Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

วิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายและท่าทางการเคลื่อนไหวด้วย 3D Body Scanner

เครื่องมือเสริมการวินิจฉัยเพื่อการรักษาแบบเฉพาะบุคคล

ในปัจจุบัน การวินิจฉัยและวางแผนการรักษาโรคทางระบบกระดูกและข้อ ไม่ได้จำกัดเพียงการตรวจร่างกายหรือภาพถ่ายรังสีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายและท่าทางการเคลื่อนไหวอย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่ออาการและความเสี่ยงในระยะยาว

หนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในกระบวนการวินิจฉัย คือ การสแกนร่างกายแบบ 3 มิติ (3D Body Scan) ด้วยเครื่อง STYKU ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกด้านโครงสร้างร่างกาย รูปแบบการลงน้ำหนัก และสัดส่วนองค์ประกอบต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ร่วมในการวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

จุดเด่นของการใช้ STYKU 3D Body Scanner ร่วมกับการประเมินทางกระดูกและข้อ

  • การวิเคราะห์แนวกระดูกสันหลังและท่าทางการเดิน  เทคโนโลยี 3D Body Scan สามารถแสดงให้เห็นถึงแนวกระดูกสันหลัง ความเอียงของลำตัว หรือการบิดหมุนของสะโพกและไหล่ ซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่สมดุลของร่างกายที่อาจนำไปสู่ภาวะปวดหลัง หรือพัฒนาต่อเนื่องเป็น ภาวะกระดูกสันหลังคดหรือเอียง หากไม่ได้รับการแก้ไข
  • ตรวจวิเคราะห์การถ่ายน้ำหนักและการทรงตัว การลงน้ำหนักไม่เท่ากันระหว่างขาทั้งสองข้าง อาจเป็นผลจากการชดเชยท่าทาง หรือภาวะข้อเข่าเสื่อมข้างใดข้างหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงกดทับที่ไม่สมดุลบริเวณข้อเข่า ข้อสะโพก และกระดูกสันหลังในระยะยาว การใช้ STYKU ร่วมกับการประเมินทางคลินิกจะช่วยให้ทีมแพทย์สามารถ:
    • ระบุว่ามีการถ่ายน้ำหนักลงขาข้างใดมากเกินไป
    • วางแผนการแก้ไขเพื่อปรับการยืน เดิน และเคลื่อนไหวให้เหมาะสม
    • ป้องกันการพัฒนาไปสู่ ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม และภาวะกล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุลในอนาคต
  • การประเมินองค์ประกอบของร่างกายอย่างละเอียด ข้อมูลที่ได้จากการสแกน 3 มิติยังสามารถบ่งบอกถึงระดับไขมันในแต่ละส่วนของร่างกาย เช่น บริเวณหน้าท้อง ต้นขา สะโพก หรือแผ่นหลัง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการ:
    • วางแผนการลดน้ำหนักเฉพาะจุดอย่างปลอดภัย
    • ป้องกันโรคในกลุ่มเมตาบอลิซึม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันพอกตับ
    • ส่งต่อให้ นักโภชนาการหรือนักเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อออกแบบแผนโภชนาการรายบุคคล

การอ่านผลโดยแพทย์เฉพาะทาง และการเชื่อมโยงกับการรักษา

  • สิ่งสำคัญคือ การแปลผลจาก 3D Body Scan ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ เพื่อประเมินภาพรวมร่วมกับผลการตรวจร่างกายและประวัติของผู้ป่วย ไม่ใช่อาศัยเพียงค่าตัวเลขจากเครื่องเท่านั้น ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจในการรักษาได้อย่างถูกต้อง เช่น:

    • ในกรณีที่พบข้อเข่าเสื่อมสองข้าง การสแกนจะช่วยให้พิจารณาได้ว่า ควรผ่าตัดข้างใดก่อน ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเว้นการผ่าระหว่างสองข้าง หรือสามารถผ่าทั้งสองข้างพร้อมกันได้หรือไม่
    • วิเคราะห์ข้อดีและความเสี่ยงของแต่ละแนวทางให้ผู้ป่วยเข้าใจอย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจรักษา

แนวทางการดูแลที่ครอบคลุม

ผู้ป่วยที่ผ่านการตรวจด้วย 3D Body Scan จะได้รับการประเมินแบบองค์รวม ทั้งด้านโครงสร้างร่างกาย องค์ประกอบไขมันกล้ามเนื้อ ท่าทางการเคลื่อนไหว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งสามารถนำไปวางแผนร่วมกับทีมสหวิชาชีพได้แก่:

  • นักกายภาพบำบัด: เพื่อฝึกการทรงตัว ปรับท่าเดิน และลดการลงน้ำหนักแต่ละข้าง
  • นักโภชนาการ: เพื่อควบคุมองค์ประกอบร่างกายและลดไขมันเฉพาะจุด
  • แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยหรือต่อมไร้ท่อ: เพื่อดูแลภาวะเมตาบอลิซึมหรือฮอร์โมน

สรุป

การนำเทคโนโลยี 3D Body Scanner มาใช้ร่วมกับการตรวจทางกระดูกและข้อ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย และเปิดโอกาสให้การดูแลผู้ป่วยสามารถครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งการป้องกัน ปรับพฤติกรรม และวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล

การดูแลสุขภาพในระยะยาว เริ่มต้นจากความเข้าใจร่างกายของเราอย่างถูกต้อง

บทความโดย

พญ. ธนกฤตา สิริพัลลภ

ศูนย์กระดูกและข้อครบวงจร

ความชำนาญพิเศษ

ออร์โธปิดิกส์

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

ความชำนาญพิเศษ

กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– สาขา กุมารเวชศาสตร์
– สาขา อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน


– อนุมัติบัตรกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
– วุฒิบัตรกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
– ประกาศนียบัตร American Board Certified in Nutritional Wellness


– ปริญญาเอกสาขา Oral Health Science (International Program) คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ตำแหน่งทางวิชาชีพ
– นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย(Thailand Asthma Council)
– ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืดและระบบหายใจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ผู้อำนวยการศูนย์ Lifestyle and wellness medical center รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
– หัวหน้าหน่วยวิจัยเฉพาะทางสมุนไพรเพื่อรักษาโรคหืดและภูมิแพ้
– รองประธานมูลนิธิโรคหืดแห่งประเทศไทย

ผลงานทางวิชาการ
– ประพันธ์งานวิจัยเกือบ 40 ฉบับ
– เขียนหนังสือเรียน 5 เล่ม รวมหนังสือเรียนนานาชาติ 1 เล่ม

นวัตกรรมและการมีส่วนร่วมในการดูแลโรคหอบหืด
– พัฒนา 3 นวัตกรรมสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหอบหืด
– จัดตั้งเครือข่ายการดูแลโรคหอบหืด

รางวัลและการยอมรับ
– ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ 3 รางวัล จากงานเจนีวา เกาหลี ไต้หวัน International Invention Fair

ภารกิจการพูดระหว่างประเทศ
– นำเสนอเป็นวิทยากรระดับนานาชาติในญี่ปุ่น เกาหลี เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

มุ่งเน้นการวิจัย
– มุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคภูมิแพ้แบบใหม่เป็นหลัก

การมีส่วนร่วมของการทดลองทางคลินิก
– มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 และ 3 สำหรับยาสมุนไพรที่มุ่งรักษาโรคหอบหืด

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
พฤหัสบดี 15:00 – 18:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
เสาร์ 09:00 – 17:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้