สบายๆสไตล์…หมอ Car D O เรื่อง ยาสมุนไพร

ยาสมุนไพร

มีคนไข้หลายคนที่อยากจะบำรุงร่างกายของตนเองด้วยการรับประทานสมุนไพร

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วควรศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนที่จะเริ่มกินมัน ถึงผมเป็นหมอแผนปัจจุบัน แต่ผมก็ยอมรับว่าสมุนไพรหลายอย่างนั้นก็มีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการรักษาโรค หรือแม้แต่กระทั่งป้องกันโรคก็ตาม ไม่อย่างนั้นมนุษย์เราก็อาจจะสูญพันธ์ไปนานแล้ว โดยเฉพาะจากโรคระบาดต่างๆที่เชื่อว่ามีกันมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์โน่นแล้ว เพราะคนโบราณในยุคต่างๆไม่ว่าจะส่วนไหนของโลกนี้ ก็ได้ใช้ประโยชน์จากสมุนไพรนานาชนิดในการรักษาโรคกันมานานแล้ว

สำหรับผมเองเวลาคนไข้สักคนหนึ่งถามผมว่า เขาอยากจะลองกินยาแผนโบราณหรือยาสมุนไพรต่างๆ ร่วมไปกับการรักษาโรคแผนปัจจุบันนั้นทำได้หรือไม่ สิ่งแรกที่ผมรู้สึกได้ในใจก็คือความกล้าหาญของเขาที่กล้าถามหมอก่อนที่จะเริ่มกินสิ่งต่างๆเหล่านั้น

โดยส่วนตัวของผมแล้วก็มักที่จะให้คำตอบกับคนไข้ว่า ยาแผนโบราณหรือสมุนไพรต่างๆนั้น ถ้ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้และมีเครื่องหมายอย.รับรอง ก็สามารถที่จะลองรับประทานได้ เพียงแต่เราจะต้องใช้วิธีทางการแพทย์แผนปัจจุบันเข้าไปช่วยพิสูจน์ว่า หลังจากรับประทานแล้วเขาได้รับผลดีอย่างที่สรรพคุณระบุไว้หรือไม่ รวมทั้งเขาได้รับผลข้างเคียงจากสิ่งเหล่านั้นหรือไม่

นั่นหมายถึงผมจะให้คนไข้รับประทานสิ่งเหล่านั้นควบคู่ไปกับการรักษาแผนปัจจุบัน แต่จะนัดเขามาติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง คือ 2 สัปดาห์ 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน เพื่อที่จะได้รู้ว่า มันได้ผลดีอย่างที่เขาหวังหรือไม่ เช่น ความดันโลหิตลดต่ำลง หรือระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดควบคุมได้ตามเกณฑ์หรือไม่ รวมไปถึงตรวจติดตามการทำงานของตับและไตว่ายังคงปกติดีหรือไม่ ถ้าไม่มีผลข้างเคียงก็สามารถที่จะลองรับประทานได้ 2-3 เดือน แล้วก็ควรจะหยุดเว้นบ้างตามสมควร

คนไข้หลายคนเมื่อทำตามคำแนะนำที่ว่านี้ แล้วพบว่าตัวเองไม่ได้ผลในการรักษาที่ดีตามที่คาดหวังหวังเอาไว้ เขาก็จะรู้ได้ด้วยตัวเองว่ากินไปก็ไม่มีประโยชน์ และหยุดกินไปเองในที่สุด รวมทั้งหากตรวจพบว่าการทำงานของตับและไตเริ่มเปลี่ยนแปลง คนไข้ก็เต็มใจที่จะหยุดกินด้วยเช่นกัน เพราะเขารู้ว่ากินไปก็จะเป็นโทษเสียมากกว่า

นพ.เสก ปัญญาสังข์ (หมอ Car D O) 
ศูนย์หัวใจ
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช