แผลที่ขอบทวาร โรคแผลที่ขอบทวาร คืออะไร

 

แผลที่ขอบทวาร

41

โรคแผลที่ขอบทวาร คืออะไร

คือ โรคที่มีรอยแผลปริที่ขอบทวาร มีลักษณะเป็นเส้นตรงตามแนวยาวของรูทวารโดยขอบแผลด้านบนมักอยู่ในรูทวาร(ANAL CANAL) ส่วนขอบแผลด้านล่างจะอยู่ที่ขอบทวาร เป็นโรคที่พบได้บ่อยพบในผู้ชายเท่ากับผู้หญิง สาเหตุสำคัญของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ คือ มีอาการถ่ายเป็นเลือดร่วมกับอาการเจ็บทวารขณะและหลังถ่ายอุจจาระ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ชนิดเฉียบพลัน(ACUTE ANAL FISSURE) และชนิดเรื้อรัง (CHRONIC ANAL FISSURE)

 

สาเหตุของโรคแผลที่ขอบทวาร

ภาวะท้องผูก อุจจาะแข็งหรือภาวะท้องเสียล้วนเป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคนี้ ซึ่งในระยะแรกหรือชนิดเฉียบพลัน(ACUTE ANAL FISSURE) อาจมีเพียงแผลถลอกหรือแผลปริเล็กๆ รอบทวารและอาจหายเองได้ ระยะต่อมาถ้ายังคงมีอาการท้องผูกหรือท้องเสียมากอาจทำให้เกิดแผลที่ขอบทวาร ชนิดเรื้อรัง (CHRONIC ANAL FISSURE) ซึ่งมักต้องรักษาโดยการผ่าตัด นอกจากนี้ภาวะอักเสบติดเชื้อบางชนิดอาจเป็นสาเหตุของโรคนี้ได้

 

อะไรคืออาการโรคแผลที่ขอบทวาร

ผู้ป่วยมักมีอาการปวดมากบริเวณทวารโดยเฉพาะขณะหรือหลังถ่าย อุจจาระเสร็จร่วมกับอาการเลือดออกที่ทวาร บางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย อาการปวดไม่สัมพันธ์กับขนาดของแผล โดยมากมักปวดบริเวณส่วนหลังของรูทวาร และอาจมีติ่งยื่นออกมา(SENTINEL PILE) ร่วมด้วยในรายที่เป็นชนิดเรื้อรัง

 

การตรวจวินิจฉัยโรค

สามารถตรวจวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก(COLO – RECTAL SURGEONS) โดยจะพบเพียงแผลที่ขอบทวารในกรณีที่เป็นชนิดเฉียบพลันและอาจมีติ่งยื่นใน กรณีที่เป็นชนิดเรื้อรัง แพทย์จะทำการตรวจด้วยวิธีนุ่มนวล (GENTLE SEPARATION OF ANAL SKIN) โดยใช้สารหล่อลื่นชนิดพิเศษทำให้ขณะตรวจไม่มีความเจ็บปวด

ในผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยโดยการ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (SIGMOIDOSCOPE OR COLONOSCOPE) หรือการตัดชิ้นเนื้อบางส่วนส่งตรวจ (BIOPSY) เพื่อแยกจากโรคมะเร็งหรือสาเหตุอื่นๆของแผลที่ขอบทวาร

 

การรักษา

  • ประมาณ 50 % ของผู้ป่วยระยะเฉียบพลัน (ACUTE ANAL FISSURE) สามารถหายเองได้โดยไม่ผ่าตัด
  • รับประทานผักและผลไม้ หรืออาหารที่มีกากเพื่อเพิ่มเนื้ออุจจาระ
  • ดื่มน้ำวันละ 6 – 8 แก้ว โดยเฉพาะช่วงเช้าเพื่อป้องกันอาการท้องผูก
  • นั่งแช่น้ำอุ่นวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 – 15 นาที ในรายที่ปวดมาก
  • การใช้ยาเหน็บทวาร อาจช่วยทำให้อาการปวดดีขึ้น
  • การฉีดยา BOTULIUM TOXIN บริเวณทวาร ได้ผลประมาณ 60% แต่พบอาการข้างเคียงได้ถึง 2 – 21% เช่นกลั้นอุจจระหรือลมไม่ได้เป็นเวลา 2 เดือน

สำหรับผู้ป่วยที่ยังคงมีอาการของแผลที่ขอบทวารชนิดเรื้อรัง(CHRONIC ANAL FISSURE) พบว่าการรักษาโดยไม่ผ่าตัดมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงถึง 50% แต่การรักษาโดยการผ่าตัด (LATERAL INTERNAL SPHINCTEROTOMY) มีโอกาสหายขาดถึง 95%

 

เทคนิคการรักษา

เทคนิคการผ่าตัดสามารถทำได้ด้วยการฉีดยาเฉพาะที่(LOCAL ANESTHESIA) ไม่ต้องฉีดยาเข้าไขสันหลัง (SPINAL BLOCK) ถือว่าเป้นเทคนิคที่ปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้สามารถทำการตัดริดสีดวงทวารพร้อมกันได้ HAEMORRHOID CLINIC ให้บริการตรวจและรักษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ยินดีให้คำปรึกษาแก่ท่านที่มีปัญหาด้านลำไส้และทวารหนักด้วยบริการที่ครบวงจร

 

นัดหมายแพทย์และสอบถาม:

สอบถามรายละเอียดหรือ คลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก นัดหมายแพทย์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

โทร. 0-2686-2700     E-mail : info@www.bnhhospital.com

นอกจากคอเลสเตอรอลแล้ว ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องดูแลสุขภาพ!


คุณเองก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้!

ด้วย Checklist ตรวจสุขภาพตามช่วงอายุของแต่ละคน โดยระบบ BNH iHealthCheck

  • ครบทุกเพศ และทุกช่วงอายุ
  • คนไข้มากกว่า 10,000 คนได้รับการดูแลสุขภาพด้วยเช็คลิสนี้
  • สามารถนำไปใช้ดูแลสุขภาพตัวเอง กับโรงพยาบาลใดก็ได้