญหาในการใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง

เราจะสามารถป้องกันกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ได้อย่างไร

  • เลิกดื่มแอลกอฮอล์ในปีที่วางแผนจะมีบุตร
  • ให้หยุดดื่มแอลกอฮอล์ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ และไม่ดื่มในระหว่างตั้งครรภ์

หากคุณตั้งครรภ์และยังไม่สามารถเลิกดื่มแอลกอฮอล์ได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือจิตแพทย์ทันที การวินิจฉัยและรับการช่วยเหลือเร็วอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อทารกได้

การตรวจวินิจฉัยกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์มีวิธีการอย่างไร

หญิงตั้งครรภ์ควรชี้แจงกับแพทย์เกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่ม เพราะจะทำให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มอาการทารกในครรภ์ที่ได้รับแอลกอฮอล์ไม่สามารถวินิจฉัยก่อนคลอดได้ แต่สุขภาพของแม่และทารกสามารถได้รับการประเมินและติดตามระหว่างตั้งครรภ์ได้

 

ในช่วงสัปดาห์ เดือน และปีแรก ๆ หลังการคลอดบุตร ให้สังเกตความผิดปกติจากกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อให้ตรวจความผิดปกติทางกายภาพและติดตามการพัฒนาทางด้านสมองและร่างกาย ได้แก่ การเติบโตทางร่างกาย ความสามารถในการคิด การเรียนรู้ และพัฒนาทางภาษา สุขภาพ การอยู่ร่วมกันในสังคม

กลุ่มอาการผิดปกติของทารกจากการดื่มแอลกอฮอล์ของมารดาขณะตั้งครรภ์ (Fetal Alcohol Spectrum Disorder) คืออะไร

เป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้เรียกภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นหลายประเภท อาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน และอาจรวมถึงปัญหาทางร่างกาย พฤติกรรม การเรียนรู้ และการคิด ได้แก่ 

  • Fetal Alcohol Syndrome (FAS) เป็นภาวะรุนแรงที่สุดในกลุ่มนี้เพราะผู้มีภาวะนี้จะมีปัญหาในทุกด้าน ได้แก่ ปัญหาทางพฤติกรรม การเรียนรู้ การคิด และความผิดปกติทางร่างกายที่สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายส่วนของร่างกาย
  • Alcohol-Related Neurodevelopmental Disorder (ARND) มีความบกพร่องทางสติปัญญา พฤติกรรมและการเรียนรู้ แต่ไม่มีความผิดปกติด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย
  • Alcohol-Related Birth Defects (ARBD) มีความผิดปกติทางกายภาพตั้งแต่แรกเกิด เช่น ปัญหาการได้ยิน การมองเห็น หัวใจ ไต และกระดูก แต่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้หรือพฤติกรรม
  • Neurobehavioral Disorder Associated with Prenatal Alcohol Exposure (ND-PAE) มีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การคิด ความจำ พฤติกรรม และการเข้าสังคม
  • Partial Fetal Alcohol Syndrome (PFAS) หรือ Fetal Alcohol Effects มีอาการบางส่วนของ FAS พบได้น้อย

มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษากลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์

แม้ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การจัดการกับความผิดปกติอาจช่วยลดความรุนแรงของอาการได้ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น 

  • แพทย์ที่ดูแลปัญหาด้านการมองเห็น การได้ยิน หรือโรคหัวใจ ยาอาจช่วยบรรเทาอาการบางอย่าง
  • นักบำบัดด้านต่าง ๆ เช่น นักบำบัดการพูด นักกายภาพบำบัด เพื่อช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายและทักษะทางสังคม
  • บริการพิเศษ เช่น ครูการศึกษาพิเศษ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ เพื่อช่วยด้านการเรียนรู้และพฤติกรรม
  • บริการฟื้นฟูอาชีพ
  • ผู้ฝึกทักษะการใช้ชีวิต เพื่อช่วยให้เด็กสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ

วิธีการป้องกันที่แน่นอน 100%

การป้องกันกลุ่มอาการนี้ทำได้ง่ายมาก และมีประสิทธิภาพ 100%:

  •  หยุดดื่มทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์

  •  ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยตลอดการตั้งครรภ์

  •  เลิกดื่มตั้งแต่วางแผนจะมีลูก

จำไว้ว่า: ไม่มี “ปริมาณที่ปลอดภัย” สำหรับการดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างตั้งครรภ์ การไม่ดื่มเลยคือวิธีเดียวที่จะปกป้องลูกได้อย่างแน่นอน

สรุป

กลุ่มอาการทารกในครรภ่ได้รับแอลกอฮอล์เป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงแต่สามารถป้องกันได้ 100% หากแม่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์ ผลกระทบจากอาการนี้จะติดตามเด็กไปตลอดชีวิต ส่งผลต่อการเรียนรู้ พฤติกรรม และการใช้ชีวิตประจำวัน

หากคุณกำลังวางแผนจะมีลูกหรือตั้งครรภ่อยู่แล้ว การเลิกดื่มแอลกอฮอล์เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณจะให้กับลูกน้อย เพื่ออนาคตที่สดใสและเต็มไปด้วยศักยภาพของเขา

Ref: mayoclinic

นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • พญ. ธาริณี แม่นชนะ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์ครอบครัว
    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
    เวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม
    มะเร็งวิทยานรีเวช

  • รศ. นพ. ธีระภัทร เจริญวิทย์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    การตรวจวินิจฉัยความพิการของหัวใจทารกในครรภ์,การตรวจหาความพิการแต่กำเนิดของทารกในครรภ์

  • รศ. นพ. นครินทร์ ศิริทรัพย์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี

  • พญ. นฤมล ชรากร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • ผศ. นพ. นิพนธ์ เขมะเพชร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    –

  • รศ. นพ. บุญชัย เอื้อไพโรจน์กิจ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ภาษาที่ใช้

  • นพ. ปุริม เรือนภู่

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคระบบทางเดินปัสสาวะในสตรี

  • รศ. พญ. มณี รัตนไชยานนท์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • พญ. ลลิตา กุลมาลา

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์มารดาและทารก

  • ศ. นพ. วรพงศ์ ภู่พงศ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    –

  • นพ. วิบูลย์ กมลพรวิจิตร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สาขา เวชศาสตร์ครอบครัว, สาขา สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา, อนุสาขา เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์