fbpx

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในหญิงทั่วโลก และในแต่ละปีมีผู้หญิงที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีอาการแสดงใดๆในระยะ เริ่มแรก ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม มีหลากหลาย ทั้งปัจจัยที่สามารถควบคุมแก้ไขได้และไม่ได้ ดังนั้นการรู้วิธีควบคุมปัจจัยที่แก้ไขได้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมและหาทางรักษาได้อย่างทันท่วงที

มะเร็งเต้านม คืออะไร

เต้านม ประกอบขึ้นจาก ต่อมน้ำนมประมาณ 15–20 ต่อม รูปร่างคล้ายติ่งหูรวมตัวเป็นกระจุกอยู่ที่กลางเต้านมแต่ละข้าง โดยมีไขมันล้อมรอบกลายเป็นเต้านมแต่ละข้าง ในต่อมน้ำนมแต่ละต่อม

มะเร็งเต้านม สามารถพบทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่พบในเพศชายในอัตราที่น้อยมาก ผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้น จะมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม, มะเร็งรังไข่ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ และมักมาพบแพทย์ด้วยการคลำพบก้อนเนื้อในเต้านมหรือบริเวณรักแร้ อาการอื่นๆ อาจสังเกตได้จากขนาดหรือรูปร่างของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดแผลและอาจมีน้ำเหลืองหรือของเหลวสีคล้ายเลือดไหลออกมา หรือเป็นผื่นบริเวณหัวนม

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม

ในปัจจุบันยังคงมีการถกเถียงเพื่อหาข้อสรุปเรื่องปัจจัยเสี่ยง ที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งเต้านมอย่างไรก็ตามพบว่ามีหลายปัจจัยที่ยืนยันแล้วว่ามีความสัมพันธ์กับโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมโดยตัแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักคือ ปัจจัยที่ไม่สามารถแก้ไขได้ (non-modifiable risk factors) และปัจจัยที่สามารถแก้ไขได้ (modifiable risk factors) ดังนี้

ปัจจัยที่ไม่สามารถแก้ไขได้

  • เพศ: ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายในการเป็นมะเร็งเต้านม และการมี ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมอาจรวมถึงประวัติที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม เช่น การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกในวัยเยาว์ การมีบุตรครั้งแรกในวัยที่มากขึ้น หรือการตัดสินใจที่ไม่ดีเกี่ยวกับการมีลูกนมในอดีต
  • คนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม: หากมีประวัติคนในครอบครัว โดยเฉพาะญาติสายตรง ได้แก่ บิดา มารดา พี่ น้อง หรือบุตร เป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ และหากเป็นมะเร็งก่อนอายุ 50 ปีนั้น คุณจะมีความเสี่ยงสูงในการที่จะเกิดมะเร็งเต้านม
  • อายุ: ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้วความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อผ่านวัยคลอด แต่อาจพบกรณีที่เกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 40 ปีเช่นกัน
  • ยีนผู้สูงอายุ: มีการระบุว่าบางประเภทของยีนที่ถูกสืบต่อมาจากบิดามารดาอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม
  • การมีประจำเดือนเร็ว หมดช้า: การที่ร่างกายได้รับกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นระยะเวลานาน เช่น การมีประจำเดือนครั้งแรกที่อายุน้อยกว่า 12 ปี การที่หมดประจำเดือนช้ากว่าอายุ 55 ปี หรือการที่ได้รับสารกระตุ้นที่คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น เนื้อสัตว์บางชนิด หรือยาฆ่าแมลง เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้นั้นจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมมากขึ้น
  • การได้รับรังสี: พบว่าหากเคยได้รับการฉายรังสีบริเวณหน้าอกตอนเด็กมาก่อนจากการรักษา มะเร็งชนิดอื่นๆนั้น ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นในการเกิดมะเร็งเต้านม
  • การตั้งครรภ์และให้นมบุตร: การตั้งครรภ์และให้นมบุตรนั้น สามารถช่วยลดระยะเวลาในการมีประจำเดือน ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งก็จะมีผลลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในอนาคตอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในกรณีมารดาที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีบุตรช้า คือมีบุตรคนแรกตอนอายุมากกว่า 30 ปีนั้น กลับเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น แต่พบว่าการที่ให้นมบุตรเป็นระยะเวลา 1ปีครึ่งถึง 2 ปีนั้น กลับสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมลงได้และจะมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นหากได้รับการฉายรังสีในช่วงที่เต้านมกำลังมีการเจริญเติบโต คือ อายุประมาณ 10 ปี

ปัจจัยที่สามารถแก้ไขได้

  • พฤติกรรมการดูแลสุขภาพ: การรับประทานอาหารถือเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมาก โดยนักโภชนาการแนะนำว่า การรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย และรักษาน้ำหนักร่างกายให้มีสุขภาพดีเสมอนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ ทั้งนี้แนะนำให้รับประทานผักผลไม้มากกว่า 5 ถ้วยต่อวัน จำกัดปริมาณอาหารให้มีไขมันอิ่มตัวให้น้อยกว่า 10% ของปริมาณแคลอรี่ทั้งหมดต่อวัน และรับประทานอาหารที่มีไขมันทั้งหมดไม่เกิน 30 กรัมต่อวัน และยังแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีไขมัน Omega 3 นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เนื้อสัตว์แปรรูป หรืออาหารรมควัน
  • น้ำหนักของร่างกาย: โดยพบว่าหากมีภาวะอ้วน หรือมีน้ำหนักที่มากเกินไปนั้น ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งพบว่าผู้หญิงวัยนี้จะมีไขมันในร่างกายที่ทำหน้าที่หลักในการสร้างเอสโตรเจนแทนรังไข่หลังหมดประจำเดือน และหากมีภาวะอ้วน มีน้ำหนักและไขมันที่มาก ก็จะทำให้ระดับเอสโตรเจนในร่างกายสูง ซึ่งก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเพิ่มมากขึ้น
  • การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ความสามารถของการทำงานของตับลดลง สูญเสียการควบคุมปริมาณเอสโตรเจนในร่างกาย รวมถึงการสูลบุหรี่ก็เช่นเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งเพิ่มขึ้นได้
  • การออกกำลังกาย : มีการศึกษาแนะนำว่า การออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ หากออกกำลังกายวันละ 45-60 นาที ตั้งแต่ 5 วันขึ้นไปต่อสัปดาห์ ก็จะสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งเต้านมได้
  • ความเครียดและความวิตกกังวล: ยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนที่บ่งบอกว่าความเครียดและความวิตกกังวลนั้นมีความเกี่ยว ข้องชัดเจนกับการเกิดมะเร็งเต้านม แต่พบว่าการลดความเครียดและทำให้จิตใจสงบนั้น สามารถเพิ่มความสามารถของภูมิต้านทานในร่างกายได้
  • การใช้ยาฮอร์โมน: ฮอร์โมนเอสโตรเจนทำหน้าที่ในการกระตุ้นเซลล์เต้านมให้มีการเจริญเติบโต ซึ่งหากการที่ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นระยะเวลานาน ก็ย่อมมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นระยะเวลานาน

ทานยาคุมเป็นประจำ เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมไหม

คำถามยอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้หญิงหลายๆคน คือ การกินยาเม็ดคุมกําเนิดต่อเนื่องนานๆ จะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมได้หรือไม่  โดยพบว่า สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมแต่น้อยมาก ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในผู้ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วัยรุ่น แต่พบว่าความเสี่ยงจะลดลงเรื่อยๆ หลังหยุดกิน จนเท่าคนปกติเมื่อหยุดกินเกิน 10 ปี

ความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบางปัจจัยที่สามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ ดังนั้น ต้องสังเกตอาการของตนเองและตรวจเช็คร่างกายอยู่เสมอ

แพ็กเกจตรวจมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Hospital

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก