4 โรคควรระวังช่วงเทศกาลสงกรานต์

4 โรคควรระวังในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นประเพณีไทยที่ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ต่างรอคอยที่จะร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น หลายๆ ครอบครัวก็เลือกกลับภูมิลำเนาเพื่อไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ ทำบุญสรงน้ำพระ หรือบางคนก็เลือกที่จะไปเล่นน้ำสงกรานต์ตามพื้นที่ที่จัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีโรคที่มักจะมาพร้อมกับเทศกาลสงกรานต์อยู่บ่อยๆ วันนี้จึงอยากมาแนะนำความรู้ดูแลสุขภาพ เพื่อลดโอกาสเกิดโรคเหล่านี้ และจะได้เล่นน้ำสงกรานต์อย่างสนุกสนาน

1.โรคท้องร่วง

โรคท้องร่วงนั้นมักจะมาในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะเดือนเมษายนที่มีอากาศร้อนและแห้ง ทำให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ทำให้อาหารบางอย่างบูดเสียง่าย นอกจากนี้อาจมีเชื้อแบคทีเรียปนอยู่ในน้ำ หรือน้ำเข็งที่ไม่สะอาด พอเรากระหายน้ำและดื่มเข้าไป อาจจะทำให้เกิดโรคท้องร่วง ท้องเสียได้

คำแนะนำ : ดังนั้นหากออกไปเล่นน้ำแล้ว ควรเลือกทานอาหารที่สดสะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ และเลือกดื่มน้ำที่มีบรรจุภัณฑ์มิดชิด จะช่วยให้ปลอดภัยจากโรคท้องร่วงได้

2.โรคลมแดด

โรคลมแดดหรือ Heat Stroke เป็นโรคที่เกิดจากการอยู่ในที่อุณหภูมิสูง เช่นช่วงที่ออกไปเล่นน้ำในที่กลางแจ้งทั้งวัน มีการเสียเหงื่อมาก ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน มีอาการกระหายน้ำ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ หน้ามืด ช็อค และอาจถึงขั้นหมดสติลงได้ 

คำแนะนำ : พกน้ำดื่มติดตัวไประหว่างเล่นน้ำ และจิบเรื่อยๆ เพื่อที่ร่างกายจะได้ไม่ขาดน้ำ

3.โรคตาแดง

โรคตาแดงเกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำที่ไม่สะอาด ซึ่งตอนที่ออกไปเล่นน้ำ อาจจะมีน้ำที่ไม่สะอาดเข้าตาได้ ดังนั้นแล้วเมื่อมีน้ำเข้าตาระหว่างเล่นน้ำ ให้ล้างมือให้สะอาด แล้วค่อยใช้น้ำที่สะอาดล้างตา หรือหากมีอาการรุนแรงขึ้นเช่นแสบตา อักเสบบวมแดง ควรรีบไปพบแพทยโดยทันที

คำแนะนำ : สวมใส่แว่นกันน้ำป้องกันไว้ ป้องกันน้ำเข้าตา

4.โรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ

ในหมวดหมู่ของโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อยคือ อาการไข้ น้ำมูกไหล เป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ในตอนที่เล่นน้ำกลาแจ้งร้อนๆ อาจจะมีคนราดน้ำเย็นๆ ใส่ตัวของเรา นอกจากนี้การเล่นน้ำสงกรานต์นานๆ ทำให้ร่างกายเปียกชื้นทั้งวัน เป็นสาเหตุให้เกิดโรคปอดบวม

คำแนะนำ : หากหลังจากเล่นน้ำเสร็จแล้วรู้สึกไม่สบายตัว ให้ทานยาก่อนนอน เพื่อลดอาการดังกล่าว

หากหลังจากเล่นน้ำสงกรานต์แล้วพบว่ามีอาการผิดปกติ ทางโรงพยาบาลแนะนำให้เข้ามาพบแพทย์ เพื่อรักษาอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมต่อไปค่ะ 🙂