Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในหญิงทั่วโลก และในแต่ละปีมีผู้หญิงที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีอาการแสดงใดๆในระยะ เริ่มแรก ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม มีหลากหลาย ทั้งปัจจัยที่สามารถควบคุมแก้ไขได้และไม่ได้ ดังนั้นการรู้วิธีควบคุมปัจจัยที่แก้ไขได้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมและหาทางรักษาได้อย่างทันท่วงที

มะเร็งเต้านม คืออะไร

เต้านม ประกอบขึ้นจาก ต่อมน้ำนมประมาณ 15–20 ต่อม รูปร่างคล้ายติ่งหูรวมตัวเป็นกระจุกอยู่ที่กลางเต้านมแต่ละข้าง โดยมีไขมันล้อมรอบกลายเป็นเต้านมแต่ละข้าง ในต่อมน้ำนมแต่ละต่อม

มะเร็งเต้านม สามารถพบทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่พบในเพศชายในอัตราที่น้อยมาก ผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้น จะมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม, มะเร็งรังไข่ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ และมักมาพบแพทย์ด้วยการคลำพบก้อนเนื้อในเต้านมหรือบริเวณรักแร้ อาการอื่นๆ อาจสังเกตได้จากขนาดหรือรูปร่างของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดแผลและอาจมีน้ำเหลืองหรือของเหลวสีคล้ายเลือดไหลออกมา หรือเป็นผื่นบริเวณหัวนม

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม

ในปัจจุบันยังคงมีการถกเถียงเพื่อหาข้อสรุปเรื่องปัจจัยเสี่ยง ที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งเต้านมอย่างไรก็ตามพบว่ามีหลายปัจจัยที่ยืนยันแล้วว่ามีความสัมพันธ์กับโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมโดยตัแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักคือ ปัจจัยที่ไม่สามารถแก้ไขได้ (non-modifiable risk factors) และปัจจัยที่สามารถแก้ไขได้ (modifiable risk factors) ดังนี้

ปัจจัยที่ไม่สามารถแก้ไขได้

  • เพศ: ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายในการเป็นมะเร็งเต้านม และการมี ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมอาจรวมถึงประวัติที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม เช่น การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกในวัยเยาว์ การมีบุตรครั้งแรกในวัยที่มากขึ้น หรือการตัดสินใจที่ไม่ดีเกี่ยวกับการมีลูกนมในอดีต
  • คนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม: หากมีประวัติคนในครอบครัว โดยเฉพาะญาติสายตรง ได้แก่ บิดา มารดา พี่ น้อง หรือบุตร เป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ และหากเป็นมะเร็งก่อนอายุ 50 ปีนั้น คุณจะมีความเสี่ยงสูงในการที่จะเกิดมะเร็งเต้านม
  • อายุ: ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้วความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อผ่านวัยคลอด แต่อาจพบกรณีที่เกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 40 ปีเช่นกัน
  • ยีนผู้สูงอายุ: มีการระบุว่าบางประเภทของยีนที่ถูกสืบต่อมาจากบิดามารดาอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม
  • การมีประจำเดือนเร็ว หมดช้า: การที่ร่างกายได้รับกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นระยะเวลานาน เช่น การมีประจำเดือนครั้งแรกที่อายุน้อยกว่า 12 ปี การที่หมดประจำเดือนช้ากว่าอายุ 55 ปี หรือการที่ได้รับสารกระตุ้นที่คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น เนื้อสัตว์บางชนิด หรือยาฆ่าแมลง เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้นั้นจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมมากขึ้น
  • การได้รับรังสี: พบว่าหากเคยได้รับการฉายรังสีบริเวณหน้าอกตอนเด็กมาก่อนจากการรักษา มะเร็งชนิดอื่นๆนั้น ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นในการเกิดมะเร็งเต้านม
  • การตั้งครรภ์และให้นมบุตร: การตั้งครรภ์และให้นมบุตรนั้น สามารถช่วยลดระยะเวลาในการมีประจำเดือน ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งก็จะมีผลลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในอนาคตอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในกรณีมารดาที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีบุตรช้า คือมีบุตรคนแรกตอนอายุมากกว่า 30 ปีนั้น กลับเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น แต่พบว่าการที่ให้นมบุตรเป็นระยะเวลา 1ปีครึ่งถึง 2 ปีนั้น กลับสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมลงได้และจะมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นหากได้รับการฉายรังสีในช่วงที่เต้านมกำลังมีการเจริญเติบโต คือ อายุประมาณ 10 ปี

ปัจจัยที่สามารถแก้ไขได้

  • พฤติกรรมการดูแลสุขภาพ: การรับประทานอาหารถือเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมาก โดยนักโภชนาการแนะนำว่า การรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย และรักษาน้ำหนักร่างกายให้มีสุขภาพดีเสมอนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ ทั้งนี้แนะนำให้รับประทานผักผลไม้มากกว่า 5 ถ้วยต่อวัน จำกัดปริมาณอาหารให้มีไขมันอิ่มตัวให้น้อยกว่า 10% ของปริมาณแคลอรี่ทั้งหมดต่อวัน และรับประทานอาหารที่มีไขมันทั้งหมดไม่เกิน 30 กรัมต่อวัน และยังแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีไขมัน Omega 3 นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เนื้อสัตว์แปรรูป หรืออาหารรมควัน
  • น้ำหนักของร่างกาย: โดยพบว่าหากมีภาวะอ้วน หรือมีน้ำหนักที่มากเกินไปนั้น ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งพบว่าผู้หญิงวัยนี้จะมีไขมันในร่างกายที่ทำหน้าที่หลักในการสร้างเอสโตรเจนแทนรังไข่หลังหมดประจำเดือน และหากมีภาวะอ้วน มีน้ำหนักและไขมันที่มาก ก็จะทำให้ระดับเอสโตรเจนในร่างกายสูง ซึ่งก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเพิ่มมากขึ้น
  • การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ความสามารถของการทำงานของตับลดลง สูญเสียการควบคุมปริมาณเอสโตรเจนในร่างกาย รวมถึงการสูลบุหรี่ก็เช่นเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งเพิ่มขึ้นได้
  • การออกกำลังกาย : มีการศึกษาแนะนำว่า การออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ หากออกกำลังกายวันละ 45-60 นาที ตั้งแต่ 5 วันขึ้นไปต่อสัปดาห์ ก็จะสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งเต้านมได้
  • ความเครียดและความวิตกกังวล: ยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนที่บ่งบอกว่าความเครียดและความวิตกกังวลนั้นมีความเกี่ยว ข้องชัดเจนกับการเกิดมะเร็งเต้านม แต่พบว่าการลดความเครียดและทำให้จิตใจสงบนั้น สามารถเพิ่มความสามารถของภูมิต้านทานในร่างกายได้
  • การใช้ยาฮอร์โมน: ฮอร์โมนเอสโตรเจนทำหน้าที่ในการกระตุ้นเซลล์เต้านมให้มีการเจริญเติบโต ซึ่งหากการที่ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นระยะเวลานาน ก็ย่อมมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นระยะเวลานาน

ทานยาคุมเป็นประจำ เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมไหม

คำถามยอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้หญิงหลายๆคน คือ การกินยาเม็ดคุมกําเนิดต่อเนื่องนานๆ จะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมได้หรือไม่  โดยพบว่า สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมแต่น้อยมาก ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในผู้ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วัยรุ่น แต่พบว่าความเสี่ยงจะลดลงเรื่อยๆ หลังหยุดกิน จนเท่าคนปกติเมื่อหยุดกินเกิน 10 ปี

ความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบางปัจจัยที่สามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ ดังนั้น ต้องสังเกตอาการของตนเองและตรวจเช็คร่างกายอยู่เสมอ

แพ็กเกจตรวจมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Hospital