มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก รู้เร็ว รักษาหาย

มะเร็งปากมดลูก

คุณทราบหรือไหมว่าโรค มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตหญิงไทยเฉลี่ยวันละ 14 คนเลยทีเดียว โดยหนึ่งในสองคนที่ตรวจพบ (คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์) จะเสียชีวิตจากโรคนี้ นับว่าเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคนในครอบครัวของท่านด้วย เราจึงควรทำความรู้จักกับมะเร็งชนิดนี้เพื่อการดูแลสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น (ที่มาจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ)

มะเร็งปากมดลูก เกิดจากอะไร

ปัจจุบันวงการแพทย์ พบว่าสาเหตุที่สำคัญคือเชื้อไวรัส HPV หรือ Human papilloma virus ซึ่งมีอยู่ได้ทั้งในร่างกายผู้ชายและผู้หญิง ติดต่อกันได้จากการสัมผัสทางเพศ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ได้รับเชื้อนี้เข้าไปจะกลายเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากร่างกายจะมีระบบภูมิต้านทานในการกำจัดเชื้อนี้ออก

เว้นเสียแต่ว่ามีการติดเชื้อนี้ต่อเนื่องหลายปีจนทำให้เซลล์ที่ปากมดลูกของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งหากไม่ได้รักษาแต่เนิ่น ๆ ก็เสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก ก่อนวัยอันควร

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็น มะเร็งปากมดลูก

ผู้ที่มีโอกาสเป็นโรคนี้สูง ได้แก่

– หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่า 18 ปี

– มีประวัติคู่นอนหลายคน

– มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกัน

– เคยเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน ซิฟิลิส

– เป็นโรคที่ภูมิต้านทานต่ำ เช่น โรคเอดส์ วัณโรค หรือใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันร่างกาย เช่น สเตียรอยด์

– ผู้หญิงที่เคยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แล้วพบว่ามีความผิดปกติของเซลล์ตรงเยื่อบุปากมดลูก

สัญญาณเตือนของโรคมะเร็งปากมดลูก มีอะไรบ้าง

อาการที่บ่งบอกว่าปากมดลูก มีความผิดปกติและเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก ได้แก่

– มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดเมื่อมีเพศสัมพันธ์

– ประจำเดือนหรือ ตกขาวผิดปกติ ทั้งเรื่องสี กลิ่น และอาจมีเลือดหรือหนองไหลออกมาทางช่องคลอดด้วย

(อย่างไรก็ตามอาการที่กล่าวมาอาจเกิดจากโรคอื่น ๆ ในระบบสืบพันธุ์สตรีได้ด้วยเช่นกัน จึงควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อการตรวจโดยละเอียดและรักษาตามสาเหตุต่อไป)

โรคมะเร็งปากมดลูก สามารถป้องกันได้โดยการตรวจคัดกรอง

การตรวจตินเพร็พ (Thin Prep) และ/หรือ การตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA test) สามารถตรวจวินิจฉัยความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ควรตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์ หากไม่พบความผิดปกติ สามารถตรวจได้ทุก 1 – 3 ปี(ขึ้นกับวิธีการตรวจ) จะช่วยให้พบการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ปากมดลูกได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่เซลล์จะกลายพันธุ์เป็นมะเร็ง จึงลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก ขั้นรุนแรงที่รักษาได้ยากจนทำให้เสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย (ผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวไว้ตอนต้น ควรจะตรวจให้ถี่ยิ่งขึ้น)

การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ (HPV Vaccine) HPV มีสองชนิด คือ วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ (16 และ 18) และ วัคซีน ชนิด 4 สายพันธุ์ (6, 11, 16 และ 18 สามารถป้องกันสาเหตุของหูดหงอนไก่ได้)  ผู้หญิงฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไปและยังแนะนำให้ตรวจคัดกรองตามปกติ

จะเห็นได้ว่ามะเร็งปากมดลูก เป็นโรคร้ายที่อยู่ใกล้กับเราทุกคนมากกว่าที่คิด หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำให้ทุกท่านใส่ใจการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการหมั่นตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคนี้

จะตรวจมะเร็งปากมดลูก ต้องตรวจให้ครบ ทั้ง ThinPrep และ HPV DNA

การที่ไม่มีอาการผิดปกติ ไม่ได้แปลว่าปกติ อย่าให้ชีวิตต้องสะดุดเพราะมะเร็งปากมดลูก