โรคหืดคืออะไร ?

โรคหืด คือ ภาวะที่หายใจไม่สะดวก เนื่องจากหลอดลมมีการอักเสบเรื้อรัง และไวต่อสิ่งกระตุ้นเร้าต่างๆ เช่น เชื้อโรคไวรัสหรือแบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ และมลพิษต่างๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคหืด  เกิดภาวะหลอดลมตีบ ไอและเหนื่อยง่ายเป็นครั้งคราว อาการมักกำเริบในเวลากลางคืน และมีหลายระดับความรุนแรง แตกต่างกันในแต่ละคน หลอดลมที่ตีบแคบชั่วคราวบางครั้งอาจหายได้เอง แต่ภาวการณ์อักเสบเรื้อรังของหลอดลมยังคงอยู่  ตามปกติหลอดลมทำหน้าที่เป็นทางเดินอากาศอยู่ในเนื้อปอด เปรียบเหมือนถนนให้รถวิ่งเข้าและออก แต่หลอดลมของผู้ป่วยโรคหืดจะตีบแคบกว่าคนปกติเพราะมีอาการอักเสบอยู่เดิม รวมถึงมีสารน้ำและมูกที่หลั่งจากเซลล์ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบทำให้อากาศผ่านเข้าออกได้ลำบากและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีการติดเชื้อไวรัสหวัดแบคทีเรีย หรือสูดดมสารแพ้ หลอดลมนั้นจะยิ่งตีบมากขึ้น รวมทั้งสารคัดหลั่งที่เป็นมูก และน้ำก็จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอีก เกิดเสมหะอุดตัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อย หายใจดังวี้ดหรือฮี้ดๆ ไอหนักซี่โครงบุ๋ม ในกรณีที่เป็นการหอบกำเริบรุนแรง ผู้ป่วยจะตัวเขียว หมดสติ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการอะไรบ้างที่บ่งว่าผู้ป่วยอาจเป็นโรคหืด

มีอาการเหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก มีเสียงดังวี้ดหรือฮี้ด ไอกลางคืนโดยที่ไม่ได้เป็นหวัด วิ่งเล่นหรือออกกำลังกายแล้วไอเหนื่อย เป็นหวัดแล้วหวัดลงปอดบ่อยๆหรือเป็นนานเกิน 10 วันกว่าจะหายดี อาการกำเริบเมื่อเจอฝุ่น ละอองเกสรบางชนิด ควันบุหรี่ ขนสัตว์ สารเคมีบางชนิด ฯลฯ

การวินิจฉัยโรคหืด

จากประวัติที่ผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว (เพียงข้อหนึ่งข้อใด)  ร่วมกับการตรวจประเมิณสมรรถภาพทางปอด (เฉพาะในเด็กโตหรือผู้ใหญ่) และค้นหาสารก่อภูมิแพ้ทางอากาศ ที่เป็นตัวกระตุ้นในผู้ป่วยแต่ละคน โดยทำการทดสอบผิวหนัง (skin test to common aeroallergens) ก็จะสามารถบ่งชี้โรคหืดได้อย่างชัดเจน

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคหืด

พันธุกรรมกำหนดโดยมากมักมี บิดา มารดา หรือญาติใกล้ชิดในครอบครัวเป็นโรคหืด โรคภูมิแพ้จมูก โรคภูมิแพ้ผิวหนัง ร่วมกับสิ่งแวดล้อม มลภาวะ สภาพบ้านเรือนที่อับทึบ เครื่องเรือนที่กักเก็บฝุ่น

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่รักษาโรคหืด

ชั้นกล้ามเนื้อในหลอดลม จะถูกแทนที่ด้วยพังผืด หลอดลมเกิดการหนาตัว หดเกร็ง ไม่สามารถยืดหรือขยายได้อย่างที่ควรจะเป็น เกิดการเสื่อมอย่างถาวร (Airway remodeling) ทำให้ผู้ป่วยโรคหืดเหนื่อยง่าย และมีกำลังสำรองน้อยกว่าคนปกติ คุณภาพชีวิตไม่ดี ในกรณีที่เป็นเด็กและไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะทำให้การเจริญเติบโตน้อยกว่าเกณฑ์ ตัวเล็กแกร็น และเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่รุนแรง

แนวทางการรักษาโรคหืด

  1. หาสาเหตุที่เป็นตัวกระตุ้นให้โรคหืดกำเริบ และแนะนำวิธีแก้ไข
  2. ให้ยารักษาเพื่อลดการกำเริบของโรคให้น้อยที่สุด รวมถึงให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
  3. ให้แผนการรักษาในกรณีที่โรคกำเริบที่บ้าน
  4. แนะนำให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การให้วัคซีนภูมิแพ้ (Immunotherapy) คือ การฉีดสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้ทีละน้อยและค่อยๆ ปรับเพิ่ม ทำให้ร่างกายปรับตัวและปรับเปลี่ยนภูมิต้านทานต่อสิ่งที่แพ้ ทำให้ควบคุมอาการโรคหืดได้ดี และอาจช่วยลดการใช้ยา โดยใช้เวลารักษานาน 3-5 ปี ในกรณีที่เป็นโรคหืดที่ควบคุมไม่ได้หลังการรักษาด้วยยาหลัก หรือโรคหืดที่ได้ผลดีต่อวิธีใช้ยาพ่นหรือกินแต่ไม่สามารถหยุดยาได้ หรือโรคหืดที่มีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร่วมด้วย โดยแนะนำให้รักษาและติดตามการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้

งานสัมมนา “บอกลา หอบหืด” Beating Asthma

ที่จะมาบอกเล่าถึงวิธีการดูแลและแนวทางใหม่ในการรักษาโรคหอบหืด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ในวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 13.00 – 15.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 โรงพยาบาลบีเอ็นเอช