เมื่อมีปัญหาหัวใจ…จะต้องทำอย่างไร

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหัวใจจัดได้ว่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากขึ้นของประชากรทั่วไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป  ชนิดของโรคหัวใจที่พบได้บ่อยที่สุด (ร้อยละ30 – 60 ของโรคหัวใจทั้งหมด) ก็คือ โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary  Heart  Disease) อันมีสาเหตุมาจากภาวะแข็งตัวของหลอดเลือดแดง (Atherosclerosis)

ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ (Risk  Factors) แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ  คือ

1. ปัจจัยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ (Modifiable  Risk  Factors)  ได้แก่ 

1.1 ความผิดปกติของระดับไขมันในเลือด (Dyslipide – mia) ที่พบบ่อยมี 4 ชนิด  คือ

  • มีระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดสูง (Total  Cholesterol)
    ค่าปกติไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัม / เดซิลิตร
  • มีระดับแอลดีแอลโคเรสเตอรอลสูง (LDL – Choles – Total)
    ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่ทำให้เกิดการอุดตัน ของหลอดเลือด ค่าปกติควรน้อยกว่า 130 มิลลิดรัม / เดซิลิตร
  • มีระดับเอชดีแอลโคเรสเตอรอลต่ำ (HDL – Choles – Total)
    ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีที่ ช่วยลดการอุดตันของเลือดในระดับต่ำ ค่าปกติของผู้ชายควรอยู่ที่ระดับ 40 – 50 มิลลิดรัม / เดซิลิตร ผู้หญิงควรอยู่ที่ระดับ 50 – 60 มิลลิดรัม / เดซิลิตร
  • มีระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูง (Trigly – ceride)
    ค่าปกติไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัม / เดซิลิตร

1.2 โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่าปกติจะมีอัตราการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้มากกว่าผู้ที่มีความดันโลหิตปกติ รวมทั้งอัตราการตายของโรคหัวใจก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย

1.3 โรคเบาหวาน (Diabetes Millitus)
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่าปกติจะมีอัตราการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้มากกว่าผู้ที่มีความดันโลหิตปกติ รวมทั้งอัตราการตายของโรคหัวใจก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย

1.4 ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้การทำงานของเซลล์บุผนังหลอดเลือดผิดไปจากปกติ (Endothelial Dysfunction) และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งด้วย โดยผู้ป่วยเบาหวานจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น 3 ถึง 5 เท่า

1.5 อาหาร (Dietary)
พบว่าการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) และ / หรือโคเรสเตอรอลในปริมาณสูง, หรือรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหาร (Fiber) น้อยเกินไปจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น

1.6 การขาดการออกกำลังกาย (Physical Inactivity)
ทำให้น้ำหนักเกินหรือเกิดโรคอ้วน รวมทั้งระดับของเอชดีแอลโคเรสเตอรอลในเลือดก็จะต่ำลงด้วย

1.7 โรคอ้วน (Obesity) หรือภาวะน้ำหนักเกิน (Over – Weight)

  • คนอ้วนมักจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบหวานมากกว่าคนปกติ
  • คนอ้วนมักจะมีความผิดปกติของระดับไขมันต่างๆในเลือดได้มากกว่าคนปกติ
  • คนอ้วนจะมีระดับฮอร์โมนอินซูลินในเลือดสูง (Hyperinsulinemia) ซึ่งมีผลในการกระตุ้นการเจริญที่มากผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อของผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดตีบแคบลงได้
  • คนอ้วนหรือผู้ที่มีน้ำหนักเกินจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่า ผู้ที่มีน้ำหนักปกติ 2 ถึง 3 เท่า

1.8 การสูบบุหรี่

  • เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระดับเอชดีแอลโคเรสเตอรอลในเลือดต่ำ
  • ทำให้เกิดขบวนการออกซิเดชั่น (Oxidation) ของแอลดีแอลโคเรสเตอรอล เป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น
  • การทำงานของเซลล์บุผนังหลอดเลือดผิดไปจากปกติ
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ (3 เท่าในชาย และ 6 เท่าในหญิง)
2. ปัจจัยที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ (Nonmodifiable Risk Factors)  ได้แก่

2.1 เพศและอายุ

  • โรคเบาหวานและภาวะไขมันเอชดีแอลโคเรสเตอรอลต่ำจะพบในเพศหญิงมากกว่าชาย
  • ผู้ชายที่สูบบุหรี่มีจำนวนมากกว่าผู้หญิง
  • ผู้สูงอายุจะมีโรคความดันโลหิตสูงในอัตราที่มากกว่าคนอายุน้อย

2.2 มีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจในครอบครัว โดยเฉพาะมีบุคคลที่เป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย (ชาย < 55 ปี, หญิง < 65 ปี)

แนวทางในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างง่าย

  • การเลิกสูบบุหรี่ พบว่าภายหลังการเลิกสูบบุหรี่ 1 ปี ความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ จะลดลงครึ่งหนึ่งของขณะสูบบุหรี่และความเสี่ยงจะลดลงต่ำที่สุดภายใน 5 ปี หลังจากหยุดสูบบุหรี่
  • ควบคุมระดับไขมันชนิดต่างๆในเลือดให้อยู่ในระดับที่พึงประสงค์
  • ออกกำลังกายชนิดที่ร่างกายต้องการใช้ออกซิเจนในปริมาณสูง (Aerobic Exercises) เช่น ว่ายน้ำ จ๊อกกิ้ง เดินเร็ว เป็นต้น โดยจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3 ครั้ง / สัปดาห์ ครั้งละประมาณ 30 นาที
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและโคเรสเตอรอลในปริมาณต่ำ หลีกเลี่ยงหรือลดอาหารประเภทเครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน น้ำมันหมู หนังสัตว์ ไข่แดง ปลาหมึก กุ้ง และหอยนางรม รวมทั้งรับประทานอาหารประเภท ที่มีกากใยอาหาร เช่น ผักและผลไม้ให้มากขึ้น
  • ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินไป
  • หากเป็นโรคความโลหิตสูงและ / หรือโรคเบาหวาน จะต้องควบคุมระดับของความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

นัดหมายแพทย์และสอบถาม:

สอบถามรายละเอียดหรือ นัดหมายแพทย์ ศูนย์ดูแลและส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
โทร. 0-2686-2700     E-mail : info@www.bnhhospital.com