ปวดท้อง! รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคแผลกระเพาะอาหาร

โรคแผลกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหารชนิดที่จะกล่าวถึงนี้หมายถึงโรคแผลเปปติค (Peptic  ulcer)  ซึ่งจะเกิดเป็นแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric  ulcer) หรือลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal  ulcer) ผู้ป่วยโรคนี้มักจะมีอาการแสบท้องหรือจุกเสียดแน่นที่บริเวณลิ้นปี่  โดยอาการมักจะเป็นๆ หายๆ ไม่หายขาด  โดยอาการมักดีขันเมื่อได้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร  ปัจจุบันเราพบว่าโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบดทีเรียและสามารถรักษาให้หายขาดได้  เชื้อที่ว่านี้มีชื่อว่า  Helicobacter  pylori  หรือ  H.pylori

BNH-GI_stomach

ผู้ป่วยโรคแผลกระเพาะอาหาร มีอาการอย่างไรบ้าง ?

อาการจุกแน่นท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือท้องช่วงบนเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด  มักมีประวัติเรื้อรังมานาน  ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแน่น  แสบร้อน  ซึ่งสัมพันธ์กับอาหารที่ผู้ป่วยรับประทาน  เช่น  อาหารรสเปรี้ยวจัด  เผ็ดจัด  หรือสัมพันธ์กับมื้ออาหาร  ในบางรายอาจมีอาการปวดท้องกลางดึก

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการที่เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคซึ่งพบได้ประมาณ 20% เช่น  มีเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร  กระเพาะอาหารทะลุหรือกระเพาะอาหารอุดตัน  เป็นตัน

 

โรคแผลกระเพาะอาหารเกิดจากสาเหตุใด ?

ในสมัยก่อนเคยเชื่อว่าโรคกระเพาะอาหารเกิดจากการที่มีกรดมากเกินไป  แต่ปัจจุบันพบว่านอกจากยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDS (Non – Steroidal  Anti – inflammatory  Drugs) แล้ว  การติดเชื้อ  H.pylori  เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรค  โดยเชื้อนี้ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังขึ้น  และเกิดแผลในที่สุด  นอกจากนี้การติดเชื้อชนิดนี้ในระยะเวลานานๆยังเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารอีกด้วย

 

จะตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย H.pylori ได้อย่างไร ?

ปัจจุบันมีการตรวจการติดเชื้อ H.pylori ได้หลายวิธี

  • การตรวจลมหายใจ  โดยใช้เครื่องมือพิเศษ (Urea  Breath  Test) เป็นวิธีที่สะดวกและทำได้เป็นระยะๆ
  • การตัดชิ้นเนื้อในกระเพาะอาหารมาตรวจหาเชื้อ
  • การเจาะเลือดเพื่อดูว่าเคยรับเชื้อมาก่อนหรือไม่  แต่เชื่อถือไม่ได้มากนักในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ดีการตรวจกระเพาะอาหารด้วยกล้องตรวจ (Gastroscopy) วิธียังเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม  เพราะนอกจากจะสามารถตรวจการติดเชื้อได้แล้ว ยังเห็นแผลที่เกิดว่าเกิดบริเวณใดของกระเพาะอาหารและดูลักษณะของแผลเพื่อ ประโยชน์ในการติดตามการรักษาต่อไป

 

การรักษาโรคกระเพาะอาหารทำอย่างไรได้บ้าง ?

หลักการรักษา  คือการกำจัดสาเหตุ  เช่น  NSAIDS และการติดเชื้อ  ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นระงับอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นยาที่ใช้รักษาเป็นหลัก  คือ  ยาลดกรดและยาลดการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร

การกำจัดเชื้อแบคทีเรีย H.pylori หลังจากกำจัดเชื้อชนิดนี้แล้วจะช่วยให้หายจากโรคและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้  การใช้ยาลดกรด 1 ชนิดร่วมกับยาปฏิชีวนะอีก 2 ชนิด  เป็นเวลานาน 1 สัปดาห์  พบว่าได้ผลในการกำจัดเชื้อมากกว่า 90%

 

ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

  • งดสูบบุหรี่  ดื่มสุรา  หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมให้น้อยที่สุด
  • งดการใช้ยาแก้ปวดแอสไพริน หรือยาแก้โรคกระดูกและข้ออักเสบ ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ควรอยู่ในความควบคุมของแพทย์
  • หลีกเลี่ยงอาหารลดเผ็ดจัด  เปรี้ยวจัด  ของหมักดอง
  • รับประทานอาหารตรงตามเวลาทุกมื้อ
  • งดดื่มน้ำอัดลมและหลีกเลี่ยงชา  กาแฟ
  • คลายความเครียด  วิตกกังวล  และควรพักผ่อนให้เพียงพอ

 

ในระยะยาวผู้ป่วยจะเป็นอย่างไร ?

ท่านควรทราบไว้ว่าโรคแผลกระเพาะอาหารเป็นโรคเรื้อรังและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น เลือดออกหรือกระเพาะอาหารทะลุ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การรับการรักษาที่ถูกต้องจะทำให้อาการดีขึ้นและหายเป็นปกติได้ อย่างไรก้ดี เมือ่หายแล้วอาจมีอาการกลับเป็นซ้ำได้อีก โดยเฉพาะถ้ายังไม่ได้กำจัดเชื้อแบคทีเรียน H.pylori ให้หมด

 

นัดหมายแพทย์และสอบถาม:

สอบถามรายละเอียดหรือ นัดหมายแพทย์ ศูนย์ดูแลและส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

โทร. 0-2686-2700     E-mail : info@www.bnhhospital.com