Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

เป็นฝีแล้วไม่ควรบีบ เพราะอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจาย

ฝี คือ โรคผิวหนังชนิดหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบและเป็นหนอง ฝีอาจเกิดได้ทั้งภายนอกและภายในร่างกาย

เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับฝี

ฝี (Abscess) คือ โรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดการอักเสบและมีหนองสะสมใต้ผิวหนัง ฝีอาจเกิดขึ้นได้ทั้งภายนอกและภายในร่างกาย สร้างความเจ็บปวดและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ดังนั้น การรู้จักฝีจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน

ฝีคืออะไร

ฝี คือ ตุ่มหนองหรือถุงหนองที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบและมีหนองขังอยู่ใต้ผิวหนัง พบได้ทุกส่วนของร่างกาย เช่น ใบหน้า คอ หลัง รักแร้ ขาหนีบ ก้น รวมถึงอวัยวะภายใน เช่น สมอง ปอด หรือช่องท้อง

ประเภทของฝี

ฝีที่ผิวหนัง (Cutaneous Abscess): พบบ่อยที่สุด มักเกิดบริเวณที่มีเหงื่อออกมากหรือเกิดการเสียดสี

ฝีภายในร่างกาย (Internal Abscess): เกิดในอวัยวะภายใน เช่น ฝีในสมอง ฝีในปอด ฝีในตับ หรือฝีคัณฑสูตร (ฝีบริเวณทวารหนัก)

ฝีเกิดขึ้นได้อย่างไร

ฝีเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อ Staphylococcus aureus และ Streptococcus pyogenes เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะต่อสู้กับเชื้อ ทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนตายและเกิดหนองสะสม

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดฝี

  • สุขอนามัยไม่ดี
  • มีบาดแผลหรือรอยขีดข่วนที่ผิวหนัง
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ หรือผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด
  • การสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่มีฝี
  • การเสียดสีหรือระคายเคืองผิวหนังบ่อยครั้ง

ผู้ที่มีฝีจะมีอาการอย่างไร

  • ตุ่มนูนแดงใต้ผิวหนัง เจ็บปวดและร้อน
  • มีหนองสะสมภายในตุ่ม
  • ผิวหนังรอบฝีบวมแดง อาจมีไข้ร่วมด้วย
  • หากฝีแตก อาจมีหนองไหลออกมา
  • ในกรณีฝีภายใน อาจมีอาการเฉพาะที่ เช่น ปวดท้อง แน่นท้อง หรืออาการตามตำแหน่งที่เกิดฝี

อาการของฝีที่ควรพบแพทย์ทันที

  • ฝีมีขนาดใหญ่ผิดปกติ
  • มีไข้สูงเกิน 39°C
  • ฝีเกิดในบริเวณใบหน้า หรือใกล้ดวงตา
  • มีอาการปวดมาก หรือฝีไม่ยุบภายใน 1-2 สัปดาห์
  • มีอาการอ่อนเพลียมาก

การตรวจวินิจฉัยฝีมีวิธีการอย่างไร

แพทย์จะวินิจฉัยฝีโดยการตรวจร่างกาย ดูลักษณะของตุ่มหนอง และสอบถามประวัติอาการ หากสงสัยว่าฝีเกิดในอวัยวะภายใน อาจต้องใช้การตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์ เอกซเรย์ หรือ CT scan เพื่อระบุตำแหน่งและขนาดของฝี

มีวิธีใดบ้างที่ใช้เพื่อรักษาฝี

การดูแลตนเองเบื้องต้น

  • ประคบอุ่น: ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณฝีวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที ช่วยให้หนองระบายออกได้ดีขึ้นและลดอาการปวด
  • รักษาความสะอาด: ล้างมือและผิวหนังบริเวณฝีด้วยสบู่อ่อน ๆ
  • งดบีบหรือแกะฝี: เพราะอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายและอักเสบมากขึ้น

การรักษาทางการแพทย์

  • ยาปฏิชีวนะ: หากฝีมีขนาดใหญ่ หรือมีการติดเชื้อรุนแรง แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือยาทา
  • ผ่าตัดระบายหนอง: ในกรณีฝีขนาดใหญ่ หรือฝีที่ไม่ยุบหลังการรักษาเบื้องต้น แพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดฝีเพื่อระบายหนองออก
  • รักษาฝีภายใน: อาจต้องใช้การเจาะดูดหนองหรือผ่าตัดร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีฝี

  • การติดเชื้อแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง (Cellulitis)
  • การติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด (Sepsis)
  • การเกิดฝีซ้ำซ้อนหรือฝีเรื้อรัง
  • เนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นฝีถูกทำลาย
  • การเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ต่อมน้ำเหลืองบวม เยื่อบุหัวใจอักเสบ

เราสามารถป้องกันฝีได้อย่างไร

  • รักษาความสะอาดร่างกายและล้างมืออยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า
  • รักษาบาดแผลให้สะอาดและปิดด้วยพลาสเตอร์
  • หลีกเลี่ยงการบีบหรือแกะสิวหรือฝีด้วยตนเอง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ให้ดี

ฝีในตำแหน่งพิเศษ: ฝีคัณฑสูตร

ฝีคัณฑสูตร เป็นฝีที่เกิดในบริเวณทวารหนัก เกิดจากการอักเสบของต่อมผลิตเมือกในผนังทวารหนัก ทำให้เกิดหนองสะสม เมื่อหนองแตกอาจกลายเป็นทางเชื่อมระหว่างผนังทวารกับผิวหนังรอบ ๆ เรียกว่า “คัณฑสูตร” ผู้ป่วยมักมีอาการปวด บวม และมีหนองไหลออกจากรูใกล้ทวารหนัก

การรักษาฝีคัณฑสูตร

การผ่าตัด: เป็นวิธีหลักในการรักษา เพื่อระบายหนองและตัดทางเชื่อมของฝี

การดูแลหลังผ่าตัด: รักษาความสะอาดบริเวณแผล และปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฝี

Q: ฝีแตกเองได้ไหม

A: ฝีขนาดเล็กอาจแตกเองได้ แต่ควรดูแลความสะอาดและหลีกเลี่ยงการบีบฝีเอง

 

Q: ฝีติดต่อกันได้หรือไม่

A: ฝีเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสโดยตรงกับหนองหรือของใช้ส่วนตัวของผู้ป่วย

 

Q: ฝีหายเองได้หรือไม่

A: ฝีขนาดเล็กอาจหายเองได้ แต่หากฝีใหญ่หรือมีอาการรุนแรง ควรพบแพทย์

 

Q: ฝีเกิดซ้ำได้หรือไม่

A: หากสุขอนามัยไม่ดีหรือมีปัจจัยเสี่ยง ฝีสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้

สรุป

ฝี เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยและสามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง การรักษาความสะอาดร่างกาย หลีกเลี่ยงการบีบหรือแกะฝีด้วยตนเอง และพบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรง เป็นหลักสำคัญในการป้องกันและรักษาฝี หากมีอาการผิดปกติหรือฝีไม่ยุบภายใน 1-2 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจและรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

Ref: Mayoclinic, Clevelandclinic

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • นพ. ชระ สีอร่ามรุ่งเรือง

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • นพ. ศุภโชค ปิตุวงศ์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • พญ. ณวดี หิรัญรัศ

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • นพ. คงศักดิ์ สุนทราภา

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมโรคผิวหนัง

  • นพ. ณัฐพล ลาภเจริญกิจ

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยกรรมเลเซอร์ทางผิวหนัง ผิวพรรณ และ ความงาม

  • นพ. นภดล นพคุณ

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • พ.ญ. ปิยนุช ไชยฤกษ์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตรวจโรคผิวหนัง, มะเร็งผิวหนัง, Laser, Botox, Filler

  • พญ. พิรญาณ์ ธำรงธีระกุล

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • พญ. วีรุทัย สภานนท์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • พญ. ธนภร บริบูรณ์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา ตจพยาธิวิทยา

  • พญ. นยนันท์ ปริญญโรจน์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา เวชศาสตร์ครอบครัว

  • พญ. ปุญชรัสมิ์ วีระสืบพงศ์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา