เดิน-วิ่งการกุศล เซนต์โยเซฟ มินิมาราธอน ครั้งที่ 2 (SJC RUN 2)

sjc_run001

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ร่วมเป็นเกียรติในงานแถลงข่าว กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล เซนต์โยเซฟ มินิมาราธอน ครั้งที่ 2 หรือ SJC RUN 2 ที่จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559  จัดโดย สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ซึ่งจัดให้มีการแข่งเป็นประเภท เดิน-วิ่ง 2.8 กม. และวิ่ง 10.5 กม. โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมสนับสนุนการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย โดย นพ.ฐิติ เอี่ยมไพศาล แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ได้มาให้คำแนะนำ เรื่อง การเตรียมความพร้อมในการวิ่ง เพราะการเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักวิ่ง นอกจากนี้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอชยังให้การสนับสนุนหน่วยปฐมพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งภายในงานนี้อีกด้วย

การเตรียมความพร้อมในการวิ่ง

การซ้อมหนักไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จ เหมือนกับการวิ่งนำคนอื่นตอนเริ่มต้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก การวิ่งมาราธอนเป็นการวิ่งระยะยาว ผู้วิ่งต้องรักษาสมดุลและรู้จักวางแผนการวิ่ง การเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายก่อนการวิ่งจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การเตรียมตัวก่อนวิ่งต้องเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายให้พร้อม ตามหลักการวิ่งมาราธอนควรเว้นระยะจากการวิ่งระยะยาวครั้งสุดท้าย 3 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาซ่อมแซมความเสียหายของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการฝึกซ้อมและการวิ่งครั้งก่อน และเพื่อป้องกันกล้ามเนื้อฉีกขาดด้วย

การฝึกซ้อมเป็นสิ่งที่สำคัญในการวิ่งระยะทางยาวๆ  นักวิ่งควรฝึกโดยเริ่มจากระยะทางสั้นๆแล้วค่อยๆขยับระยะทางให้ยาวขึ้นรวมถึงการเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกาย อย่าวิ่งตอนท้องว่าง ทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงก่อนวิ่ง 2 ชั่วโมง หรืออย่างน้อยที่สุดก่อนวิ่ง 1 ชั่วโมง และให้เน้นทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเพราะการวิ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงาน ร่างกายควรได้รับอาหาร 200 แคลลอรี่เป็นอย่างน้อย

นอกจากนี้ควรรักษาสมดุลน้ำในร่างกายให้ดี เพราะนักวิ่งจะสูญเสียน้ำจากร่างกายมากขณะแข่งขัน ดังนั้นในการฝึกซ้อมเป็นสิ่งจำเป็นที่นักวิ่งต้องปรับตัวเองเพื่อจะได้เป็นประโยชน์กับตนเองในการแข่งขัน และวันก่อนวิ่งควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรกังวล เพราะการนอนหลับสนิทเต็มที่นอกจากจะไม่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียแล้ว ร่างกายยังได้ซ่อมแซมตัวเอง และทำให้สุขภาพจิตแจ่มใส พร้อมกับการวิ่งที่จะมาถึง

ในวันแข่งขันควรเตรียมร่างกายให้พร้อม เลือกรองเท้าที่เหมาะสมและขนาดพอดี ก่อนออกวิ่งควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเข้มข้นของน้ำตาล และไขมันสูงเพราะจะไปรบกวนการทำงานของกระเพาะอาหาร ระหว่างแข่งรักษาสมดุลน้ำและพลังงานให้ดี ไม่แนะนำให้เริ่มวิ่งด้วยความเร็ว และอย่าปล่อยให้ร่างกายกระหายน้ำแล้วค่อยดื่ม เพราะจะสายเกินไป แนะนำให้นักวิ่งสังเกตุจุดสำคัญ เช่น จุดให้น้ำนักวิ่ง จุดปฐมพยาบาลก่อนลงสนามแข่ง และสิ่งสำคัญเมื่อนักวิ่งเข้าเส้นชัยแล้วหลายคนหยุดวิ่งตามหลักแล้วควรทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวต่อไปโดยการเดิน 1 ชั่วโมงหรืออย่างต่ำ 20 นาที เพื่อปรับการทำงานของหัวใจ และเป็นการคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดการเจ็บปวดจากการวิ่ง

การเตรียมความพร้อมในเรื่องการดูแลความปลอดภัยของผู้วิ่งก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการวิ่งมาราธอนต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ การติดต่อประสานงานเมื่อมีนักวิ่งป่วยหรือได้รับบาดเจ็บต้องวางแผนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และใช้เวลาให้น้อยที่สุด ผู้เข้าชมการแข่งขันก็สามารถช่วยเป็นหูเป็นตาได้เช่นกัน เพื่อช่วยเหลือได้ทันท่วงที โทรศัพท์มือถือและเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินควรเตรียมพร้อมให้กับนักวิ่งทุกคน

ในส่วนของโรงพยาบาลบีเอ็นเอช นอกจากการแนะนำให้นักวิ่งเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายแล้ว โรงพยาบาลฯ ขอแนะนำให้นักวิ่งดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นที่สามารถขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ ซึ่งโรงพยาบาลบีเอ็นเอชตระหนักถึงความปลอดภัยจึงได้มีการพัฒนาแอพลิเคชั่นดังกล่าว เรียกว่า SOS@HOTEL เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบเหตุอย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

 

แอพลิเคชั่น SOS@Hotel

เนื่องจากการบาดเจ็บเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและอุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่สามารถคาดเดาได้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอชตระหนักถึงความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที จึงได้สร้างแอพลิเคชั่น SOS@Hotel ขึ้นมา ซึ่งเป็นแอพลิเคชั่นที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถขอความช่วยเหลือผ่านแอพพลิเคชั่นเมื่อได้รับบาดเจ็บหรือพบผู้ได้รับบาดเจ็บในกรณีฉุกเฉิน ให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งบนระบบ iOS และ Andriod

sos-main-page
วิธีการใช้งาน

  • ลงทะเบียน ชื่อ นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการติดต่อ
  • เมื่อต้องการความช่วยเหลือ ให้เข้าไปที่แอพลิเคชั่น และกดปุ่ม “Press for SOS” (ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเปิด GPS ระบุพิกัดตำแหน่งของตัวเอง เพื่อเข้าถึงที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว)

 

เมื่อกดปุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือ ระบบจะทำงาน 2 อย่างพร้อมกัน คือ

  1. ส่ง Notification ไปยังมือถือของ SOS Member ทุกคน (SOS Member คือผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้น จากแพทย์และเจ้าหน้าที่เวชสาตร์ฉุกเฉิน ให้สามารถช่วยเหลือหรือปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อพบผุ้ประสบเหตุได้) เพื่อให้ Member ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับผู้ขอความช่วยเหลือเข้าไปให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนที่หน่วยฉุกเฉินของ BNH จะมาถึง
  2. แอพลิเคชั่นจะต่อโทรศัพท์สายตรงไปยังแผนกฉุกเฉินของ BNH ทันที เพื่อให้ผู้ขอความช่วยเหลือได้แจ้งอาการแก่แพทย์-พยาบาลแผนกฉุกเฉินโดยตรง ซึ่งพร้อมรับสายตลอด 24 ชั่วโมง

ความปลอดภัยระหว่างการแข่งขันคือสิ่งสำคัญเหนือกว่าชัยชนะ โดยเฉพาะหากไม่มีคู่วิ่งหรือเป็นนักวิ่งเดี่ยว ยิ่งต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด

       นพ.ฐิติ เอี่ยมไพศาล

แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลบีเอ็นเอช