Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

วิธีทดสอบสมรรถภาพปอดเบื้องต้นด้วยตัวคุณเอง

สรุปสาระสำคัญ

  • วิธีทดสอบปอดด้วยตนเอง: สามารถสังเกตจังหวะการหายใจว่าสั้นหรือเหนื่อยหอบหรือไม่ หรือใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (ค่าปกติควรอยู่ที่ 95-100%)

  • สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์: ไอเรื้อรัง ไอมีเลือดปน หายใจไม่เต็มอิ่ม และเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ถือเป็นสัญญาณอันตรายของระบบทางเดินหายใจ

  • ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งปอดรอบตัว: ไม่ใช่แค่การสูบบุหรี่ แต่ฝุ่นละออง PM2.5 ควันบุหรี่มือสอง และพันธุกรรม ล้วนเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งปอดเทียบเท่าคนสูบบุหรี่

  • การคัดกรองที่แม่นยำ: ผู้ที่มีความเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปริมาณรังสีต่ำ (Low-Dose CT Scan) ซึ่งสามารถตรวจพบมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะแรก เพิ่มโอกาสรักษาหายขาดสูงถึง 90%

ฝุ่นและมลภาวะที่ต้องเจอในแต่ละวัน เป็นภัยร้ายที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้ว่ามลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และทำให้คนเสียชีวิต แต่เรามักจะไม่เห็นผลกระทบโดยตรงของมัน แต่ผลของ PM2.5 มันซ่อนอยู่ใน มะเร็งปอด โรคหัวใจ และหลอดเลือด

ดังนั้น เราจึงควรหมั่นตรวจเช็คและคอยสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 และควันบุหรี่โดยตรงเพื่อให้แน่ใจว่า การหายใจของเรายังคง ‘ปกติ’ อยู่หรือไม่

เพื่อทดสอบการหายใจว่ายังปกติหรือไม่ มีวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทดสอบได้ดังนี้:

วิธีทดสอบสมรรถภาพปอดเบื้องต้น

  • การตรวจสังเกตหายใจและอาการผิดปกติ: หากคุณรู้สึกว่าการหายใจของคุณเปลี่ยนแปลงหรือมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจเร็วเกินไป หายใจมีเสียงดัง เหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง ไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้แบบปกติ กลางคืนรู้สึกอึดอัดและหายใจลำบาก อาจเป็นสัญญาณให้คุณได้รับการตรวจสอบจากบุคลากรทางการแพทย์
  • การตรวจสอบค่าหายใจ: คุณสามารถใช้นิ้วปิดที่จมูกและปากในเวลาเดียวกัน แล้วหายใจเข้าอย่างลึกๆ คุณควรรู้สึกได้ว่าลมหายใจเข้าผ่านทางจมูกและลมหายใจออกผ่านทางปาก หากคุณรู้สึกไม่ค่อยสะดวกหรือมีอาการผิดปกติ เช่น การหายใจออกผ่านทางปากเท่านั้น คุณอาจต้องพบแพทย์เพื่อการประเมินเพิ่มเติม
  • ตรวจค่าออกซิเจนที่ปลายนิ้วด้วยตัวเองที่บ้าน: โดยปกติค่าออกซิเจนควรอยู่ที่ประมาณ 95-96 หรือถ้าหากออกกำลังกายแล้ว แต่ระดับออกซิเจนยังต่ำอยู่ แสดงว่าปอดอาจมีปัญหา ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป

หากคุณมีความเป็นกังวลหรือสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพปอดหรือระบบหายใจ ควรพบแพทย์เพื่อการประเมินและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

อาการแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์

  1. ไอเรื้อรัง ไอบ่อยผิดปกติ แม้ไม่ได้เป็นหวัด
  2. ไอมีเลือดปน (อันตราย! ควรพบแพทย์ด่วน)
  3. หายใจสั้น หายใจไม่ทั่วท้อง หายใจแรง
  4. เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ตลอดเวลา
  5. เสียงแหบแห้ง ไม่สดใส
  6. นํ้าหนักลด ไม่อยากอาหาร ทานน้อยลง
  7. เจ็บแน่นหน้าอก มีอาการแทรกซ้อน

หากคุณมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและวินิจฉัยโรคต่อไป

มะเร็งปอด โรคร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

มะเร็งปอด เป็นโรคที่พบได้มากในประเทศไทยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ นับว่าเป็น 1 ใน 5 ของโรคมะเร็งที่พบมากที่สุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดจะไม่ค่อยมีอาการแสดงในระยะแรก แต่จะอาจสัญญาณและรู้ตัวอีกทีเมื่อมีการเจริญเติบโตของมะเร็งมากขึ้นแล้ว ทั้งนี้ การตรวจพบมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ในระยะแรก โอกาสรักษาให้หายขาดได้จะมีสูงถึง 90%

มะเร็งปอดเกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดเป็นกลุ่มก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งจะตรวจพบได้เมื่อมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก และแพร่ไปตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย มะเร็งปอดจะทำลายชีวิตของผู้ป่วยได้รวดเร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง

ระยะของมะเร็งปอด

ระยะของมะเร็งปอดนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง โดยกำหนดจากตำแหน่งของเซลล์มะเร็ง การแพร่กระจายของมะเร็ง เซลล์และการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะร่างกาย ซึ่งระยะของมะเร็งนั้นมีความสำคัญต่อการรักษา เพราะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษา และหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด

  1. การสูบบุหรี่ – ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งปอด รวมถึงมะเร็งชนิดอื่นๆ โดยผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดมากถึง 10 เท่า แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้สูบบุหรี่ แต่การได้รับควันบุหรี่มือสอง มือสาม จากการสูดหายใจเข้าไปจะทำให้มีสารพิษตกค้างซึ่งก่อให้เกิดมะเร็ง
  2. การสัมผัสสารก่อมะเร็งจากโรคงานอุตสาหกรรม เช่น โครเมียม ไรแย่หิน แร่เรดอน นิกเกิล เป็นต้น
  3. ฝุ่นละอองพิษ เช่น ฝุ่น PM2.5 จากการศึกษาพบว่า ฝุ่น PM2.5 ทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดได้มากถึง 1 – 1.4 เท่า ซึ่งถือว่ามีความร้อยแรงเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่
  4. พันธุกรรม – ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งปอดตั้งแต่อายุน้อยๆ สมาชิกในครอบครัวก็มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอด

การตรวจคัดกรองด้วยเครื่อง X-ray เป็นการถ่ายภาพโดยใช้รังสีเอ็กซ์ผ่านบริเวณทรวงอก ภาพที่ได้นั้นเกิดจากความแตกต่างของความสามารถในการดูดซับรังสีของอวัยวะต่างๆ ในช่องอก โดยภาพที่ได้นั้นจะเป็นภาพสองมิติ แพทย์สามารถใช้คัดกรองและวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้ เช่น โรคปอดอักเสบ น้ำท่วมปอด ลมรั่วในปอด การบาดเจ็บในช่องอก รวมถึงโรคมะเร็งปอด

ข้อดีของการส่งตรวจวิธีนี้คือ ทำได้ง่ายและรวดเร็ว ปริมาณรังสีที่ได้รับค่อนข้างต่ำ ค่าใช้จ่ายน้อย และผู้ป่วยไม่ต้องเตรียมตัวมาก่อน

การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ หรือ Low-dose CT Scan การตรวจนี้จะได้ภาพถ่าย 3 มิติที่ให้ความละเอียดมากกว่าการเอกซเรย์ธรรมดา ซึ่งจะช่วยให้ตรวจความผิดปกติได้ละเอียดกว่า สามารถตรวจหาก้อนมะเร็งได้อย่างชัดเจนแม้ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็ก หรือถูกบดบังโดยอวัยวะส่วนอื่น ซึ่งมีความแม่นยำกว่า การตรวจ X-ray ทรวงอก แบบธรรมดา และยังปลอดภัย เพราะใช้ปริมาณรังสีที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับ CT Scan ปกติ

ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Hospital เราใช้เครื่องมือ Low-dose CT Scan เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ ซึ่งเป็นการตรวจที่ใช้ปริมาณรังสีน้อยและใช้วิธีการถ่ายภาพสามมิติที่ให้ความละเอียดมากกว่าการตรวจเอกซเรย์ธรรมดา สามารถเห็นรอยโรค หรือก้อนขนาดเล็ก ที่เอกซเรย์ปกติมองไม่เห็น เพื่อช่วยตรวจหามะเร็งปอดได้แม่นยำ

แพ็กเกจตรวจมะเร็งปอด เหมาะสำหรับใครบ้าง?

  • ผู้ที่ยังไม่เคยตรวจปอดเพศชาย อายุ 45+ | เพศหญิง อายุ 50+
  • ผู้ที่ต้องการตรวจปอดประจำปี
  • ผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ได้รับมลพิษ หรือสารพิษต่างๆ เป็นเวลานาน
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือมีอาการไอเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด

หากคุณเป็นกังวลเรื่องสุขภาพปอดและระบบทางเดินหายใจ สามารถตรวจคัดกรอง ด้วยแพ็กเกจตรวจมะเร็งปอด เทคโนโลยีใหม่ หรือ AI Technology ตรวจละเอียดด้วยวิธีการขั้นสูง ด้วย Spectral CT การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ Low Dose CT

แพ็กเกจตรวจมะเร็งปอด โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Hospital

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบสมรรถภาพปอด (FAQ)

1. เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว สามารถบอกได้หรือไม่ว่าเป็นโรคปอด?

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วสามารถบอกประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดได้ "เบื้องต้น" เท่านั้น (ค่าปกติควรอยู่ที่ 95-100%) หากค่าต่ำกว่า 95% อาจบ่งบอกถึงภาวะพร่องออกซิเจนที่เกิดจากความผิดปกติของปอดหรือหัวใจ แต่ไม่สามารถระบุชื่อโรคเฉพาะเจาะจงได้ จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

2. ไม่เคยสูบบุหรี่เลย มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งปอดได้หรือไม่?

สามารถเป็นได้ครับ แม้ไม่เคยสูบบุหรี่ แต่หากใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) การสูดดมควันบุหรี่มือสองเป็นประจำ การสัมผัสสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม หรือมีประวัติบุคคลในครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งปอด ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้เช่นกัน

3. ไอแบบไหนที่เป็นสัญญาณอันตรายของโรคมะเร็งปอด?

หากคุณมีอาการ "ไอเรื้อรัง" ติดต่อกันนานเกิน 2-3 สัปดาห์โดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ไอมีเสมหะปนเลือด เสียงแหบเปลี่ยนไป หรือมีอาการไอร่วมกับเจ็บแน่นหน้าอกและน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการเอกซเรย์ปอดทันที