เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
มะเร็งเต้านมเกิดจากเซลล์ในเต้านมเจริญเติบโตผิดปกติอย่างควบคุมไม่ได้ มะเร็งเต้านมมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์ที่ผิดปกติ สัญญาณของมะเร็งเต้านมอาจรวมถึงการคลำพบก้อนในเต้านม ขนาดของเต้านมเปลี่ยนแปลงไป การตรวจแมมโมแกรมสามารถช่วยในการตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นได้
มะเร็งเต้านม คืออะไร
มะเร็งเต้านมเกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อเต้านมเกิดการเปลี่ยนแปลง (กลายพันธุ์) และเจริญเติบโตเกินกว่าการควบคุม เกิดเป็นก้อนมะเร็ง มะเร็งเต้านมสามารถบุกรุกและเติบโตในบริเวณเนื้อเยื่อรอบๆ เต้านมได้ นอกจากนี้ยังสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายและสร้างเนื้องอกมะเร็งที่ใหม่ที่อวัยวะอื่นๆ ได้ ซึ่งเรียกระยะนี้ว่าระยะแพร่กระจาย
มะเร็งเต้านมมักพบในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย
สำหรับในประเทศไทย ข้อมูลจาก Globocan ปี 2020 พบว่า มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุดในเพศหญิง (22.8%) ตามมาด้วยมะเร็งลำไส้ (10.7%) และมะเร็งปากมดลูก (9.4%)
อะไรคือสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งเต้านม?
มะเร็งเต้านมมีอาการอย่างไรบ้าง
อาการของมะเร็งเต้านมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน อาการเหล่านี้ ได้แก่ :
– การเปลี่ยนแปลงขนาด หรือรูปร่างของเต้านม
– พบก้อนที่เต้านม แม้ว่าอาจมีขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่ว
– พบก้อนหนาขึ้นในเต้านมหรือใกล้เต้านม หรือใต้วงแขนที่คงอยู่ตลอดรอบเดือน
– มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะความรู้สึกของผิวหนังบริเวณเต้านมหรือหัวนม (รอยบุ๋ม รอยย่น ตกสะเก็ด หรืออักเสบ)
– ผิวหนังแดงที่เต้านมหรือหัวนม
– มีบริเวณที่แตกต่างจากบริเวณอื่นอย่างชัดเจนบนเต้านม
– มีบริเวณที่แข็งเหมือนหินอ่อนใต้ผิวหนัง
– มีของเหลวปนเลือดหรือของเหลวใสไหลออกจากหัวนม
อย่างไรก็ตาม บางคนไม่สังเกตเห็นอาการสัญญาณของมะเร็งเต้านมเลย ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรพบแพทย์ และตรวจแมมโมแกรมเป็นประจำ
มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร
อะไรเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านมเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ผิดปกติในเต้านมแบ่งตัวและเพิ่มจำนวน มีการวิจัยที่บ่งชี้ว่า มีเป็นปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดมะเร็งเต้านม ได้แก่:
– อายุ ผู้ที่อายุ 55 ปีขึ้นไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม
– เพศ ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้ชาย
– ประวัติครอบครัวและพันธุกรรม หากมีพ่อแม่ พี่น้อง ลูก หรือญาติสนิทคนอื่นๆ ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้ได้ ประมาณ 5% ถึง 10% ของมะเร็งเต้านมเกิดจากยีนผิดปกติเพียงยีนเดียวที่ส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูก และสามารถตรวจพบได้โดยการตรวจทางพันธุกรรม
– การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เชื่อมโยงกับมะเร็งหลายชนิด รวมทั้งมะเร็งเต้านม
– การดื่มแอลกอฮอล์ การวิจัยระบุว่าการดื่มแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมบางชนิดได้
– โรคอ้วน การมีโรคอ้วนสามารถเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมและการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งเต้านม
– การได้รับรังสี หากเคยได้รับการฉายรังสีมาก่อน โดยเฉพาะที่ศีรษะ คอ หรือหน้าอก ก็จะมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งเต้านม
– การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน ผู้ที่ใช้ฮอร์โมนทดแทน (hormone replacement therapy; HRT) มีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเป็นมะเร็งเต้านม
– ปัจจัยอื่น ๆ
มะเร็งเต้านมวินิจฉัยได้อย่างไร
เมื่อพบแพทย์เพื่อตรวจความผิดปกติ
แพทย์จะทำการตรวจเต้านมและสอบถามเกี่ยวกับประวัติครอบครัว ประวัติโรค และอาการที่เป็น และอาจทำการสั่งตรวจสิ่งเหล่านี้เพิ่มเติม:
1. แมมโมแกรม เครื่องมือสำหรับเอกซเรย์เต้านม โดยใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป สามารถเห็นรายละเอียดภายในเต้านม เพื่อดูเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ
2. อัลตราซาวนด์ ใช้คลื่นเสียงเพื่อถ่ายภาพเนื้อเยื่อภายในเต้านม ใช้เพื่อช่วยวินิจฉัยก้อนหรือความผิดปกติในเต้านม
3. การตรวจเจาะชิ้นเนื้อ หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์จะเก็บชิ้นเนื้อเพื่อพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา เพื่อตรวจสอบเซลล์เต้านมที่ผิดปกติ
ระยะของโรคมะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านมระยะที่ 1 : เชื้อจะยังไม่กระจายโดยก้อนมะเร็งจะมีขนาดเล็กว่า 2 เซนติเมตร
มะเร็งเต้านมระยะที่ 2 : เชื้ออาจเริ่มแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง ก้อนเนื้อจะมีขนาด 2-5 เซนติเมตร
มะเร็งเต้านมระยะที่ 3 : เชื้อจะเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองอย่างมากทำให้เนื้อบริเวณรักแร้ติดกับอวัยวะใกล้เคียง ในระยะนี้ก้อนเนื้อจะมีขนาดมากกว่า 5 เซนติเมตร
มะเร็งเต้านมระยะที่ 4 : เชื้อจะแพร่สู่อวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น สมอง กระดูก หรือปอด เป็นต้น ระยะนี้ก้อนเนื้อจะมีขนาดได้หลายขนาด
การรักษามะเร็งเต้านม
หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม จะรักษาอย่างไรได้บ้าง
มีตัวเลือกการรักษามะเร็งเต้านมหลายวิธี ได้แก่ การผ่าตัด การใช้ยาเคมีบำบัด รังสีบำบัด การใช้ยาฮอร์โมน เป็นต้น การรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ตำแหน่งและขนาดของเนื้องอก ผลการตรวจอื่นๆ และการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย แพทย์อาจรักษาหลายวิธีในเวลาเดียวกัน
การป้องกันมะเร็งเต้านม
จะแน่ใจได้อย่างไรว่ามะเร็งเต้านมจะถูกตรวจพบก่อนที่จะแพร่กระจาย
แม้ว่าเราจะไม่สามารถป้องกันมะเร็งเต้านมได้ แต่ก็มีบางอย่างที่สามารถทำได้เพื่อลดความเสี่ยงในการพบมะเร็งเต้านมในระยะลุกลามได้ ตัวอย่างเช่น:
– รับการตรวจแมมโมแกรมเป็นประจำ American Cancer Society แนะนำให้ผู้หญิงที่มีเต้านมเริ่มตรวจแมมโมแกรมเมื่อมีอายุ 35 ปี และตรวจแมมโมแกรมทุกปีหลังจากอายุ 40 ปี
– ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนหลังจากอายุ 20 ปี
– ให้แพทย์ตรวจเต้านมอย่างน้อยทุกๆ สามปีหลังจากอายุ 20 ปี และทุกๆ ปีหลังจากอายุ 40 ปี การตรวจเต้านมโดยแพทย์สามารถตรวจพบก้อนเนื้อที่อาจตรวจด้วยแมมโมแกรมไม่พบได้
ข้อมูลโดย
ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช