เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
เป็นการตรวจหาแคลเซียมที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดหัวใจ การมีปริมาณแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจที่สูงขึ้นแสดงว่ามีโอกาสสูงที่หลอดเลือดหัวใจจะตีบแคบลง และมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันในอนาคต
CT calcium score คืออะไร
เป็นการตรวจหา แคลเซียมหรือหินปูนที่หัวใจ ที่อาจเกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือด ลิ้นหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ด้วยเทคโนโลยี CT Scan (computerized tomography) หากหินปูนที่เกาะผนังหลอดเลือดที่นำไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดงและจะเกิดก่อนอาการของโรคหัวใจนานหลายปี ปริมาณแคลเซียมนี้สามารถทำนายโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ โดยผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีพฤติกรรมบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน
การมีหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ คืออะไร เกิดจากสาเหตุอะไร
การมีหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ เกิดจากการสะสมของแคลเซียมในหลอดเลือดแดงสองเส้นหลักของหัวใจ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นหลังจากมีคราบพลัค (ไขมันและคอเลสเตอรอล) ก่อตัวในหลอดเลือดแดงเป็นเวลาประมาณห้าปี
การมีหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจเป็นตัวบ่งชี้ของโรคหลอดเลือดหัวใจและสามารถช่วยในการประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
การไหลเวียนของเลือดที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในหลอดเลือดหัวใจ เพราะมันส่งเลือดที่อุดมด้วยออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อเกิดคราบพลัคสะสมในหลอดเลือดแดง จะทำให้เลือดไหลผ่านได้ยากขึ้น หากเลือดไม่สามารถผ่านหลอดเลือดหัวใจได้ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกและ/หรือหัวใจวายได้
สาเหตุที่ทำให้เกิดหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ
ผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ มีแนวโน้มที่จะเกิดหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ
1. โรคไตเรื้อรัง
2. มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือด เช่น โรคเบาหวาน
3. มีคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีมากเกินไป (LDL) และคอเลสเตอรอลที่ดีน้อยเกินไป (HDL)
4. มีค่าดัชนีมวลกายสูง (น้ำหนักมาก)
5. มีประวัติครอบครัวมีหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ
6. ความดันเลือดสูง
7. มีประวัติการสูบบุหรี่หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่น ๆ
8. อายุที่มากขึ้น
9. มีความผิดปกติของฮอร์โมนพาราไทรอยด์
10. มีระดับฟอสเฟตในเลือดสูง
11. มีระดับแคลเซียมในเลือดสูง
อาการของผู้ที่มีหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ
ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมักไม่มีอาการใดๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาจมีอาการต่างๆ เช่น:
1. ภาวะเจ็บแน่นหน้าอก
2. อาการหายใจไม่อิ่ม หายใจสั้นๆ รู้สึกหายใจลำบาก
3. กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือขาดเลือดเฉียบพลัน
ใครควรได้รับการตรวจระดับแคลเซียมในหลอดเลือดบ้าง
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแคลเซียมเกาะที่ผนังหลอดเลือด
ควรพิจารณาตรวจ CT calcium score ในผู้ที่มีอายุระหว่าง 40-70 ปี และมีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจแต่ยังไม่มีอาการ
ผู้ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้:
– มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
– สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่
– มีคอเลสเตอรอลสูง เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง
– น้ำหนักเกิน
– วิถีชีวิตที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย
ผู้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปีและมีคอเลสเตอรอลสูง และครอบครัวมีประวัติคลอเรสเตอรอลสูง ควรพิจารณาการตรวจระดับแคลเซียมในหลอดเลือด
อย่างไรก็ตามการทดสอบนี้ไม่สามารถบอกได้ 100% ในการทำนายความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เนื่องจาก นอกจากแคลเซียมเกาะที่ผนังหลอดเลือดแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย
Calcium score ตรวจหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ทำอย่างไร
เป็นการตรวจโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan)
ผู้ป่วยจะได้รับรังสีในขนาดต่ำๆ โดยไม่จำเป็นต้องฉีดสารทึบรังสี อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ตรวจขณะตั้งครรภ์
ขั้นตอนการตรวจ calcium score หินปูนในหลอดเลือด
1. เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของโรงพยาบาล
2. นอนราบลงบนเตียงของเครื่องสแกน
3. เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดบริเวณเล็กๆ สามจุดบนหน้าอก และแปะแผ่นอิเล็กโทรดเล็กๆ ลงไป ผู้ชายอาจต้องโกนขนหน้าอกบริเวณนี้เพื่อช่วยให้ขั้วไฟฟ้าติดได้ดี ซึ่งแผ่นอิเล็กโทรดจะเชื่อมต่อกับเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ซึ่งแสดงลักษณะคลื่นหัวใจในระหว่างการทดสอบ
4. เครื่องจะทำการสแกนด้วยการหมุนเพื่อฉายรังสีเอกซเรย์ไปรอบ ๆ ตัวผู้ป่วย โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะจับภาพหลายภาพได้อย่างรวดเร็ว สามารถจับภาพการเต้นของหัวใจ จากนั้นภาพที่ได้จะถูกวิเคราะห์เพื่อหาการกลายเป็นปูนภายในหลอดเลือดหัวใจ
– การไม่พบแคลเซียมแสดงว่าผลเป็นลบ แต่ไม่สามารถตัดคราบที่ไม่ใช่แคลเซียมออกได้
– หากพบแคลเซียม คอมพิวเตอร์จะแสดงคะแนนแคลเซียมเพื่อประเมินขอบเขตของโรคหลอดเลือดหัวใจ
การทดสอบใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ขั้นตอนทั้งหมดอาจใช้เวลาประมาณ 15 นาที
หลังจากตรวจแล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไร
หลังจากตรวจแล้วสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติและกินอาหารได้ตามปกติ
การพิจารณาคะแนน
คะแนนหมายถึงอะไร?
คะแนนแคลเซียมมีตั้งแต่ 0 ถึงมากกว่า 400 โดยแพทย์จะพิจารณาร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ (เช่น เชื้อชาติ เบาหวาน การสูบบุหรี่ ประวัติครอบครัว ระดับคอเลสเตอรอล ระดับความดันโลหิต) เพื่อกำหนดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต
ประโยชน์ของการตรวจแคลเซียมในหลอดเลือดคืออะไร?
การตรวจแคลเซียมในหลอดเลือดใช้เพื่อทำนายการเกิดและประเมินความเสี่ยงของอุบัติการณ์การเกิดโรคหัวใจ เป้าหมายคือเพื่อตรวจสอบว่ามีแคลเซียมเกาะอยู่ในหลอดเลือดหรือไม่และอยู่ในระดับใดแม้ว่าจะไม่มีอาการก็ตาม ข้อมูลนี้ยังใช้เพื่อหามาตรการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
ข้อมูลโดย
ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช


