fbpx

โรคสมองเสื่อม (Dementia)

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ภาวะสมองเสื่อมเป็นคำทั่วไปสำหรับภาวะการสูญเสียความทรงจำ ความเข้าใจในภาษาลดลง ความสามารถในการแก้ปัญหาต่างๆ และความสามารถในการคิดอื่นๆ ลดลง ซึ่งรุนแรงถึงขั้นรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน

โรคสมองเสื่อม คืออะไร

โรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

โรคสมองเสื่อมไม่ใช่คำอธิบายโรคเฉพาะเจาะจง แต่เป็นคำทั่วไปที่ใช้อธิบายความบกพร่องในการจดจำ การคิด หรือตัดสินใจ ซึ่งมีผลรบกวนการดำเนินกิจกรรมประจำวัน โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด แม้ว่าภาวะสมองเสื่อมจะส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่เป็นภาวะของการแก่ชราตามปกติ

ภาวะสมองเสื่อมพบได้บ่อยแค่ไหน?

ในบรรดาผู้ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 65 ปี มีผู้ใหญ่ประมาณ 5.0 ล้านคนที่มีภาวะสมองเสื่อมในปี 2014 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 14 ล้านคนในปี 2060

อาการหลงลืมในผู้สูงอายุ

ภาวะสมองเสื่อมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแก่ชราตามปกติหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ใช่
ผู้สูงอายุจำนวนมากใช้ชีวิตทั้งชีวิตโดยไม่มีภาวะสมองเสื่อม ภาวะแก่ชราตามปกติอาจรวมถึงกล้ามเนื้อและกระดูกที่อ่อนแอลง เกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ และมีการเปลี่ยนแปลงของความจำเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น

 

– วางกุญแจรถผิดที่ในบางครั้ง
– พยายามหาคำพูด แต่นึกออกได้ในภายหลัง
– ลืมชื่อคนรู้จัก
– ลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุด

 

โดยปกติแล้ว ความรู้และประสบการณ์ที่สร้างขึ้นมาเป็นเวลาหลายปี ความทรงจำเก่าๆ และภาษาจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

สัญญาณและอาการแสดงของภาวะสมองเสื่อมเป็นอย่างไร?

อาการแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมมักมีปัญหาเกี่ยวกับ:


– ความทรงจำ
– การให้ความตั้งใจ/ใส่ใจ/การใช้สมาธิ
– การสื่อสาร
– การใช้เหตุผล การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา
– การรับรู้ แสดงความรู้สึกทางสายตา

สัญญาณ/อาการระยะแรก ที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะสมองเสื่อม ได้แก่:

– หลงทางในย่านที่คุ้นเคย
– การใช้คำที่ผิดปกติเพื่ออ้างถึงสิ่งของที่คุ้นเคย
– ลืมชื่อสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนที่สนิท
– ลืมความทรงจำเก่าๆ
– ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ด้วยตัวเอง

สมองเสื่อมระยะสุดท้าย

สัญญาณของระยะสุดท้ายของภาวะสมองเสื่อมมีดังต่อไปนี้:


– ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้
– ไม่สามารถพูดหรือสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้
– มีปัญหาการกิน เช่น กลืนลำบาก

 

แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลแบบประคับประคองจะมีประสบการณ์ที่เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงระยะสุดท้ายของชีวิตและอาจคาดเดาเวลาที่เหลือได้ แต่ก็ยากที่จะคาดเดาได้อย่างแน่ชัดว่าคนๆ หนึ่งจะเหลือเวลาอีกเท่าไร

สาเหตุของโรคสมองเสื่อม

โรคสมองเสื่อมเกิดจากอะไร

ภาวะสมองเสื่อมเกิดจากเซลล์สมองถูกทำลาย ความเสียหายนี้ขัดขวางความสามารถของเซลล์สมองในการสื่อสารระหว่างกัน เมื่อเซลล์สมองไม่สามารถสื่อสารได้ตามปกติ ความคิด พฤติกรรม และความรู้สึกก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

 

สมองมีหลายส่วนที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละส่วนมีหน้าที่ในการทำงานที่แตกต่างกัน (เช่น ความจำ การตัดสินใจ และการเคลื่อนไหว) เมื่อเซลล์บริเวณใดบริเวณหนึ่งได้รับความเสียหาย บริเวณนั้นจะไม่สามารถทำงานตามปกติได้

 

ภาวะสมองเสื่อมชนิดต่างๆ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่สมองได้รับความเสียหาย ตัวอย่างเช่น ในโรคอัลไซเมอร์ มีระดับโปรตีนบางชนิดสูงทั้งภายในและภายนอกเซลล์สมอง ทำให้เซลล์สมองยากที่จะสื่อสารกันในแต่ละเซลล์

 

บริเวณสมองที่เรียกว่าฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และความจำในสมอง เซลล์สมองในบริเวณนี้มักจะได้รับความเสียหายเป็นอันดับแรกๆ การสูญเสียความทรงจำจึงมักเป็นอาการเริ่มแรกของโรคอัลไซเมอร์

 

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ในสมองที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมจะเกิดขึ้นอย่างถาวรและอาการทรุดลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่ปัญหาด้านความคิดและความจำที่เกิดจากสภาวะต่อไปนี้อาจดีขึ้นเมื่ออาการนั้นได้รับการรักษาหรือแก้ไข:


– ภาวะซึมเศร้า
– ผลข้างเคียงจากยา
– การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
– ปัญหาต่อมไทรอยด์
– การขาดวิตามิน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อม

อะไรที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม?

1. อายุ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทราบกันดีมากที่สุด โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักพบในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
2. ประวัติครอบครัว ผู้ที่มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคสมองเสื่อมมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมได้เอง
3. เชื้อชาติ/สีผิว ผู้สูงอายุชาวแอฟริกันอเมริกันมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนผิวขาวถึงสองเท่า คนเชื้อสายสเปนมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนผิวขาวถึง 1.5 เท่า
4. มีสุขภาพหัวใจไม่ดี ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง หรือสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
5. สมองได้รับบาดเจ็บ การบาดเจ็บที่ศีรษะสามารถเพิ่มความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นรุนแรงหรือเกิดขึ้นซ้ำๆ

การวินิจฉัยและรักษาโรคสมองเสื่อม

การวินิจฉัยโรคสมองเสื่อม

การวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมไม่สามารถทดสอบด้วยเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แพทย์จะวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมประเภทอื่นๆ โดยพิจารณาจากประวัติทางการแพทย์อย่างละเอียด การตรวจร่างกาย การทดสอบในห้องปฏิบัติการ และลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางความคิด การทำงาน และพฤติกรรมในกิจวัตรประจำวันที่เกี่ยวข้อง แพทย์อาจสามารถระบุได้ว่าบุคคลนั้นเป็นโรคสมองเสื่อม แต่เป็นการยากที่จะระบุชนิดของภาวะสมองเสื่อมที่แน่นอน เนื่องจากอาการและการเปลี่ยนแปลงทางสมองของภาวะสมองเสื่อมชนิดต่างๆ อาจทับซ้อนกัน

 

แพทย์อาจทำการทดสอบความสนใจ ความจำ การแก้ปัญหา และความสามารถในการรับรู้อื่นๆ เพื่อดูว่ามีสาเหตุที่น่ากังวลหรือไม่ การตรวจร่างกาย การตรวจเลือด และการสแกนสมอง เช่น CT หรือ MRI สามารถช่วยระบุสาเหตุที่แท้จริงได้

 

ในบางกรณี แพทย์อาจวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมโดยไม่ระบุชนิด ซึ่งหากต้องการทราบรายละเอียดมากยิ่งขึ้น อาจจำเป็นต้องพบผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ทางระบบประสาท จิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรืออายุรแพทย์

การรักษาและดูแลภาวะสมองเสื่อม

การรักษาโรคสมองเสื่อมขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง โรคสมองเสื่อมที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาท เช่น โรคอัลไซเมอร์ ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แม้ว่าจะมียาที่สามารถช่วยปกป้องสมองหรือจัดการกับอาการต่างๆ เช่น ความวิตกกังวลหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ปัจจุบัน การวิจัยเพื่อพัฒนายาในการรักษาเพิ่มเติมกำลังดำเนินอยู่

 

การมีพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำ การกินอาหารที่มีประโยชน์ และการหมั่นเข้าสังคม จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคเรื้อรัง และอาจลดโอกาสการเป็นโรคสมองเสื่อมได้

ข้อมูลโดย

ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก