Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

เช็กสัญญาณอัลไซเมอร์ อาการสมองเสื่อม พร้อมวิธีชะลอก่อนสาย

เช็กสัญญาณอัลไซเมอร์

อาการหลงลืมทั่วไปต่างจากภาวะสมองเสื่อมที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สังเกตสัญญาณเตือนอัลไซเมอร์ เช่น ถามซ้ำ พฤติกรรมเปลี่ยน หลงทิศ และใช้ของคุ้นเคยไม่เป็น พร้อมเจาะลึกนวัตกรรมคัดกรองล่วงหน้าด้วยการเจาะเลือดหา Tau 217 และเทคนิคการปรับไลฟ์สไตล์เพื่อชะลอโรค สร้าง Cognitive Reserve ด้วยการออกกำลังกายที่เหมาะสมและรับประทานอาหาร MIND Diet

ทำความเข้าใจสมองเสื่อม: หลงลืมแบบไหนถึงเข้าข่ายอันตราย?

เส้นแบ่งระหว่างความปกติตามวัยกับความอันตรายอยู่ที่การทำงานของสมอง การหลงลืมตามวัยคือการลืมรายละเอียดเล็กน้อย คิดช้าลง แต่ยังสามารถดำเนินชีวิตประจำวันและแก้ปัญหาได้ตามปกติ ในขณะที่ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คือการที่สมองเริ่มทำงานผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการใช้ชีวิต

อัลไซเมอร์ไม่ใช่สาเหตุของภาวะสมองเสื่อมทั้งหมด แต่เป็นโรคที่เป็นสาเหตุหลักที่พบได้บ่อยที่สุด (ประมาณ 60-70% ของผู้ป่วยสมองเสื่อม)

เช็กสัญญาณอัลไซเมอร์ พร้อมเทคนิคชะลอสมองเสื่อมก่อนสาย กับ หมอเขษม์ | Longevity Lab EP.16

ขอบคุณวิดีโอจากรายการ: Longevity Lab by THE STANDARD LIFE

5 สัญญาณเตือนอัลไซเมอร์ ที่คนรอบข้างต้องสังเกต

  • ถามซ้ำๆ ในเรื่องเดิม: ลืมสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไปภายใน 5-15 นาที ราวกับไม่เคยมีข้อมูลนี้อยู่ในหัว
  • พฤติกรรมหรืออารมณ์เปลี่ยนไป: จากคนใจดีกลายเป็นคนพูดหยาบ ก้าวร้าว หรือมีความคิดหวาดระแวงอย่างฝังลึก เช่น คิดว่าถูกขโมยของ
  • สับสนทิศทางในสถานที่คุ้นเคย: ขับรถเลยซอยบ้านตัวเอง หรือหลงทิศในโรงแรมที่พักแม้จะเดินผ่านหลายรอบแล้ว
  • สับสนกับการใช้อุปกรณ์ในชีวิตประจำวันได้: ลืมวิธีใช้สิ่งของที่เคยใช้เป็นประจำ เช่น รีโมททีวี ไมโครเวฟ หรือสมาร์ทโฟน
  • ตรรกะ หรือการแก้ปัญหาผิดเพี้ยน: การแต่งตัวไม่สมเหตุสมผล หรือกรณีผู้บริหารระดับสูงที่เริ่มตัดสินใจและบริหารงานผิดพลาดบ่อยผิดปกติ

เจาะลึกสาเหตุและปัจจัยเร่งสมองเสื่อมใน "คนเมือง"

โรคอัลไซเมอร์เกิดจากการสะสมของโปรตีน อไมลอยด์ (Amyloid) ชนิดที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งกลายเป็นพิษและจับตัวกันทำลายเซลล์สมองส่วนความจำ นอกเหนือจากอายุและพันธุกรรม (เช่น การมียีน APOE4 ที่เพิ่มความเสี่ยง 4-15 เท่า)  ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยังเป็นปัจจัยเร่งที่สำคัญ

  • ความเครียดสะสมและการนอนไม่พอ: ขัดขวางกระบวนการล้างสารพิษในสมองระหว่างการนอนหลับ
  • การไม่ออกกำลังกาย: เป็นที่ทราบดีจากงานวิจัยทั่วโลกว่า การออกกำลังกายสามารถลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้
  • การดื่มน้ำน้อยกว่า 2 ลิตรต่อวัน: ทำให้เลือดข้นหนืด ไหลเวียนไปเลี้ยงเซลล์สมองได้ไม่เต็มที่
  • พฤติกรรมติดจอ (Screen Time): แสงสีฟ้าทำลายวงจรการนอนหลับ และการรับข้อมูลที่เร็วเกินไปทำให้สมาธิและจุดโฟกัสของสมองลดลง
  • การไม่ควบคุมปัจจัยเสี่ยงของหลอดเลือด: ถ้ามีโรคประจำตัวเช่นความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง และควบคุมได้ไม่ดีพอ พบว่ามีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะมีภาวะสมองเสื่อม

นวัตกรรมการตรวจคัดกรองอัลไซเมอร์ รู้ล่วงหน้าได้กี่ปี?

ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยคัดกรองและประเมินความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น:

  • การเจาะเลือดหาค่า Tau 217 (p-Tau217): นวัตกรรมใหม่ที่มีความแม่นยำสูงเทียบเท่าการทำ PET Scan 80-90% สามารถบอกความเสี่ยงล่วงหน้าได้ 3-5 ปีก่อนมีอาการ
  • การประเมินสมองแบบผสมผสาน (Integrated Screening): การทำแบบประเมินคะแนนร่วมกับการเจาะเลือดตรวจหาความผิดปกติอื่นๆ เช่น ภาวะพร่องไทรอยด์ หรือการขาดวิตามิน B12 ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการความจำแย่ที่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้
Special (THB)
2,500

แพ็กเกจประเมินประสิทธิภาพการทำงานของสมอง Integrated Cognitive Screening Package

แพ็กเกจนี้ออกแบบมาเพื่อประเมิน วิเคราะห์ และสะท้อนการทำงานของสมองอย่างละเอียด ด้วยแบบทดสอบมาตรฐาน ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย เพื่อให้คุณ “เข้าใจสมองของตัวเอง” ได้มากกว่าที่เคย

วิธีสร้าง "Cognitive Reserve" และเทคนิคชะลอสมองเสื่อม

Cognitive Reserve คือต้นทุนความแข็งแรงของสมอง ยิ่งมีมาก ยิ่งช่วยรับมือและชะลอความเสื่อมได้ดี

  • โภชนาการบำรุงสมอง: รับประทานอาหารแบบ MIND Diet (การผสมผสานระหว่าง Mediterranean และ DASH diet) ซึ่งดีต่อทั้งระบบสมองและหลอดเลือดหัวใจ
  • การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ: เช่น การเรียนภาษาที่ 3 เล่นดนตรี หรือแม้แต่การเปลี่ยนเส้นทางเดินกลับที่พัก ช่วยสร้างและขยายจุดเชื่อมต่อของเซลล์สมอง
  • การเข้าสังคม (Social Engagement): การพูดคุยสังสรรค์ช่วยกระตุ้นการประมวลผลข้อมูลของสมองและลดความเครียด
  • การนอนที่มีคุณภาพ: การนอนที่มีคุณภาพ หรือสุขภาพลักษณะการนอนที่ดี ช่วยให้สมองขจัดของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่นอนหลับ

คู่มือสำหรับผู้ดูแล: การสื่อสารและจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย

การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมต้องอาศัยความเข้าใจและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

  • คำพูดต้องห้าม: ห้ามใช้คำพูดตอกย้ำ เช่น บอกไปแล้วไง ทำไมจำไม่ได้ เพราะจะยิ่งบั่นทอนความมั่นใจและทำให้ผู้ป่วยหดหู่
  • เทคนิคเบี่ยงเบนความสนใจ: เมื่อผู้ป่วยเริ่มหมกมุ่นหรือหงุดหงิด ให้เปลี่ยนเรื่องคุยหรือชี้ชวนให้ดูสิ่งอื่นทันที เพื่อลดการปะทะ
  • การจัดสภาพแวดล้อม: ดูแลความปลอดภัยของเตาแก๊ส ระบบล็อกประตู และทำรั้วกั้นบริเวณแหล่งน้ำหรือบ่อปลาในบ้าน
  • การป้องกัน Caregiver Burnout: ผู้ดูแลหลักต้องจัดหาญาติหรือผู้ช่วยมาสลับสับเปลี่ยนเวลาดูแล (ผลัดเวร) เพื่อให้ได้พักสมองและป้องกันสภาวะความเครียดรุนแรง

บทความโดย

นายแพทย์ เขษม์ชัย เสือวรรณศรี

ศูนย์สมองและระบบประสาท

สาขาเฉพาะทาง: ประสาทวิทยา