Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในเซลล์ของปากมดลูก ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส เอชพีวี (HPV) การตรวจคัดกรองและรับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้

มะเร็งปากมดลูก

ผู้ที่มีมดลูกทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ มะเร็งปากมดลูกมักเกิดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี การติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (human papillomavirus; HPV) บางชนิดเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก


เอชพีวีเป็นไวรัสทั่วไปที่ติดต่อระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีเพศสัมพันธ์จะมีเชื้อ HPV ในช่วงหนึ่งของชีวิต แต่จะมีผู้หญิงไม่กี่คนที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูก


การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี สามารถช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ หากพบมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก จะมีโอกาสรักษาหายได้สูง และสัมพันธ์กับการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

อาการและสัญญาณเตือนของมะเร็งปากมดลูก

อาการเริ่มแรกของมะเร็งปากมดลูก

ช่วงแรกที่เริ่มมีเซลล์ผิดปกติ ซึ่งเป็นระยะก่อนเป็นมะเร็งของปากมดลูกมักไม่ก่อให้เกิดอาการแสดงใดๆ อาการหรือสัญญาณมักปรากฏขึ้นเมื่อเริ่มเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้น ในขณะที่มะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามซึ่งเป็นระยะที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย อาการอาจรุนแรงมากขึ้น ขึ้นอยู่กับเนื้อเยื่อและอวัยวะที่มะเร็งแพร่กระจายไป

อาการหรือสัญญาณต่อไปนี้ อาจแสดงถึงอาการของมะเร็งปากมดลูก:

– มีเลือดเป็นหยดหรือมีเลือดออกเล็กน้อยก่อนหรือหลังมีประจำเดือน
– มีประจำเดือนนานและมากกว่าปกติ
– มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ การสวนล้าง หรือหลังการตรวจภายใน
– มีตกขาวเพิ่มขึ้น
– รู้สึกเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
– มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังวัยหมดประจำเดือน
– ปวดเชิงกรานและ/หรือหลัง ตลอดเวลาโดยไม่ทราบสาเหตุ

“อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งปากมดลูกเสมอไป เนื่องจากอาการเหล่านี้พบได้บ่อยและอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้”
หากมีอาการเหล่านี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบแม้ว่าจะมีอาการเพียงเล็กน้อย เนื่องจากยิ่งตรวจพบและรักษามะเร็งปากมดลูกได้เร็วเท่าไร โอกาสที่จะป้องกันและรักษาหายยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากอะไร

อะไรคือปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งเป็นไวรัสทั่วไปที่สามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ เชื้อเอชพีวีมีหลายชนิด บางชนิดสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ปากมดลูก ซึ่งอาจนำไปสู่มะเร็งปากมดลูกได้เมื่อเวลาผ่านไป ในขณะที่ชนิดอื่น ๆ อาจทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศหรือผิวหนัง

 

เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คนส่วนใหญ่จะได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวีในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต แต่การได้รับเชื้อมักจะไม่แสดงอาการ ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าคนผู้นั้นติดเชื้ออยู่หรือไม่ ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีเชื้อไวรัสเอชพีวีจะสามารถหายได้เอง แต่หากไม่เป็นเช่นนั้นก็มีโอกาสที่จะเกิดมะเร็งปากมดลูกได้เมื่อเวลาผ่านไป

 

“ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกได้ เช่น

– การติดเชื้อไวรัสเอชไอวี หรือภาวะอื่นๆ ที่ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ยาก
– การสูบบุหรี่”

สามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกได้อย่างไร

การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่สามารถทำได้เพื่อช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกคือการได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี และเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนจะป้องกันเชื้อเอชพีวี ชนิดที่มักก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ช่องคลอด และปากช่องคลอด


– แนะนำให้ฉีดวัคซีนในวัยรุ่นอายุ 11-12 ปี แต่สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี
– แนะนำให้ฉีดวัคซีนสำหรับทุกคนจนถึงอายุ 26 ปี หากยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน
– ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนสำหรับทุกคนที่มีอายุมากกว่า 26 ปี อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่บางคนที่อายุระหว่าง 27 ถึง 45 ปีที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน อาจปรึกษาแพทย์เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความเสี่ยงในการติดเชื้อ และประโยชน์ที่ได้รับจากการฉีดวัคซีน เพราะการฉีดวัคซีนในช่วงอายุนี้จะให้ประโยชน์น้อยกว่า เนื่องจากคนกลุ่มนี้อาจได้รับเชื้อเอชพีวีไปแล้ว

 

หากเริ่มฉีดวัคซีนก่อนอายุ 15 ปี แนะนำให้ฉีดสองครั้ง โดยห่างกัน 6 ถึง 12 เดือน สำหรับผู้ที่เริ่มฉีดวันซีนนี้หลังจากอายุ 15 ปี แนะนำให้ฉีดทั้งหมด 3 เข็ม

 

การฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีใหม่ แต่ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อหรือโรคมะเร็งปากมดลูกที่มีอยู่ได้ นี่คือเหตุผลที่ควรฉีดวัคซีนก่อนที่จะสัมผัสเชื้อเอชพีวี และควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ แม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรองสองอย่างนี้ สามารถช่วยค้นหาความผิดปกติที่อาจทำให้กลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ได้แก่


1. การตรวจแปปสเมียร์ โดยแพทย์จะสอดเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายปากเป็ดเข้าไปในช่องคลอดเบาๆ และใช้เครื่องมือเข้าไปเก็บเซลล์ตัวอย่างที่ปากมดลูกเพื่อนำไปตรวจหาความผิดปกติ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในปากมดลูกที่อาจทำให้กลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
2. การทดสอบหาเชื้อไวรัสเอชพีวี ที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกวินิจฉัยและรักษาได้อย่างไร

สูตินรีแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและทำการรักษา

การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่เป็น โดยแพทย์จะวินิจฉัยจากขนาดของก้อนมะเร็งหรือการแพร่กระจายของมะเร็ง และใช้ข้อมูลนี้เพื่อวางแผนการรักษา

ประเภทของการรักษา

มะเร็งปากมดลูกรักษาได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็งปากมดลูก การรักษารวมถึงการผ่าตัด เคมีบำบัด และการฉายแสง


การผ่าตัด: แพทย์จะผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อมะเร็งออก
การรับยาเคมีบำบัด: เป็นการใช้ยาเพื่อลดขนาดหรือฆ่าเซลล์มะเร็ง ยาอาจเป็นยาเม็ดหรือยาที่ให้ทางเส้นเลือด หรือบางครั้งได้รับทั้งสองอย่าง
การฉายรังสี: การใช้รังสีพลังงานสูง (คล้ายกับรังสีเอกซ์เรย์) เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง

ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้อย่างไร

สิ่งเหล่านี้อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกได้ ได้แก่

– หากอายุไม่เกิน 26 ปี ควรรับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี
– ละเว้นการสูบบุหรี่
– ใช้ถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์*

 

*การติดเชื้อเอชพีวีสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณอวัยวะเพศชายและหญิงที่สวมถุงยางอนามัยและอวัยวะเพศบริเวณอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลของการใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี แต่การใช้ถุงยางอนามัยมีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกที่ลดลง

ข้อมูลโดย

ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช