Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ทำไม ค่าความดัน ไขมันในเลือด และน้ำตาลในเลือดเมื่อมีความผิดปกติ จึงมีความสำคัญต่อร่างกาย

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ทำไม ค่าความดัน ไขมันในเลือด น้ำตาลในเลือด จึงมีความสำคัญต่อร่างกาย และมักเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงเมื่อเราเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ปี ขึ้นไป การตรวจสุขภาพเป็นประจำ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการตรวจสอบค่าความดัน ไขมัน และน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ ต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆมากมาย

ความดันโลหิต

ความดันโลหิต (Blood pressure) เป็นการวัดความกดที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดของร่างกายเมื่อหัวใจสั่น (heart beats) และเมื่อหัวใจผลักเลือดออกจากร่างกาย (heart pumps blood) ความดันโลหิตสามารถบ่งบอกถึงแรงกดที่เกิดในหลอดเลือด ซึ่งประกอบด้วยความดันโลหิตสูง (systolic pressure) และความดันโลหิตต่ำ (diastolic pressure)

ความดันโลหิตสูงคืออะไร

ความดันโลหิตสูง (hypertension) เป็นปัจจัยที่สำคัญมากต่อการเพิ่มความเสี่ยง ในการเกิดโรคร้ายต่างๆ โดยเฉพาะเส้นเลือดในหัวใจ (หลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน) เนื่องจาก ค่าความดันที่สูงมีผลทำให้หลอดเลือดในหัวใจ ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ไหลผ่านการอุดตัน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอัมพาตหัวใจขาดเลือดได้

ความดันโลหิต จะถูกวัดเป็นมิลลิเมตรปรอทของปริมาตรเลือด (millimeters of mercury, mmHg) ค่าความดันโลหิตที่ถือว่าปกติ คือประมาณ 120/80 mmHg โดยทั่วไปในระยะแรก ภาวะความดันโลหิตสูงมักไม่มีสัญญาณหรืออาการใด ๆ แต่บางรายที่มีภาวะความดันโลหิตสูงอาจมีอาการ ปวดศีรษะ หายใจถี่ หรือมีเลือดกำเดาไหล อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มักไม่แสดงจนกว่าภาวะความดันโลหิตจะอยู่ในขั้นรุนแรง

สาเหตุของการเกิดความดันโลหิตสูง

  1. รูปแบบการใช้ชีวิต: การใช้ชีวิตที่ไม่ค่อยดี เช่น การบริโภคอาหารที่มีปริมาณเกลือสูง การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การนอนหลับไม่เพียงพอ และการทำงานที่เครียดอาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้
  2. อายุ: ความดันโลหิตสูงมักเพิ่มขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากหลอดเลือดและหัวใจมีการเกิดการเสื่อมสภาพจากกระบวนการของเวลา
  3. โรคเรื้อรัง: บางโรคเรื้อรังเช่น โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน และโรคตับอื่น ๆ อาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น
  4. น้ำหนักเกิน: การมีน้ำหนักเกินหรืออ้วนอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างมาก ที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง เนื่องจากมีการเพิ่มภาระของระบบทำงานในร่างกาย รวมถึงการทำงานของหัวใจด้วย

วิธีป้องกันการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง

  1. รักษาน้ำหนักที่เหมาะสม: การรักษาน้ำหนักที่เหมาะสมหรือควบคุมน้ำหนักอยู่เสมอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้
  2. รับประทานอาหารที่เหมาะสม: ควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณเกลือต่ำ ลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลมาก และเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ที่มีสารอาหารสูง เช่น ผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักกาดหอม คะน้า ผักสลัด และผลไม้สด เช่น แอปเปิ้ล ส้ม กล้วย ฯลฯ
  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยบำบัดร่างกายและสามารถลดความดันโลหิตได้ ควรเลือกทำกิจกรรมทางกายภาพที่ชอบเช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬาต่าง ๆ
  4. ตรวจสุขภาพประจำ: ควรไปทำการตรวจสุขภาพประจำตามที่แพทย์แนะนำ เช่น ตรวจความดันโลหิตเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดความดันโลหิตสูงที่รุนแรง นำมาซึ่งโรคร้ายแรงต่างๆ

ไขมันในเลือด

ไขมันในเลือดมีหลายประเภท แต่โดยปกติในร่างกายจะมี 2 ประเภทที่สำคัญ คือไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) และคอเลสเตอรอล (Cholesterol)

  1. ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides): เป็นไขมันที่เกิดจากการดูดซึมสารอาหารหลังจากการบริโภคอาหาร ปริมาณไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
  2. คอเลสเตอรอล (Cholesterol): เป็นสารไขมันที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างเซลล์และฮอร์โมนในร่างกาย ได้แก่ ไขมันอิ่มตัวต่ำ (Low-Density Lipoprotein, LDL) หรือเรียกว่า “คอเลสเตอรอลร้าย” ที่มีความเสี่ยงต่อการสะสมในหลอดเลือด และไขมันอิ่มตัวสูง (High-Density Lipoprotein, HDL) หรือที่เรียกว่า “คอเลสเตอรอลดี” มีบทบาทในการลดคอเลสเตอรอลในเลือดมองตีบ

เมื่อใดที่ร่างกายมีไขมันมากเกินไป ไขมันจะไปเกาะตามผนังด้านในของหลอดเลือด ถ้าไขมันสูงมากจะมีผลทำให้หลอดเลือดตีบ เลือดไหลเวียนไม่สะดวก โดยเฉพาะบริเวณขาทำให้เดินแล้วปวดน่อง และอาจส่งผลทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ โดยระดับไขมันในร่างกายที่ปกติ คือ คอเลสเตอรอล ต่ำกว่า 200 มก/ดล.

สาเหตุของการเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia)

  1. การบริโภคอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง
  2. ปัจจัยที่เกี่ยวกับพันธุกรรม: ความสามารถในการควบคุมระดับไขมันในเลือดอาจมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมด้วย หากคนในครอบครัวมีประวัติการเกิดไขมันในเลือดสูง อาจทำให้เกิดความเป็นไปได้สูงขึ้นที่จะเป็นเช่นกัน
  3. สภาวะทางสุขภาพ: โรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และโรคตับอื่น ๆ อาจทำให้ระดับไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น
  4. การทำงานของตับ: ตับเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญในการขับของเสียไขมันจากเลือด หากการทำงานของตับไม่ปกติ เช่น การทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตไขมันไม่เพียงพอ อาจทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงขึ้น

วิธีป้องกันการเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง

  1. จำกัดอาหารและเลือกรับประทานให้เหมาะสม: เน้นการปรุงประกอบอาหารแบบต้ม อบ นี่ง ตุ๋น ยำ แทนการใช้น้ำมัน หากจำเป็นต้องใช้น้ำมันควรลดปริมาณให้น้อยลงหรือเลี่ยงการใช้น้ำมันจากพืชเขตร้อน เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ซึ่งจะช่วยลดปริมาณไขมันอิ่มตัวในการบริโภคได้
  2. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  3. งดสูบบุหรี่
  4. ควบคุมน้ำหนักให้ได้มาตรฐาน
  5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอด้วยการวิ่ง เดินเร็ว หรือขี่จักรยาน ช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด และเพิ่มระดับของ HDL ได้อย่างดี ควรทำอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที

น้ำตาลในเลือด

น้ำตาลในเลือดหมายถึงระดับน้ำตาล (กลูโคส) ที่อยู่ในเลือดของเรา และระดับน้ำตาลในเลือดนั้นส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนอินซูลินที่สร้างขึ้นจากต่อมส่วนหน้าของตับ ระดับน้ำตาลในเลือดถูกควบคุมให้อยู่ในช่วงปกติ จะอยู่ระหว่าง 70-99 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (mg/dL) ในช่วงเวลาหลังอาหาร (หลังอดอาหาร 2 ชั่วโมง) ระดับน้ำตาลในเลือดที่เป็นปกติอยู่ระหว่าง 70-140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (mg/dL)

สาเหตุของการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

  1. โรคเบาหวาน (Diabetes):
    • เบาหวานชนิดที่ 1: โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากการขาดสารสังเคราะห์อินซูลินในร่างกาย ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น
    • เบาหวานชนิดที่ 2: โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากการต้านอินซูลินในร่างกาย หรือไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น
  2. สภาวะที่เกี่ยวกับสารอินซูลิน:
    • ภาวะที่ต้านอินซูลิน: บางสภาวะเช่น โรคต่อมไทรอยด์ไม่ทำงานตามปกติ หรือใช้อินซูลินในปริมาณไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
    • การตอบสนองอินซูลินที่ลดลง: บางบุคคลอาจมีความต้านทานต่ออินซูลินที่สูงขึ้น หรือร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินในปริมาณเพียงพอ ซึ่งทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น
  3. ปัจจัยที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต:
    • การบริโภคอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง: เช่น อาหารหวาน อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
    • การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  4. การใช้ยาบางชนิด: บางยา เช่น ยาฮอร์โมนชนิดบางตัว ยากลุ่มสตีรอยด์ ยาบางชนิดที่ใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ อาจมีผลในการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด

ดังนั้น ค่าความดัน ไขมัน และน้ำตาลในเลือดมีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายของเราอย่างมาก เพราะถ้าหากค่าเหล่านี้สูงเกินไปอาจนำไปสู่การเกิดโรคร้ายแรงได้ การตรวจสุขภาพอย่างประจำ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ   และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงเหล่านี้