โรคมะเร็งขึ้นชื่อว่าเป็นภัยเงียบที่ชอบแฝงอยู่ในร่างกายของเรา โดยในระยะแรก ๆ มันจะไม่ค่อยแสดงออกมา กว่าเราจะตรวจพบก็เข้าสู่ระยะลุกลาม ทำให้โอกาสในการรักษาให้หายขาดยิ่งเป็นไปได้ยาก หลายคนอาจเข้าใจว่า มะเร็งเต้านม มีโอกาสเกิดกับเพศหญิงเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วผู้ชายเองก็สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน (แต่มีโอกาสพบน้อยมาก) อาจมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งเต้านม นั้นสามารถ ตรวจประเมินตนเองเบื้องต้น หรือสามารถเข้ารับ การตรวจมะเร็งเต้านมแบบ Mammogram โดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมักไม่มีอาการแสดงให้เห็นในระยะแรก อาจคลำพบเพียงก้อนเนื้อบริเวณเต้านม หรือใต้รักแร้ อาจกดเจ็บหรือไม่ก็ได้ ผู้หญิงหลายคนจึงมองข้ามคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถึงแม้ว่ามะเร็งเต้านม จะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยมากเป็นอันดับ 1 หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา ก็สามารถหายขาดจากโรคได้ ดังนั้นผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพื่อหาความผิดปกติและทำการรักษาอย่างทันท่วงที
มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร
มะเร็งเต้านมเกิดการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนมทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้องอก โดยหากไม่ได้รับการรักษา มะเร็งจะโตขึ้นและกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ก่อนที่จะกระจายไปอวัยวะอื่นๆ เช่น ปอด ตับ สมอง กระดูก จนเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต
ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม
- การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
- อายุที่มากขึ้น (เริ่มพบได้บ่อยตั้งแต่อายุ 40-50 ปี)
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่กินยาฮอร์โมนทดแทน
- การมีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ เนื่องจากอาจสัมพันธ์กับมะเร็งเต้านมชนิดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งพบได้
- การรับประทานอาหารจำพวกอาหารหมักดอง อาหารแปรรูป
- ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน
อาการของมะเร็งเต้านม
- คลำเจอก้อนบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้ โดยก้อนเนื้อที่พบอาจจะกดเจ็บ หรือไม่เจ็บก็ได้ ผู้หญิงทุกคนควรตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนหลังรอบเดือนหมด ประมาณ 1 สัปดาห์
- มีน้ำนมหรือว่าเลือดออกทางหัวนมผิดปกติ ซึ่งอาการนี้สามารถพบได้ทั่วไปและอาจไม่ใช่สาเหตุจากโรคมะเร็ง แต่ก็ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยต่อไป
- ผิวหนังผิดปกติ มีผื่นคัน แดง บริเวณหน้าอก รวมถึงสีหรือผิวหนังบริเวณลานหัวนมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
- ปวดบริเวณเต้านม บางรายอาจมีอาการปวดคัดเต้านมตามรอบประจำเดือน ให้สังเกตว่าหากหมดประจำเดือนแล้วยังมีอาการปวดอยู่และคลำเจอก้อน ควรรีบไปพบแพทย์
วิธีการตรวจมะเร็งเต้านมเบื้องต้น
การตรวจมะเร็งเต้านมแบบ Mammogram
เป็นการตรวจทางรังสีชนิดพิเศษคล้ายกับการตรวจเอกซเรย์ ด้วยเทคโนโลยีแมมโมแกรม 3 มิติ ภาพเอกซเรย์มีความคมชัด สามารถแยกความแตกต่างของไขมันและเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจพบก้อนเนื้อ เห็นความหนาแน่นของเนื้อเต้านมที่ผิดปกติ สามารถระบุตำแหน่งและค้นหาความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป มีความปลอดภัยสูง และ มีประสิทธิภาพในการตรวจหามะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน สามารถตรวจพบหินปูน หรือรอยโรคที่มีขนาดเล็กได้ และใช้เวลาตรวจเพียง 30 นาที อีกทั้งยังไม่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนทำการตรวจได้ บางรายอาจจะรู้สึกไม่สบายตัวขณะอยู่ในกระบวนการ เนื่องจากต้องถูกกดหน้าอกให้แน่น การทดสอบนี้จะสามารถตรวจหาเนื้องอก ที่เล็กมากจนไม่สามารถรู้สึกได้ ดังนั้นการทำแมมโมแกรมอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าจากการตรวจด้วยตนเองหรือแพทย์จะไม่พบความผิดปกติใดๆ ก็ตาม ผู้หญิงทุกคนควรตรวจแมมโมแกรมทุกปีเมื่อมีอายุ 40 ปีขึ้นไป
อัลตร้าซาวด์เต้านม
เป็นการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปในเนื้อเต้านม เมื่อคลื่นเสียงกระทบกับเนื้อเยื่อต่างๆ จะสะท้อนกลับขึ้นมาที่เครื่องตรวจ ทำให้สามารถตรวจจับความแตกต่างของเนื้อเยื่อปกติกับก้อนในเต้านมได้ อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบได้ว่า ก้อนในเต้านมนั้นมีองค์ประกอบเป็นน้ำหรือเป็นก้อนเนื้อ เพื่อแยกความผิดปกติของก้อนที่พบได้เบื้องต้น
การตรวจมะเร็งเต้านม โดยแพทย์หรือพยาบาล
การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือพยาบาล จะเป็นการตรวจหาก้อนเนื้อหรือ สิ่งผิดปกติในเต้านมและบริเวณรักแร้อย่างละเอียด ผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทุก 2-3 ปี สำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจทุกปี
การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
ผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปควรตรวจเต้านมด้วยตนเอง ควรตรวจทุกเดือน หลังมีประจำเดือนวันแรกประมาณ 7-10 วัน เนื่องจากเต้านมจะนุ่มลง การตรวจเต้านมด้วยตนเองจะทำให้คุณรู้ลักษณะของเต้านมตนเองในภาวะปกติ ถ้าคุณรู้สึกว่าเต้านมมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือมีลักษณะต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์
- มีก้อนเนื้อ ซึ่งอาจจะแข็งหรือนุ่ม ขอบเรียบหรือขรุขระ หรือมีการหนาตัวของเนื้อที่อยู่ใกล้กับเต้านมหรือบริเวณใต้รักแร้
- เกิดการบวม เจ็บปวด หรือ เกิดการเปลี่ยนแปลงของขนาดหรือรูปร่างของเต้านม หรือรูปร่างของเต้านมเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม โดยที่ไม่เคยผ่าตัดมาก่อน
- เกิดรอยบุ๋มหรือการดึงรั้งของผิวหนังของเต้านม
- เจ็บหัวนมหรือหัวนมถูกดึงรั้งหรือหัวนมบอด
- มีของเหลวซึมออกจากหัวนม โดยเฉพาะเลือด
- มีแผลสะเก็ด บวม แดง ที่ผิวหนังเต้านม หัวนม หรือลานหัวนม ผิวหนังอาจบวมขึ้นจนเห็นรูขุมขน ทำให้มีลักษณะเหมือนผิวส้ม
- เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติต่าง ๆ ขึ้นที่เต้านมเพียงข้างเดียว หรือเต้านมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มจากเป็นข้างใดข้างหนึ่ง
- มีแผลที่บริเวณหัวนม มีลักษณะเป็นแผลสีแดง และมักจะรักษาไม่หาย
ทั้งนี้ มะเร็งเต้านมระยะแรกๆ มักคลำไม่เจอ เช่น มะเร็งที่มีก้อนขนาดน้อยกว่า 2 ซ.ม. ดังนั้นการตรวจเช็คเบื้องต้นด้วยตัวเองอาจไม่แม่นยำเท่าการตรวจด้วยเครื่อง Mammogram หรืออัลตร้าซาวด์
ทำไมเราควรตรวจมะเร็งเต้านมดแบบแมมโมแกรม
- ไม่มีรังสีตกค้างในร่างกายหลังตรวจเสร็จ
- ปริมาณรังสีที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยมักไม่มีผลข้างเคียงกับร่างกาย
- ภาพแมมโมแกรมช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบเนื้องอกขนาดเล็กได้ดีขึ้น มีผลให้สามารถเลือกวิธีการรักษาได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้
ทำไมเราควรตรวจและรักษามะเร็งเต้านมกับโรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Hospital
ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Hospital เรามีทีมแพทย์ชั้นนำของเมืองไทยที่เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็งเต้านมในแต่ละกระบวนการรักษา ตั้งแต่ป้องกัน ค้นหา รักษา และหลังการรักษา โดยนำเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัยและแม่นยำมาใช้ จนรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ ว่าการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถกลับไปมีไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบได้ดังเดิม
