✨Translated by AI
ฝุ่น PM2.5 กระตุ้นอาการตาแดง ภัยร้ายต่อสุขภาพตาของคนเมือง
- เยื่อบุตาอักเสบซึ่งเกิดจากหลอดเลือดขยายในเยื่อบุตา ส่งผลให้ตาแดง
- ตาแห้ง
- ภูมิแพ้ขึ้นตาและเปลือกตาบวมอักเสบ
- เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ตา
ฝุ่น PM2.5 กระตุ้นอาการตาแดง ภัยร้ายต่อสุขภาพตาของคนเมือง
ฝุ่น PM2.5 นั้นถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้คนเมืองรู้สึกรำคาญใจ ส่วนใหญ่นั้นผู้คนจะให้ความสนใจในด้านของคุณภาพอากาศ มลภาวะจากฝุ่นควันที่ย่ำแย่และส่งผลต่อสุขภาพปอดเป็นหลัก ทว่ารู้หรือไม่ว่า ฝุ่น PM2.5 นั้นถือเป็นภัยเงียบที่เหล่าคนวัยทำงานในเมืองหลวงไม่ควรจะเมินเฉย ?
ฝุ่น PM 2.5 สามารถสัมผัสกับกระจกตาและเยื่อบุลูกตาของเราทําให้เกิดการระคายเคืองตา และอาจทําให้เกิดโรคตาต่อไปนี้:
- เยื่อบุตาอักเสบซึ่งเกิดจากหลอดเลือดขยายในเยื่อบุตา ส่งผลให้ตาแดง
- ตาแห้ง
- ภูมิแพ้ขึ้นตาและเปลือกตาบวมอักเสบ
- เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ตา
ยิ่งกว่านั้น การดูจอโทรศัพท์มือถือและการทำงานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ล้วนก่อให้เกิดปัญหากับดวงตาและสายตาในระยะยาว อาการเริ่มต้นที่ไม่ควรละเลย เช่น ตาแดง ตาแห้ง คันระคายเคืองตา ตาล้า ปวดตา เยื่อบุตาอักเสบ
ทำไมต้องตรวจตา ในยุคของฝุ่น PM 2.5
ในยุคที่ฝุ่น PM 2.5 แพร่กระจายไปทั่ว ดวงตาของผู้ที่สัญจรในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยมลพิษนี้ถือว่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อของโรคต่างๆได้ง่ายขึ้นโดยที่ท่านไม่ทันสังเกต อย่าปล่อยให้สัญญาณเล็กๆทำลายสุขภาพตาของท่านในระยะยาว โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่มีวิถีชีวิตซึ่งเสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพสายตาทางอ้อม เช่น
- ใช้สายตามากจากการใช้เวลาหน้าจอคอม
- การเพ่งมองผ่านจอโทรศัพท์
- การสัญจรในเมืองหลวงเพื่อไปทำงานในทุกๆวัน
- มีอาการตาล้า ตาแห้ง อยู่บ่อยครั้งเป็นทุนเดิม
ดังนั้นผู้ใหญ่ คนวัยทำงาน จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มวัยเสี่ยงที่สมควรเริ่มจะหันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพตาแต่เนิ่นๆก่อนที่จะสายเกินแก้
การตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำทุกปี จะช่วยคัดกรองความเสี่ยงที่อาจเกิดกับดวงตาแม้ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราป้องกัน และรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ปกป้องทะนุถนอมดวงตาคู่นี้ให้อยู่กับเราตลอดไป
"การดูแลดวงตาและสายตาสำคัญยังไง"
• ทำให้พบปัญหาสายตา ปัญหาการมองเห็น นำไปสู่การแก้ไขอย่างถูกวิธี เพื่อการมองเห็นที่ดีขึ้นเป็นปกติ
• ชะลอความเสื่อมของดวงตา จากการตรวจพบปัญหา และรักษาแก้ไขอย่างทันท่วงที
• เพื่อค้นหาโรคทางตา ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียสายตาทั้งชั่วคราวและถาวร การวินิจฉัยพบโรคแต่แรกเริ่ม จะสามารถทำการรักษาง่ายและได้ผลดีกว่า
• ทำให้ทราบวิธีการปฏิบัติเพื่อดูแลดวงตา การถนอมสายตาที่เหมาะสมและถูกต้อง ตามสภาพดวงตาและลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละคน จากปัญหาของตาที่ตรวจพบ
• การตรวจตาอย่างละเอียดอาจช่วยให้พบโรคเรื้อรังทางกายที่ซ่อนอยู่ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคเลือดหรือแม้แต่โรคเอดส์ เป็นต้น
อาการตาแดง คือ
“ตาแดง” เป็นคำทั่วไปที่ใช้อธิบายดวงตาที่แดง ระคายเคือง และแดงก่ำ เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวตาขยายใหญ่ขึ้นหรืออักเสบ โดยปกติแล้ว ถือเป็นอาการซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากดวงตาของคุณระคายเคือง
อาการตาแดงสามารถส่งผลได้ทั้งดวงตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นอาการที่ค่อยๆเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นอย่างกะทันหันก็ได้ เช่น อาการภูมิแพ้ อาการบาดเจ็บที่ดวงตา
อาการโรคตาแดง
- คันตา เคืองตา
- น้ำตาไหลผิดปกติ
- ตาแดง
- ตาบวม
- รู้สึกไวต่อแสง
- การมองเห็นแย่ลง
โดยปกติ จักษุแพทย์จะวินิจฉัยตาแดงโดยดูจากอาการและประเมินชนิดของของเหลวที่ไหลออกมาจากตา สำหรับเยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรีย ของเหลวที่ไหลออกมามักเป็นสีขาว เขียว หรือเหลือง และอาจดูเหมือนหนอง
โรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้ หรืออาการแพ้อาจส่งผลต่อดวงตาทำให้เกิด ตาแดงหรือบวมได้ อาการอื่น ๆ ที่คุณสามารถพบเห็นได้ ได้แก่
- อาการคันตา
- รู้สึกแสบร้อน
- อาการภูมิแพ้ทางตาอาจมาพร้อมกับอาการภูมิแพ้อื่นๆ เช่น จามและคัน น้ำมูกไหล
ตัวกระตุ้นอาการแพ้โดยทั่วไป ได้แก่
- ละอองเกสรดอกไม้
- ไรฝุ่น
- เชื้อรา
- ขนหมาหรือแมว
- สิ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคืองอื่นๆ เช่น ควันบุหรี่หรือมลพิษทางอากาศ
ตาแห้ง
บุคคลที่ร่างกายผลิตน้ำตาไม่เพียงพอเพื่อหล่อเลี้ยงดวงตาอาจเกิดอาการตาแห้งได้
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการใช้ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ ตาแห้งเรื้อรังอาจทำดวงตาเกิดการอักเสบ ระคายเคือง และกลายเป็นตาแดงได้
อาการของโรคตาแห้ง ได้แก่
- แสบตา
- ความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างอยู่ในดวงตา
- ปวดตาและตาแดง
- น้ำตาไหลมากผิดปกติ
- รู้สึกระคายเคืองเมื่อใส่คอนแทคเลนส์
- มองเห็นไม่ชัด
- ตาล้า
- ของเหลวในตา
- รู้สึกไม่สบายตาหลังจากดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือ
ภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา (Subconjunctival Hemorrhage)
จักษุแพทย์จะวินิจฉัยอาการภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา ด้วยการตรวจดูบริเวณดวงตาร่วมกับสอบถามข้อมูลเบื้องต้นในด้านต่าง ๆ เช่น อาการบาดเจ็บต่าง ๆ ประวัติการรักษาและการใช้ยา โรคประจำตัวโดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูงและภาวะเลือดออกผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจมีผลต่อการเกิดภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา และจะช่วยให้จักษุแพทย์สามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของอาการได้
แต่หากอาการภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา เกิดจากการได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา แพทย์อาจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยการใช้เครื่องมือชนิดพิเศษที่เรียกว่า Slit Lamp ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ตรวจตาได้อย่างละเอียดและแม่นยำ
วิธีรักษาอาการตาแดงเบื้องต้นซึ่งสามารถทำได้ที่บ้าน
คุณสามารถลองรักษาอาการตาแดงเบื้องต้นที่บ้านได้ ได้แก่
- ประคบเย็น การประคบเย็นที่ดวงตาของคุณวันละ 2-3 ครั้งสามารถช่วยลดอาการต่างๆ เช่น ตาแดงและตาบวมได้
- รับประทานยาแก้แพ้ อาจช่วยลดอาการตาแดงได้
- น้ำตาเทียม เพื่อช่วยบรรเทาอาการตาแดงและชะล้างสารระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง พยายามลดการสัมผัสสารระคายเคืองต่างๆที่สามารถเพิ่มอาการอักเสบของดวงตาได้ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ควัน หรือควันสารเคมี
- ล้างมือ หมั่นล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาหรือบริเวณรอบ ๆ หากมือไม่สะอาด
- หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือใช้คอนแทคเลนส์ พยายามหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือคอนแทคเลนส์จนกว่าอาการจะหายไป
- จำกัดการใช้เวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทีวี หรือโทรศัพท์ การใช้มากเกินไปอาจทำให้ปวดตาและตาแห้งได้
อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดตา คันตา ตาแดง นั้นรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นหลังจากการรักษาเบื้องต้นด้วยตนเอง เราแนะนำให้คุณพบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยอาการและรักษาคุณอย่างถูกต้อง การรักษานี้อาจรวมไปถึง ยาที่จำเป็นต้องสั่งภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น หรือการผ่าตัดซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ
สิ่งที่ควรทำเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของโรคตาแดง
- ล้างมือบ่อยๆ
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตา เครื่องสำอาง ผ้าเช็ดตัว หรือปลอกหมอนร่วมกัน
- ถอดคอนแทคเลนส์ตอนกลางคืน
- หลังจากที่อาการตาแดงดีขึ้น ควรทิ้งคอนแทคเลนส์ ยาหยอดตาหรือเครื่องสำอางสำหรับดวงตาที่ใช้ระหว่างการติดเชื้อเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
เมื่อใดที่ควรพบจักษุแพทย์เพื่อรักษาอาการตาแดง แสบตา คันตา
การรู้สาเหตุที่ทำให้ดวงตามีอาการผิดปกติเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากบางอาการนั้นจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์
ควรเข้าพบจักษุแพทย์หากคุณมีอาการแสบตา คันตา ตาแดงโดยไม่ทราบสาเหตุและอาการไม่ดีขึ้นหลังจากการรักษาเบื้องต้นด้วยตนเอง
และคุณควรติดต่อเข้าพบจักษุแพทย์หากมีอาการอื่นดังต่อไปนี้ร่วมกับอาการปวดตา
- เป็นไข้
- ปวดหัว
- การมองเห็นแย่ลง
- เกิดผื่นบนใบหน้าหรือร่างกายของคุณ
- ไวต่อแสง
ทำไมจึงต้องตรวจตา
ดวงตาเป็นเสมือนประตูสู่โลกกว้าง ที่ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข อย่าละเลยที่จะดูแลดวงตาให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มสูงวัยขึ้น ดวงตาที่เราใช้มาตลอดชีวิตก็ย่อมเสื่อมถอยเป็นธรรมดา
การตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำทุกปี จะช่วยคัดกรองความเสี่ยงที่อาจเกิดกับดวงตาแม้ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราป้องกัน และรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ปกป้องทะนุถนอมดวงตาคู่นี้ให้อยู่กับเราตลอดไป
ทำไมจึงต้องตรวจสายตา ที่โรงพยาบาล bnh
1. ดูแลท่านและครอบครัวของท่านในทุกช่วงอายุโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตาเด็กโดยเฉพาะ
โรงพยาบาล BNH มีจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโรคตาเด็กไปจนถึงจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาในผู้สูงอายุ เราดูแลท่านอย่างครอบคลุมในทุกการเดินทางของชีวิต
2. การนัดตรวจและวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพ (Flexibility & Hospitality)
ท่านสามารถกรอกแบบฟอร์มข้างล่าง หรือติดต่อที่แผนกตาโรงพยาบาล bnh 02-022-0700 เบอร์ต่อ 2748
Add Line @mbrace เพื่อทำการปรึกษากับพยาบาลประจำแผนกและนัดจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ตรงต่อความต้องการของท่าน เช่นเดียวกับเลือกเวลาที่ท่านสะดวกได้อย่างอิสระ
3. ให้ความสำคัญต่อสุขภาพโดยองค์รวมของท่าน (Your Lifetime Healthcare Companion)
ไม่เพียงแต่คือการตรวจสุขภาพตา เราจะวินิจฉัยหาต้นตอของโรค ป้องกัน ดูแลและรักษาท่านอย่างถูกจุด รวมถึงส่งต่อการดูแลไปยังแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยพิจารณาถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของท่าน

เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันอาทิตย์ 07:00 - 20:00

แผนกตาโรงพยาบาลBNH
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายผู้เชี่ยวชาญ กรุณาติดต่อที่
Chat (LINE) : LINE Service 8:00 - 18:00
E-Mail : [email protected]
Tel :
02-022-0700 เบอร์ต่อ 2748