fbpx

กายภาพบำบัดเพื่อช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ได้อย่างไร

เมื่อกล่าวถึงการทำ กายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ คนส่วนใหญ่จะคิดถึงการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การประคบร้อน ประคบเย็น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำกายภาพบำบัดเป็นการรักษาที่มีองค์ประกอบหลากหลาย การเลือกแนวทางสำหรับทำกายภาพบำบัดจึงต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลเพื่อการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

กายภาพบำบัดคืออะไร

กายภาพบำบัดคือกระบวนการทางกายภาพที่ใช้การออกกำลังกายและเทคนิคอื่น ๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพร่างกายหรือสุขภาพของบุคคลที่มีปัญหาทางกายภาพ เช่น บาดเจ็บ อาการปวดเรื้อรัง การกายภาพบำบัดมุ่งเน้นที่การเพิ่มความแข็งแรง ความคล่องแคล่ว และความสามารถในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย ซึ่งส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติมากขึ้น

กายภาพบำบัด ช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างไร

กายภาพเป็นหนึ่งในสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่ช่วยรักษา ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด โดยกายภาพบำบัดจะช่วยลดความเจ็บปวด และเสริมสร้างการทำงานของร่างกายให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด นอกจากนี้ กายภาพบำบัดยังช่วยให้รู้จักวิธีป้องกันการได้รับบาดเจ็บอันเป็นสาเหตุให้ร่างกายเสื่อมสมรรถภาพในการเคลื่อนไหวได้อีกด้วย

วิธีการรักษาด้วยกายภาพบำบัด

แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค เพื่อพิจารณาแผนและวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยแบ่งเป็น 3 วิธี ดังนี้

  1. Manual technique คือหัตถการที่ทำโดยนักกายภาพบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญและความรู้ในเรื่องของกายวิภาคศาสตร์สรีรวิทยา เพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างของกระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทอย่างเหมาะสม ด้วยเทคนิคการขยับข้อต่อ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การผ่อนคลายระบบประสาท การลดการตึงรั้งของพังผืด
  2. Exercises คือการให้ผู้ป่วยออกกำลังกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อและข้อต่อให้กลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพตามปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด นอกจากนี้นักกายภาพบำบัด จะช่วยฝึกการออกกำลังกายให้ผู้ป่วยจนสามารถทำได้ เองที่บ้าน ทั้งนี้การทำกายภาพในท่วงท่าต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล และต้องอยู่ภายใต้การแนะนำจากคุณหมอหรือผู้ช่วยอย่างใกล้ชิดซึ่งจะต้องทำอย่างถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้น นอกจากจะไม่ได้ช่วยบรรเทาให้อาการปวดเหล่านั้นทุเลาลง ยังอาจจะทำให้อาการปวดทรุดหนักยิ่งกว่าเดิมได้
  3. Physical Modality คือการใช้เครื่องมือในการรักษา เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น แบ่งเป็นการบำบัดด้วยความร้อน (Therapeutic Heat) การบำบัดด้วยความเย็น (Cryotherapy) ธาราบำบัด (Hydrotherapy) การดึงคอ – หลัง (Traction) และการบำบัดด้วยไฟฟ้า (Electrotherapy) และเครื่องมืออื่นๆซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

กายภาพบำบัดเพื่อช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

การใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์

เทคโนโลยีอัลตร้าซาวด์ มีการนำมาใช้ในการบำบัดอาการเจ็บปวดจากการเล่นกีฬาอย่างแพร่หลาย การบำบัดด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์เป็นการนำกระแสไฟฟ้าส่งผ่านไปยังผลึกคริสตัลซึ่งจะส่งคลื่นความถี่สูงเข้าไปกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อเพื่อให้เกิดการซ่อมแซมที่ดีและรวดเร็ว ทั้งยังช่วยบำบัดอาการปวดต่างๆ และลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์นับเป็นวิธีที่สะดวก ปลอดภัย และได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูง

การใช้เลเซอร์บำบัด

เป็นการใช้เลเซอร์เย็นช่วยลดอาการปวดของกล้ามเนื้อ กระดูกและเส้นประสาท ความเย็นจากเลเซอร์จะช่วยลดความเร็วในการนำกระแสประสาทที่รับความเจ็บปวดไปที่สมองให้ช้าลง จึงช่วยลดความเจ็บปวดได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดอาการเจ็บปวดของภาวะข้อเสื่อม ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ลดบวมและการอักเสบของกล้ามเนื้อเอ็นข้อต่อได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังจากที่เข้ารับการทำเลเซอร์เย็นเพื่อลดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาแล้ว จะรู้สึกได้เลยว่าอาการปวดลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้การใช้เลเซอร์เย็นยังช่วยรักษาอาการเคล็ดขัดยอกบริเวณกระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ การปวดไมเกรน หัวไหล่ติด หรืออาการในกลุ่มหมอนรองกระดูกเสื่อมได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเลือกการรักษาหรือการบำบัดอาการบาดเจ็บต่างๆ ด้วยวิธีใดนั้น จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ ที่จะพิจารณาตามความเหมาะสมให้ตรงกับอาการและความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงผลและประโยชน์สูงสุดที่ผู้ป่วยจะได้รับนั่นเอง

กายภาพบำบัดจำเป็นแค่ไหน และเหมาะกับใครบ้าง

การกายภาพบำบัดสามารถรักษาและฟื้นฟูได้ในผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้

  • กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม เช่น อาการปวดหลัง คอ บ่าและไหล่เรื้อรัง จากการนั่งทำงานในท่าเดิมนานต่อเนื่องเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง โดยมีสาเหตุมาจากกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น กระดูกสันหลังเคลื่อน กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ข้อไหล่ติด ปวดกล้ามเนื้อต่าง ๆ
  • ผู้ที่กระดูกหัก ใส่เฝือก หรือดามเหล็ก
  • ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีอาการโรคไขข้ออักเสบ ทั้งสาเหตุจากความเสื่อมตามวัยและการติดเชื้อ
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านระบบประสาท เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต พาร์กินสัน และเด็กที่สมองพิการตั้งแต่กำเนิด
  • ผู้ป่วยก่อนและหลังการผ่าตัด ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการทรงตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทรงตัวลำบาก ล้มบ่อย
  • สตรีหลังคลอดบุตร จะช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดให้กลับมาสมบูรณ์เร็วขึ้น
  • ผู้ที่ต้องใช้แขน-ขาเทียม เป็นการฝึกกล้ามเนื้อและข้อต่อแข็งแรงขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานแขน-ขาเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • นักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บ หรือต้องการเพิ่มสมรรถภาพกล้ามเนื้อในการเล่นกีฬา

กายภาพบำบัด รักษาอะไรได้บ้าง

บทบาทของกายภาพบำบัดไม่ได้จำกัดแค่การรักษาและฟื้นฟูร่างกายจากการเจ็บป่วยหรือ อุบัติเหตุอย่างที่หลายคนคุ้นเคย แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การบริหารร่างกายเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ การแนะนำวิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้อง เป็นต้น

นักกายภาพบำบัดนั้นดูแลผู้ป่วยทุกช่วงวัยตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ และเป็นการดูแลที่ครอบคลุมหลากหลายระบบในร่างกาย

  • ระบบกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ เช่น อาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดขา การป้องกันและรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อุบัติเหตุ หรือการทำงาน รวมถึงผู้ป่วยที่กระดูกหัก ผู้ที่ได้รับการผ่าตัด และผู้ที่มีความพิการจากการสูญเสียอวัยวะ
  • ระบบประสาทและสมอง เช่น ปัญหาการเคลื่อนไหวที่เกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง อัมพาต โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งหรือโรคเอ็มเอส โรคพาร์กินสัน ผู้ที่มีภาวะสมองพิการแต่กำเนิดและผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บที่สมอง หรือไขสันหลัง
  • ระบบหัวใจและการไหลเวียนของเลือด เช่น โรคหัวใจ และการบำบัดรักษาหลังจากภาวะหัวใจวาย
  • ระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นต้น

ปัจจุบันการทำกายภาพบำบัดได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม การฟื้นฟูผู้ป่วยหลังผ่าตัด รวมถึงในกลุ่มนักกีฬา ที่จะช่วยรักษาและฟื้นฟูร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการ Sookciety : BNH Silver Age Community

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ยินยอมทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    เปิดใช้งานตลอด

    เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ของเรา เนื่องจากคุกกี้เหล่านี้ทำให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถตอบสนองต่อการกระทำของท่านได้ อีกทั้งยังช่วยในการแสดงผลหน้าเว็บต่อท่าน และยังรวมถึงมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องในระหว่างการท่องเว็บไซต์ คุกกี้เหล่านี้จะคงอยู่จนกว่าจะสิ้นสุดการเยี่ยมชมของท่านและจะถูกลบอัตโนมัติทันที
    รายชื่อคุกกี้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

    ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ของเราด้วยจำนวนครั้งการเข้าดูหน้าเว็บและจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยบริการวิเคราะห์เว็บจะวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้หรือค้นหาส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ควรได้รับการปรับปรุง อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ (กล่าวคือ เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของท่านและไม่มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และที่อยู่อีเมลของท่าน) และข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเท่านั้น
    รายชื่อคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ

  • คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

    ช่วยให้เรารับรู้เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ด้วยข้อมูลนี้เราจึงสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามความต้องการของท่านได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมของท่านให้มีประสิทธิภาพและเฉพาะเจาะจงสำหรับท่านมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่รวบรวมโดยคุกกี้เหล่านี้จะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายชื่อคุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    จะอยู่บนอุปกรณ์ของท่านเพื่อบันทึกหน้าเว็บไซต์หรือลิงค์ที่ท่านได้เยี่ยมชมหรือติดตาม ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ของเราและแคมเปญโฆษณาของเราเพื่อให้เหมาะกับความสนใจของท่าน
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา

บันทึก