เรื่องหลัง… อย่าไว้ทีหลัง

 

เรื่องหลัง

 

นพ.อาทิตย์ หงส์วานิช ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์กระดูกสันหลังโรงพยาบาล BNH กล่าวถึงอาการปวดหลังว่า ตามปกติอาการปวดหลังของคนทั่วไปจะมีสาเหตุจากการอักเสบที่โครงสร้างหลังเนื่องจากในชีวิตประจำวันต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ยกของหนักโดยใช้ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรือบางรายอาจเกิดจากอุบัติเหตุ ฯลฯ ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังบางรายอาจปวดมาก หรือปวดเรื้อรังจนต้องปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

 

สาเหตุของอาการปวดหลัง

ส่วนใหญ่มัก จะเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ อาการปวดจึงมักจะเกิดในทันที นอกจากนี้แล้วการ เคลื่อนไหวบางท่าจะทำให้ปวดมากขึ้น สาเหตุที่พบบ่อยๆ เช่น การนั่งผิดท่า การนั่งขับรถ หลังโก่ง การยืนผิดท่า การยกของผิดท่า การนอนบนที่นอนที่นุ่มหรือแข็งเกินไป ร่างกายไม่แข็งแรง การทำงานมากไป รวมถึงการไม่ออกกำลังเลย จะทำให้กล้ามเนื้อของเราไม่มีกำลังพอที่จะทำให้หลังอยู่ในท่าที่ถูกต้อง ทำให้เกิดการดึงรั้งกล้ามเนื้อเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหลัง เช่นเดียวกับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือมีหน้าท้อง กล้ามเนื้อที่หลังยิ่งต้องทำงานหนัก เพื่อที่จะพยุงให้หลังของเราตั้งตรงเป็นปกติ ทั้งนี้ อาการปวดหลังจะแบ่งตามระยะเวลาที่เกิดอาการ ถ้าปวดหลังแบบเฉียบพลัน อาการมักจะไม่เกิน 6 สัปดาห์ แต่ถ้าอาการปวดมากกว่า 12 สัปดาห์จะเรียกว่าปวดหลังเรื้อรังซึ่งควรปรึกษาแพทย์

คุณหมออาทิตย์กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการปวดหลังนั้นสามารถเป็นกันได้ทุกคน แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ คนทำงานในวัย35 – 45 ปี กลุ่มนี้สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนใหญ่ที่พบมักเกิดจากกล้ามเนื้อ หมอนรองกระดูกส่วนกลุ่มที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้อาการปวดหลังของคนในวัยนี้ อาจมาจากสาเหตุอื่นๆ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น การปวดเนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ กระดูก หมอนรองกระดูก และเส้นประสาท ได้แก่ โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือ โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนรวมถึงเกิดจากการเจ็บป่วยของอวัยวะภายในอื่นๆ เช่น ตับ ไต แล้วส่งผลกระทบมาที่การเจ็บปวดบริเวณหลัง ซึ่งสังเกตจากอาการปวด ถ้าปวดติดต่อกันตลอดเวลานานเกิน 2 – 3 สัปดาห์ อาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การปวดจากกล้ามเนื้อเส้นเอ็น ถ้าหากมีอาการดังกล่าวควรเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการปวดต่อไป

 

อาการปวดหลังแบบใดที่ควรรีบไปพบแพทย์เพราะอาจไม่ใช่การปวดหลังธรรมดาอย่างที่เราเข้าใจ

  1. ปวดตึงต้นคอและสะบักอย่างเฉียบพลันหรือเรื้อรัง
  2. ปวดต้นคอร่วมกับมีอาการร้าวมาบริเวณศีรษะ แขน หรือขา
  3. ปวดมากจนรบกวนการนอนหลับในเวลากลางคืน
  4. มีอาการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อบริเวณแขน ขา หรือลำตัว
  5. เดินเซ โดยไม่สามารถควบคุมการเดินได้
  6. ปวดตึงหลัง บั้นเอว หรือก้นเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง
  7. ปวดหลังร้าวมาบริเวณต้นขา ขา หรือเท้า

 

แนวทางในการป้องกัน หรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการปวดหลัง มีดังต่อไปนี้

1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลัง เช่น การเดิน การวิ่ง การขี่จักรยาน ถ้าหากไม่ออกกำลังกายเลยจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ได้รับบาดเจ็บได้ง่าย

2.รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป

3.ควรนั่งหรือยืนด้วยท่าทางที่ถูกต้อง เพราะการนั่งหรือยืนผิดท่า อาจจะทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เช่น

  • การยืน ควรยืนตัวตรงหลังไม่งองุ้มถ้าหากต้องใส่รองเท้าส้นสูง ควรหารองเท้าส้นเตี้ยไว้เปลี่ยนด้วยเพื่อพักเท้า
  • การนั่ง ควรจะนั่งพิงพนักเก้าอี้โดยเฉพาะบริเวณเอว เลือกเก้าอี้หมุนได้เพื่อป้องกันการบิดของเอว และควรมีที่พักแขน
  • การนอน ที่นอนไม่ควรนุ่มหรือแข็งเกินไป ท่านอนที่ดีคือนอนตะแคงและก่ายหมอนข้าง หรือนอนหงายโดยมีหมอนรองที่ข้อเข่า
  • การขับรถ ควรเลื่อนเบาะนั่งให้ใกล้เพื่อป้องกันการงอหลัง ส่วนล่างควรจะพิงกับเบาะ ถ้าขับรถทางไกลควรจะพักเดินทุกชั่วโมง

4.หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้เส้นเลือดไม่แข็งแรง หรือเกิดการอุดตันได้

 

BNH Spine Centre

ศูนย์รวมการรักษาโรคกระดูกสันหลังครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวที่เพียบพร้อมด้วยทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านโรคกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงการ พร้อมให้คำปรึกษาและรักษา ควบคู่กับการนำสุดยอดเทคโนโลยีมาใช้ในการรักษาเพื่อให้ได้ผลที่ถูกต้องแม่นยำและปลอดภัย

 

เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษาโรคกระดูกสันหลัง

  • การผ่าตัดด้วยวิธีเปิดแผลขนาดเล็ก MinimalAccess Spine Surgery

การผ่าตัดด้วยวิธีเปิดแผลขนาดเล็ก 1.6 – 2.0 ซม.ผ่านท่อเข้าไปในกระดูกสันหลัง เป็นการผ่าตัดด้วยเครื่องมือชนิดพิเศษ ร่วมกับการใช้วิธีส่องกล้อง ช่วยให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูง แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก ลดอัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเสียเลือด รวมถึงช่วยลดอาการบาดเจ็บภายหลังการผ่าตัด ที่สำคัญเป็นการช่วยลดเวลาในการพักฟื้นช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับสู่คุณภาพชีวิตที่ดีได้เร็วขึ้น

  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อกระดูกสันหลังเทียม TotalArtificial Disc Replacement (TADR)

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อกระดูกสันหลังเทียมบริเวณบั้นเอวหรือต้นคอ ด้วยวัสดุที่ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะใกล้เคียงกับข้อกระดูกสันหลังของมนุษย์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนทั้งผิวของข้อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก ช่วยให้ข้อกระดูกสันหลังกลับมาเคลื่อนไหวได้ทุกระนาบในลักษณะที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด

  • การรักษาโรคกระดูกสันหลังยุบตัว Percutaneous Vertebroplasty / Kyphoplasty

วิธีการรักษาผู้ป่วยสูงอายุที่มีปัญหากระดูกสันหลังยุบตัวจากสาเหตุกระดูกพรุนหรือจากเนื้องอกบริเวณกระดูกสันหลัง ด้วยการฉีดสาร Bone Cement ผ่านทางผิวหนังโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือดมยาสลบ เพราะเป็นการทำภายใต้การฉีดยาเฉพาะที่คลินิคบำบัดอาการปวด Pain Clinic

  • การบำบัดอาการเจ็บปวด เนื่องมาจากปัญหาทางกระดูกสันหลังโดยไม่ต้องรับการผ่าตัดด้วยวิธีการต่างๆได้แก่

การบำบัดโดยการใช้ยา การทำกายภาพบำบัดเฉพาะจุด การฉีดยาเฉพาะจุดเส้นประสาท (Selective Nerve Block) และการฝังเข็ม (Accupuncture)

 

นัดหมายแพทย์และสอบถาม:

สอบถามรายละเอียดหรือ นัดหมายแพทย์ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

โทร. 0-2686-2700     E-mail : info@www.bnhhospital.com