Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ประจำเดือนของผู้หญิง แบบไหนที่เรียกว่า “ผิดปกติ”

ประจำเดือน (Menstruation) เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในร่างกายของผู้หญิงทุกคนในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ถึงแม้ว่าหลายคนอาจมองว่าประจำเดือนเป็นเรื่องที่น่ารำคาญไม่สะดวกต่อการใช้ชีวิต และบางครั้งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายจนต้องรับยาเพื่อลดความเจ็บปวด แต่การมีประจำเดือนก็มีประโยชน์มากมายทั้งในแง่สุขภาพและการบ่งบอกถึงสภาพร่างกายที่สมบูรณ์

สัญญาณของสุขภาพที่ดีจากการมีประจำเดือน

การมีประจำเดือนเป็นสัญญาณของระบบสืบพันธุ์ที่ทำงานได้ดี และบ่งบอกว่าฮอร์โมนในร่างกายอยู่ในสภาพสมดุล ผู้หญิงที่มีประจำเดือนอย่างสม่ำเสมอมักมีสุขภาพทางระบบสืบพันธุ์ที่ดี และมีโอกาสในการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้น

 

ประจำเดือนสามารถเข้ามาช่วยกระตุ้นให้อัตราการเผาผลาญอาหารสูงขึ้น ก็เลยทำให้เหมือนได้ออกกำลังกายลดน้ำหนักเบา ๆ แต่สิ่งที่มาพร้อมกับประจำเดือนก็คือความอยากอาหารที่มากกว่าปกติ ทั้งนี้ให้กินอาหารที่มีประโยชน์แทน



ประจำเดือนช่วยรายงานสุขภาพ ด้วยการสังเกตประจำเดือนเป็นประจำ หมั่นเช็กความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ ๆ อาจเห็นสัญญาณมากมายที่บอกได้ว่ากำลังไม่สบายอยู่หรือเปล่า

อะไรที่บอกเราว่า “ประจำเดือนมาไม่ปกติ”

     ผู้หญิงและผู้คนส่วนใหญ่ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหญิงตั้งแต่แรกเกิด (AFAB: assigned female at birth) มีประจำเดือนยาวนาน 4-7 วัน โดยปกติประจำเดือนของคุณจะเกิดขึ้นทุกๆ 28 วัน แต่รอบประจำเดือนตามปกติอาจมีตั้งแต่ 21 วันถึง 35 วัน มีหลายปัจจัยที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ (หรือประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ) เช่น ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความเครียด อาการสุขภาพบางอย่าง ยารักษาโรค และอื่นๆ

 

ตัวเลขที่บอกระยะการมาของประจำเดือนไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่า ปกติ หรือ ไม่ปกติ ประจำเดือนยังถือว่า “สม่ำเสมอ” แม้ว่าจะแตกต่างกันไปเล็กน้อยในแต่ละรอบก็ตาม 

 

     รอบประจำเดือนของเราอาจไม่สามารถคาดเดาได้เสมอไป และนั่นอาจจะไม่ต้องกังวลอะไร  ความยาวของรอบประจำเดือนจะแปรผันเล็กน้อย หรือมีประจำเดือนที่ดูหนักหรือเบากว่าประจำเดือนครั้งก่อนเล็กน้อยสามารถเกิดขึ้นได้

สาเหตุของ “ภาวะประจำเดือนผิดปกติ”

  • ฮอร์โมนไม่สมดุล ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนสามารถทำให้รอบเดือนเปลี่ยนแปลง
  • ความเครียดและการเปลี่ยนแปลงของชีวิตประจำวัน ความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงในการทำงานหรือชีวิตส่วนตัวสามารถส่งผลกระทบต่อรอบเดือน
  • การใช้ยาคุมกำเนิด และยาฮอร์โมนอื่น ๆ สามารถทำให้รอบเดือนเปลี่ยนแปลงได้
  • การลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วสามารถทำให้รอบเดือนผิดปกติ

ปัญหาทางสุขภาพ ประจำเดือนผิดปกติ กำลังบ่งชี้ถึงโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis), โรคถุงน้ำรังไข่ (PCOS), และโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์เป็นตัวอย่างของปัญหาทางสุขภาพที่ส่งผลต่อประจำเดือน

“ประจำเดือนมาไม่ปกติ” เป็นอย่างไร

  • ประจำเดือนที่เกิดขึ้นน้อยกว่า 21 วันหรือห่างกันมากกว่า 35 วัน
  • ประจำเดือนขาด
  • การมีเลือดประจำเดือนที่หนักหรือเบากว่าปกติมาก
  • ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าเจ็ดวัน
  • มีอาการปวดอย่างรุนแรง ตะคริว คลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย
  • เลือดออกที่เกิดขึ้นระหว่างรอบเดือน หลังวัยหมดประจำเดือน หรือหลังการมีเพศสัมพันธ์

ภาวะประจำเดือนผิดปกติเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีการดูแล ก็จะสามารถช่วยให้ผู้หญิงจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“ประจำเดือนมาไม่ปกติ” กำลังบอกอะไรกับร่างกาย

ประจำเดือนมาไม่ปกติอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งนี้หากตัดการตั้งครรภ์ออกไป ก็อาจจะมีสาเหตุมาจากความเครียดและความวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก การเพิ่มหรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วอาจส่งผลต่อรอบประจำเดือน การใช้ยาบางชนิด หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของช่วงอายุ ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงสาเหตุที่เราเห็น และสัมผัสได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายสาเหตุที่นำมาซึ่งอาการเจ็บป่วยบางอย่างในร่างกาย

 

ประจำเดือนมาไม่ปกติกับปัญหาสุขภาพที่เราอาจมองข้าม เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนเลือกที่จะมองข้ามความผิดปกติของประจำเดือน อาจจะมีบ้างที่แชร์กับเพื่อนถึงเรื่องนี้ แต่ “ประจำเดือนมาไม่ปกติ” อาจกำลังบอกถึงการมาของภัยร้ายด้านสุขภาพของผู้หญิง

 

ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome – PCOS) ภาวะไทรอยด์ผิดปกติ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ภาวะฮอร์โมนโปรแลคตินสูง (Hyperprolactinemia) และโรคเบาหวาน เป็นต้น

 

ทั้งนี้การสังเกตร่างกาย รวมถึงจดบันทึกระยะการมาของประจำเดือน เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยบอกเราว่าสุขภาพภายในของเรายังดีอยู่หรือเปล่า 

 

รับมืออย่างไรในวันที่ประจำเดือนของคุณเริ่ม “ไม่ปกติ”

หากพบว่าประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดท้องรุนแรง เลือดออกมากเกินไป หรือประจำเดือนขาดหายไปเป็นเวลานาน ควรพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม 

 

การตรวจภายใน อีกหนึ่ง New Year Resolutions ที่ผู้หญิงทุกคนควรเขียนไว้รวมกับเป้าหมายประจำปีข้ออื่นๆ คือ การตรวจหาความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์เพศหญิงทั้งภายนอกและภายใน ได้แก่ อวัยวะเพศภายนอก ช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก ปีกมดลูก และรังไข่ รวมถึงสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร่วมด้วย หากเราละเลยจนเกิดภาวะลุกลามขึ้นแล้วจึงไปพบแพทย์ การวินิจฉัยโรคอาจล่าช้า และอาจมีผลให้การรักษายากขึ้น นั้นคือเหตุผลที่ “การตรวจภายใน” เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนควรเข้ารับการตรวจเป็นประจำทุกปี

ตรวจภายใน สำคัญสำหรับผู้หญิงอย่างไร

การตรวจภายใน คือการ ตรวจดูอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งภายนอก และภายในอุ้งเชิงกราน ด้วยวิธีดูและคลำเพื่อค้นหาความผิดปกติ บริเวณภายในช่องคลอด มดลูก รังไข่ โดยสูตินรีแพทย์ อาการที่อาจจะคาดไม่ถึงว่าเป็นความผิดปกติ เช่น ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ ปวดท้องน้อยบ่อยๆ ปัสสาวะบ่อย หรือแม้แต่ท้องผูกถ่ายลำบาก อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนที่บอกให้เราต้องรีบพบสูติ-นรีแพทย์ เพื่อรับการตรวจหาความผิดปกติ ที่พบได้บ่อย ได้แก่ เนื้องอกมดลูก (Myoma Uteri) และ ถุงน้ำรังไข่หรือซีสต์ในรังไข่ (Ovarian Cyst) ซึ่งเป็นโรคยอดนิยมในผู้หญิง และการตรวจภายในปกติอาจไม่เพียงพอ อาจต้องใช้ตัวช่วยได้แก่ 

การตรวจอัลตร้าซาวด์มดลูกและรังไข่ การตรวจอัลตร้าซาวด์มดลูกและรังไข่ (Transvaginal ultrasound)

เป็นการตรวจดูอวัยวะในอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง ได้แก่ มดลูก และรังไข่ โดยการอัลตร้าซาวด์ผ่าน ช่องคลอด ซึ่งเข้ามามีบทบาททางการแพทย์มากเพราะสามารถเห็นอวัยวะในอุ้งเชิงกรานได้ชัดเจนกว่าการอัลตร้าซาวด์ผ่านทางหน้าท้อง มีประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัยความผิดปกติของมดลูก โพรงมดลูก รังไข่ เช่น เนื้องอกที่มดลูก ซีสต์ที่รังไข่ เป็นต้น

ทำไมต้องตรวจตรวจหาความผิดปกติของมดลูกและรังไข่

การตรวจอัลตร้าซาวด์ มดลูกและรังไข่ ไม่ได้เป็นเพียงการหาความผิดปกติ แต่ยังเป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค เช่น ตรวจหาเนื้องอกในมดลูก ซีสต์หรือถุงน้ำของรังไข่ เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ ความผิดปกติในโพรงมดลูก เช่น ติ่งเนื้อ ความผิดปกติของปากมดลูกและช่องคลอด มะเร็งปากมดลูก

ใครบ้างที่ควรตรวจอัลตร้าซาวด์มดลูกและรังไข่

  • ผู้หญิงที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป หรืออายุน้อยกว่าแต่พบปัญหา
  • มีอาการปวดท้องน้อย หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ 
  • คลำพบก้อนที่ท้องน้อย 
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคทางนรีเวช ควรเข้ารับการตรวจภายในเป็นประจำทุกปี

ทำไมต้องตรวจสุขภาพผู้หญิงที่ BNH

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสูตินรีเวชเป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอน วิเคราะห์หาสาเหตุของโรค เพื่อเลือกวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับคนไข้มากที่สุด มีพยาธิแพทย์ผู้ชำนาญการมากประสบการณ์ และเชี่ยวชาญในการอ่านและแปลผล LAB การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ นวัตกรรมเครื่องตรวจ COBAS ที่ทันสมัยและมีความละเอียดสูง ซึ่งช่วยให้ตรวจพบเชื้อไวรัสได้อย่างแม่นยำถึง 96%  โดยเฉพาะเชื้อไวรัสสายพันธุ์ HPV16 และ HPV18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก และยังครอบคลุมรวมถึงสายพันธุ์รองอื่นๆ ที่อาจก่อโรคได้ด้วย ตรวจครบ จบการรักษาในที่เดียว ด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสูง ทีมพยาบาลผู้ชำนาญการในการดูแลคนไข้อย่างครบวงจร ซึ่งมีระบบแจ้งผลทันทีหากผลตรวจผิดปกติ 

ดูแลสุขภาพสตรีอย่างครบวงจร ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Women’s Health Centre

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานในการดูแลสุขภาพ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมให้บริการในทุกมิติของสุขภาพสตรี ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนรีเวชโดยเฉพาะ ศูนย์มะเร็งนรีเวช (Gynecology Centre) พร้อมให้คำปรึกษา บริการกตรวจคัดกรองโรค ดูแลป้องกันก่อนเกิดโรค และการผ่าตัดทางนรีเวช อย่างครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและมีประสิทธภาพ ให้คุณผู้หญิงมั่นใจในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic

พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
Gynecologic Oncology

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

Kunthida Rithirangsriroj, M.D.

Women Health Centre

Specialty

Obstetrics and Gynaecology , Gynaecological Oncology

Language

Thai, English

Make an appointment


– Obstetrics and Gynaecology
– Gynecologic Oncology
– General OB/Gyne
– Colposcopy
– Minimally invasive surgery
– Women health screening : cervical cancer screening, transvaginal ultrasound, breast cancer screening


– 2012 Thai Board of Obstetrics and Gynaecology, Chulalongkorn University
– 2014 Thai Subboard of Gynaecological Oncology


– 2006 Doctor of Medicine, Chulalongkorn University
– 2012 Thai Board of Obstetrics and Gynaecology, Chulalongkorn University
– 2014 Thai Subboard of Gynaecological Oncology

Doctor’s Schedule
Day Time Location
Monday 08:00 – 13:00 Women Health Centre
Tuesday 08:00 – 16:00 Women Health Centre
Wednesday 08:00 – 16:00 Women Health Centre
Thursday 08:00 – 15:00 Women Health Centre
Friday 08:00 – 13:00 Women Health Centre