Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ดื่มแอลกอฮอล์ตอนตั้งครรภ์ เด็กเสี่ยงมีความผิดปกติจากกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์

เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์

กลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ (Fetal Alcohol Syndrome: FAS) เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับทารกเมื่อมารดาดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อวัยวะสำคัญของทารกกำลังก่อตัว

ความผิดปกตินี้จะส่งผลกระทบต่อเด็กในหลายด้าน ได้แก่:

  • พฤติกรรมและการเรียนรู้ อาจมีปัญหาสมาธิสั้น ความจำไม่ดี หรือเรียนรู้ช้า
  • การคิดและการตัดสินใจ อาจคิดแก้ปัญหาไม่เป็น หรือไม่เข้าใจเรื่องเวลา
  • การพัฒนาทางร่างกาย อาจเจริญเติบโตช้ากว่าเด็กปกติ หรือมีความผิดปกติของใบหน้า

สิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองควรทราบคือ อาการของเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกัน และความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่มารดาดื่มและช่วงเวลาที่ดื่ม แม้จะดื่มเพียงเล็กน้อยก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบได้

เด็กที่ได้รับผลกระทบจะมีอาการอย่างไร?

ระดับความรุนแรงของอาการความผิดปกติในเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เด็กอาจมีอาการของโรคหลายประเภทรวมกันอยู่ ได้แก่ พัฒนาการทางด้านร่างกาย การคิด การเรียนรู้ และพฤติกรรม รวมทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน

ความผิดปกติทางร่างกาย

  • ใบหน้า: ดวงตาเล็กกว่าปกติ ริมฝีปากบางและเรียบ สันจมูกแบน
  • ร่างกาย: แขน ขา หรือนิ้วมือนิ้วเท้าอาจพิการ ศีรษะและสมองเล็กกว่าเกณฑ์
  • การเจริญเติบโต: น้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเด็กวัยเดียวกัน ทั้งก่อนและหลังคลอด
  • อวัยวะภายใน: อาจมีปัญหาหัวใจ ไต กระดูก หรือระบบประสาทสัมผัส

 

ปัญหาการเรียนรู้และการคิด

  • สติปัญญา: อาจมีความบกพร่องทางสติปัญญาหรือเรียนรู้ช้ากว่าเด็กปกติ
  • ความจำ: จำสิ่งใหม่ๆ ได้ยาก หรือลืมง่าย
  • สมาธิ: มีสมาธิสั้น ไม่สามารถจดจ่อกับงานหนึ่งได้นาน
  • การรับรู้เวลา: ไม่เข้าใจแนวคิดเรื่องเวลา เช่น ไม่รู้ว่าควรเตรียมตัวล่วงหน้าเท่าไหร่
  • การวางแผน: ไม่สามารถวางแผนหรือจัดการงานให้บรรลุเป้าหมายได้ รวมถึงมีปัญหาในการเข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำ

ปัญหาทางสังคมและพฤติกรรม

  • การปรับตัว: มีปัญหาในการใช้ชีวิตในโรงเรียนหรือสังคม
  • การสื่อสาร: พูดคุยหรือแสดงออกไม่เหมาะสม
  • การควบคุมอารมณ์: โกรธง่าย หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้
  • ทักษะสังคม: ไม่รู้จักเข้าหาคนอื่นหรือสร้างมิตรภาพ

หญิงตั้งครรภ์ควรพบแพทย์เมื่อไร

หากตั้งครรภ์และไม่สามารถหยุดดื่มแอลกอฮอล์ได้ ให้ปรึกษาแพทย์ หรือจิตแพทย์ เพราะหากวินิจฉัยเร็วอาจช่วยลดความผิดปกติที่เกิดจากกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ 

กลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์เกิดขึ้นได้อย่างไร

เมื่อหญิงตั้งครรภ์ดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะเข้าสู่กระแสเลือด รกที่ตามปกติจะส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังทารกในครรภ์ก็จะนำส่งแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายของทารกด้วย

ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของทารกที่กำลังพัฒนาร่างกายและเจริญเติบโตจะมีปริมาณสูงกว่าแอลกอฮอล์ในเลือดของหญิงตั้งครรภ์ เพราะทารกกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายช้ากว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้ แอลกอฮอล์จะแทรกแซงการลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารของรกสู่ทารกอีกด้วย

 

แอลกอฮอล์เป็นพิษต่อเซลล์ของทารก การได้รับแอลกอฮอล์ก่อนคลอดสามารถเป็นอันตรายต่อการพัฒนาร่างกายและทำให้สมองของทารกเสียหายถาวร ปริมาณแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เพราะสมอง หัวใจ และหลอดเลือดของทารกเริ่มพัฒนาในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการตั้งครรภ์ 

 

ช่วงเวลาที่เสี่ยงที่สุด คือ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่อวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ หลอดเลือด และใบหน้า กำลังก่อตัว อย่างไรก็ตาม การดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงใดก็ตามของการตั้งครรภ์ล้วนเป็นอันตรายทั้งสิ้น

ผู้มีกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์อาจมีภาวะแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

เด็กที่มีกลุ่มอาการนี้อาจประสบปัญหาต่อเนื่องไปจนโต ได้แก่:

  • โรคสมาธิสั้น (ADHD) ทำให้เรียนหรือทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
  • พฤติกรรมก้าวร้าว หรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์
  • ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาในจัดการกับความคิดและพฤติกรรม
  • ปัญหาการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ปัญหาในการควบคุมอารมณ์และการกระทำ การเข้าสังคม
  • ปัญหาการเรียนและการทำงาน มีความบกพร่องทางสติปัญญาและมีปัญหาในการเรียนรู้ ส่งผลต่อโอกาสในอนาคต
  • ปัญหาการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล อาจตกเป็นเหยื่อของคนไม่หวังดีได้ง่าย
  • มีปัญหาในการใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง

เราจะสามารถป้องกันกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ได้อย่างไร

  • เลิกดื่มแอลกอฮอล์ในปีที่วางแผนจะมีบุตร
  • ให้หยุดดื่มแอลกอฮอล์ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ และไม่ดื่มในระหว่างตั้งครรภ์

หากคุณตั้งครรภ์และยังไม่สามารถเลิกดื่มแอลกอฮอล์ได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือจิตแพทย์ทันที การวินิจฉัยและรับการช่วยเหลือเร็วอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อทารกได้

การตรวจวินิจฉัยกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์มีวิธีการอย่างไร

หญิงตั้งครรภ์ควรชี้แจงกับแพทย์เกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่ม เพราะจะทำให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มอาการทารกในครรภ์ที่ได้รับแอลกอฮอล์ไม่สามารถวินิจฉัยก่อนคลอดได้ แต่สุขภาพของแม่และทารกสามารถได้รับการประเมินและติดตามระหว่างตั้งครรภ์ได้

 

ในช่วงสัปดาห์ เดือน และปีแรก ๆ หลังการคลอดบุตร ให้สังเกตความผิดปกติจากกลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อให้ตรวจความผิดปกติทางกายภาพและติดตามการพัฒนาทางด้านสมองและร่างกาย ได้แก่ การเติบโตทางร่างกาย ความสามารถในการคิด การเรียนรู้ และพัฒนาทางภาษา สุขภาพ การอยู่ร่วมกันในสังคม

กลุ่มอาการผิดปกติของทารกจากการดื่มแอลกอฮอล์ของมารดาขณะตั้งครรภ์ (Fetal Alcohol Spectrum Disorder) คืออะไร

เป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้เรียกภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นหลายประเภท อาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน และอาจรวมถึงปัญหาทางร่างกาย พฤติกรรม การเรียนรู้ และการคิด ได้แก่ 

  • Fetal Alcohol Syndrome (FAS) เป็นภาวะรุนแรงที่สุดในกลุ่มนี้เพราะผู้มีภาวะนี้จะมีปัญหาในทุกด้าน ได้แก่ ปัญหาทางพฤติกรรม การเรียนรู้ การคิด และความผิดปกติทางร่างกายที่สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายส่วนของร่างกาย
  • Alcohol-Related Neurodevelopmental Disorder (ARND) มีความบกพร่องทางสติปัญญา พฤติกรรมและการเรียนรู้ แต่ไม่มีความผิดปกติด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย
  • Alcohol-Related Birth Defects (ARBD) มีความผิดปกติทางกายภาพตั้งแต่แรกเกิด เช่น ปัญหาการได้ยิน การมองเห็น หัวใจ ไต และกระดูก แต่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้หรือพฤติกรรม
  • Neurobehavioral Disorder Associated with Prenatal Alcohol Exposure (ND-PAE) มีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การคิด ความจำ พฤติกรรม และการเข้าสังคม
  • Partial Fetal Alcohol Syndrome (PFAS) หรือ Fetal Alcohol Effects มีอาการบางส่วนของ FAS พบได้น้อย

มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษากลุ่มอาการทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอล์

แม้ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การจัดการกับความผิดปกติอาจช่วยลดความรุนแรงของอาการได้ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น 

  • แพทย์ที่ดูแลปัญหาด้านการมองเห็น การได้ยิน หรือโรคหัวใจ ยาอาจช่วยบรรเทาอาการบางอย่าง
  • นักบำบัดด้านต่าง ๆ เช่น นักบำบัดการพูด นักกายภาพบำบัด เพื่อช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายและทักษะทางสังคม
  • บริการพิเศษ เช่น ครูการศึกษาพิเศษ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ เพื่อช่วยด้านการเรียนรู้และพฤติกรรม
  • บริการฟื้นฟูอาชีพ
  • ผู้ฝึกทักษะการใช้ชีวิต เพื่อช่วยให้เด็กสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ

วิธีการป้องกันที่แน่นอน 100%

การป้องกันกลุ่มอาการนี้ทำได้ง่ายมาก และมีประสิทธิภาพ 100%:

  •  หยุดดื่มทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์

  •  ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยตลอดการตั้งครรภ์

  •  เลิกดื่มตั้งแต่วางแผนจะมีลูก

จำไว้ว่า: ไม่มี “ปริมาณที่ปลอดภัย” สำหรับการดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างตั้งครรภ์ การไม่ดื่มเลยคือวิธีเดียวที่จะปกป้องลูกได้อย่างแน่นอน

สรุป

กลุ่มอาการทารกในครรภ่ได้รับแอลกอฮอล์เป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงแต่สามารถป้องกันได้ 100% หากแม่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์ ผลกระทบจากอาการนี้จะติดตามเด็กไปตลอดชีวิต ส่งผลต่อการเรียนรู้ พฤติกรรม และการใช้ชีวิตประจำวัน

หากคุณกำลังวางแผนจะมีลูกหรือตั้งครรภ่อยู่แล้ว การเลิกดื่มแอลกอฮอล์เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณจะให้กับลูกน้อย เพื่ออนาคตที่สดใสและเต็มไปด้วยศักยภาพของเขา

Ref: mayoclinic

นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • รศ. นพ. วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี

  • รศ. นพ. วิรัช วิศวสุขมงคล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

  • ศ. นพ. เยื้อน ตันนิรันดร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์มารดาและทารก

  • นพ. ประสิทธิ์ เผ่าทองคำ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมทั่วไป เวชพันธุศาสตร์

  • พญ. ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์

    ศูนย์ส่งเสริมการมีบุตร | ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    ภาวะมีบุตรยาก, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา

  • พญ. กริชา ไม้เรียง

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    มะเร็งนรีเวช

  • พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชินา โอฬารรัตนพันธ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชื่นกมล ชรากร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • พญ. ณัฏฐ์กฤตา โพธิพรธวัฒน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    นรีเวช, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งรังไข่

  • รศ. นพ. ดำรง ตรีสุโกศล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • ผศ. นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี