“มิติสัมพันธ์คืออะไร” “เด็กๆจะได้อะไรจากการมีมิติสัมพันธ์ที่ดี”

มิติสัมพัน

มีคุณครูถามคำถามว่า “มิติสัมพันธ์คืออะไร” “เด็กๆจะได้อะไรจากการมีมิติสัมพันธ์ที่ดี” ทำให้หมอนึกถึงตัวเอง

 

…..เรื่องมิติสัมพันธ์เป็นทักษะที่หมอมีน้อยมากหรือเรียกว่าแย่มากๆ แต่หมอก็พยายามที่จะพัฒนาทักษะด้านนี้แม้อายุจะมาก (มาสนใจพัฒนาตัวเองตอนใกล้ 40)

…..หมอได้เป็นวิทยากรในหัวข้อเรื่อง “พัฒนาการเด็กและศิลปะ 3 มิติ” ในช่วงแรก และในช่วงท้ายเป็นหัวข้อเรื่อง “การรับมือเด็กในสถานการณ์ต่างๆ”
เมื่อมีคุณครูถามคำถามว่า “มิติสัมพันธ์คืออะไร” “เด็กๆจะได้อะไรจากการมีมิติสัมพันธ์ที่ดี”

….ทำให้หมอนึกถึงตัวเอง เรื่องมิติสัมพันธ์เป็นทักษะที่หมอมีน้อยมากหรือเรียกว่าแย่มากๆ แต่หมอก็พยายามที่จะพัฒนาทักษะด้านนี้แม้อายุจะมาก (มาสนใจพัฒนาตัวเองตอนใกล้ 40) และแล้วก็พบว่าเมื่อเราสามารถคิดเป็นภาพ มองให้ออกว่างานตรงหน้านั้นมีภาพรวม (Big picture) อย่างไร พยายามฝึกทำ mind map กับทุกๆเรื่อง ต้องใช้คำว่าทุกๆเรื่อง เพราะไม่ว่าเรื่องไหนมันก็สามารถลากโยงเกี่ยวข้องกันได้ ทำให้การทำงานหลายๆอย่างของหมอมีประสิทธิภาพมากขึ้น

….แต่ก็ยังมีเรื่องที่ยากลำบากมากในการคิดภาพรวม นั่นคือ แผนที่ ปัจจุบันหมอก็ยังหลงทางอยู่ (ดีกว่าเดิมนิดหน่อย) หากมีการกั้นไม่ให้ไปทางเดิมที่ไปประจำ ชีวิตจะเสียเวลาเพิ่มมากอีกหลายเท่าตัว (มัวแต่หลง) เรื่องนี้ขอยอมแพ้

 

…..มิติสัมพันธ์ หมายถึง ความสามารถในการรับรู้ตำแหน่งของสิ่งต่างๆ เมื่อเทียบกับตำแหน่งหรือจุดอ้างอิงจุดใดจุดหนึ่ง หรือคนที่สามารถมองเห็นเป็นภาพในใจ (มโนภาพ) ซึ่งการมองภาพในใจทำให้เราไม่ถูกจำกัดมิติแค่เพียง 1 หรือ 2 มิติ เหมือนกับการวาดรูปบนกระดาษ หรือการเห็นเป็นตัวหนังสือ

แต่การคิดภาพในใจมันมีที่โล่งได้ทั้ง กว้าง ยาว ลึก ดังนั้น เราจะสามารถเชื่อมโยงสิ่งต่างๆที่อยู่ในพื้นที่โล่งนั้นได้อย่างไม่สิ้นสุด

…..ยกตัวอย่าง เมื่อเราจะต่อโมเดลเครื่องบิน คนที่มีมิติสัมพันธ์ดีจะเห็นภาพในสมองเรียบร้อยว่า ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นนั้นจะต่อตรงไหน และเมื่อเสร็จสมบูรณ์จะออกมาหน้าตาอย่างไร ซึ่งต่างจากคนที่คิดเป็นภาพไม่เก่งก็ต้องอ่านคู่มือและไล่ไปทีละขั้นตอน

…..นอกจากนี้ เมื่อเราจะลงมือทำจริง เราก็ต้องมีการทดลองต่อในใจ (mental experiment) เราต้องวาดภาพในใจให้ออกว่าชิ้นส่วนนี้ใส่ตรงนี้ใช่หรือไม่ มันน่าจะออกมาเป็นรูปร่างอย่างไร เมื่อทดลองในใจแล้ว เราก็ถึงลงมือจริง หมอคือคนที่อ่านคู่มือ อย่างไม่ต้องสงสัยค่ะ

 

…..คนที่มีทักษะด้านมิติสัมพันธ์ที่ดี มักเป็นกลุ่มอาชีพสถาปนิก นักปั้น นักประดิษฐ์ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าอาชีพอื่นๆไม่จำเป็นต้องพัฒนามิติสัมพันธ์ให้ดี

…..ราลองนึกภาพว่า ในใจที่เปรียบเสมือนพื้นที่โล่งดั่งอวกาศ แล้วเราสามารถเอาเรื่องงานที่ทำมาเชื่อมโยงกัน เหมือนต้นไม้ (mind map) เช่น การเลี้ยงลูก สมมติเอาเรื่องเทคนิคต่างๆในการเลี้ยงลูกให้เก่ง ฉลาด และดี

เราเอาเทคนิคต่างๆมาใส่ในแต่ละกิ่งของต้นไม้ มันมีพื้นที่ไม่สิ้นสุด เราใส่ได้เรื่อยๆ และเราก็สามารถลากเรื่องกลับมาที่โคนของต้นไม้ได้ มันต่างจากการเก็บข้อมูลลงในลิ้นชักสมอง เพราะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาในการคิดว่า เรื่องๆ นั้นอยู่ตรงไหนของลิ้นชัก เพราะอะไร อย่างไรก็ตาม จะทำอย่างนี้ได้ก็ต้องฝึกค่ะ

 

สำหรับเด็ก การฝึกมิติสัมพันธ์มักเป็นงานศิลปะ และหมอเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีและที่สำคัญเด็กๆเกือบทุกคนชอบ เมื่อเด็กเข้าสู่วัยประถมฯ ก็อาจจะฝึก mind map แบบง่ายๆ ควบคู่กันไป

…..เรื่องมิติสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระดับอายุด้วย บางอย่างเมื่อไม่ถึงอายุทำยังไงก็ไม่สามารถ เช่น เด็ก 3-4 ปี คงไม่สามารถวาดรูปคนออกมาได้สมบูรณ์เหมือน 7 ปี หรือหากเป็นการปั้นเด็ก 3-4 ป ีก็ไม่สามารถปั้นขึ้นรูปได้

….ดังนั้น การฝึกจำเป็นต้องค่อยเป็นค่อยไปตามอายุ และควรที่จะมีความสนุกหรือเพลิดเพลินด้วยค่ะ อย่าให้เด็กรู้สึกกดดัน เพราะคงไม่ดีหากทักษะด้านนี้ดีขึ้นแต่อาจทำให้กลายเป็นเด็กขี้กังวล

….ไม่ว่าเป็นงานวาดหรืองานปั้น ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมช่วยฝึกมิติสัมพันธ์ เพียงแต่งานปั้นมีข้อได้เปรียบกว่า ตรงที่ เด็กสามารถขึ้นรูปงานปั้นและจับต้องได้จริง ความมีมิติมีครบทั้ง 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็น กว้าง ยาว ลึก ซึ่งเป็นสิ่งที่งานวาดไม่สามารถทำได้เหมือน

 

พ.ญ. เสาวภา พรจินดารักษ์

พัฒนาการเด็กและพฤติกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

นัดหมายแพทย์และสอบถาม:

สอบถามรายละเอียดหรือ นัดหมายแพทย์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
โทร. 0-2686-2700     E-mail : info@www.bnhhospital.com