ตอนที่ 4 “รับมือลูกร้องไห้เอาแต่ใจ”

imsis052-086

เมื่อเด็กไม่ได้ดั่งใจ เด็กจะเอาอาวุธที่ติดตัวมาใช้กับพ่อแม่เพื่อให้ตนเองสมหวัง แต่บางคนก็ไม่สมหวังแถมโดนเอ็ดกลับไป!

…..อาวุธที่ว่านั่นก็คือ “ร้องไห้” หรือบางคนมีทิ้งตัวดีดตัวบนพื้นด้วย บางคนที่มีวิทยายุทธสูงหน่อยก็จะเค้นอ้วกออกมาได้ โดยปกติ ตามพัฒนาการของเด็ก ช่วงเข้าสู่ขวบปีที่2 เด็กทุกคนต้องผ่านช่วงเวลาสร้างความสมดุลให้ตนเองระหว่าง การเป็นตัวของตัวเอง(ฉันฟังตัวเอง) กับ การเชื่อฟังพ่อแม่(ฉันหยุดฟังตัวเอง) โดยมีพ่อแม่ช่วยเหลือให้สมดุล

….เด็กจะปรับตัวได้ง่ายและเร็ว (ไม่ร้องนาน) หากพ่อแม่ช่วยชัดเจนหน่อยว่า ตัวพ่อแม่ต้องการอะไรจากลูก นั่นคือ พ่อแม่ต้องมีกฎในใจตนเอง แล้วบังคับใช้ให้เป็น ผู้ปกครองบางท่านเมื่อหมอคุยด้วยเขายังไม่ค่อยแน่ใจเลยว่า เรื่องนี้จะเอาจริงดีมั๊ย เช่น ลูกไม่แปรงฟันก็ได้มั๊ยหมอ? หรือบางคนชัดเจนว่ามีกฎอะไรแต่ตอนบังคับใช้ไม่จริงจัง หากพ่อแม่เบลอๆ ลูกก็จะงงๆ การปรับตัวสร้างสมดุลให้ตนเองระหว่างเชื่อตนเองกับเชื่อพ่อแม่ก็จะยากและกินเวลานาน บางคนร้องไห้เอาแต่ใจจน 7-8 ขวบก็ยังมี ยกตัวอย่าง หากเราไม่อนุญาติให้ลูกเอาโทรศัพท์แม่ไปเปิดใช้เอง ยกเว้นต้องมาขออนุญาติก่อน และจะอนุญาติหรือไม่แม่ขอดูเป็นครั้งๆ (เด็กบางคนเข้าใจว่า เมื่อหนูขอแล้ว แม่ต้องให้)

…..เมื่อเกิดเหตุการณ์ลูกฝืนคำสั่ง ไปเปิดกระเป๋าแม่หยิบโทรศัพท์มาเล่นเกมหรือดูYouTube เราก็ต้องตามไปเอาคืน เพราะลูกยังไม่ได้ขอเลย (เราชัดเจน) ก็จะนำพาด้วยการร้องไห้ของลูก ตอนนี้แหละที่แต่ละบ้านจะตอบสนองต่างกันไป เช่น บางบ้านก็ยอมให้ลูก แต่ก็อาจรู้สึกไม่ดีต่อตัวเอง จึงแถมการสอนลูกไปหน่อยว่า คราวหน้าต้องขอนะ ซึ่งเด็กก็จะรีบรับปากแบบขอไปที (เสร็จลูก,เราไม่ชัดเจนเลย)

…..บางบ้านไม่ยอม ใช้วิธีดุ เสียงดัง สั่งให้เด็กเก็บด้วยอารมณ์หงุดหงิดของพ่อแม่ เด็กบางคนก็กลัวยอมทำตาม (เราชัดเจนแต่วิธีทำให้ลูกกลัวนั้นไม่ดี ตามที่ได้เขียนไปแล้วในตอนที่ 3)

….บางบ้านไม่ยอม ไม่ดุแต่ใข้วิธีแลกเปลี่ยนกับสิ่งอื่น ซึ่งส่วนใหญ่ที่หมอฟัง สิ่งที่จะเอามาเปลี่ยนนั้นมักไม่ใข่ธรรมดา ต้องประมาณว่า เจ๋งเท่าเทียม หรือไม่ก็เจ๋งกว่า เพราะการจะเอาอะไรไปแลกกับของที่เปรียบดั่งอ้อยเข้าปากช้างนั้นต้องแรงพอ ดูเหมือนว่าเราจะชัดเจนแต่มันเจือความไม่ชัดอยู่ เพราะหมอก็ยังไม่เห็นว่าลูกจะเรียนรู้การหักห้ามใจหรือเคารพกฎแต่อย่างไร กลับเป็นการสอนเด็กให้แหกกฎเพื่อได้สิ่งที่ตัวเองชอบเพียงแต่เปลี่ยนชนิดเท่านั้น

….อย่าลืมว่า การทำให้เด็กสร้างสมดุลระหว่างการเป็นตัวของตัวเองกับการเชื่อฟังพ่อแม่นั้น ไม่ใช่เกมแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อพ่อแม่เห็นพฤติกรรมร้องไห้เอาแต่ใจ ขอให้ใข้เทคนิคเพิกเฉย (ตอนต่อไป)

…..พ่อแม่แต่ละครอบครัวมีเหตุผลต่างๆกันไปที่ไม่สามารถเพิกเฉยลูกได้ เช่น เข้าใจว่าลูกร้องไห้จะทำให้เป็นเด็กอารมณ์ไม่ดี ความเข้าใจนี้ไม่ ถูกแน่นอน ความผิดหวังเป็นธรรมชาติของการเป็นมนุษย์ การป้องกันไม่ให้ลูกผิดหวังเป็นการฝืนธรรมชาติและไม่มีทางเลยที่เราจะป้องกันได้ทุกเรื่อง พ่อแม่ที่ยอมเด็ก ไม่ปล่อยลูกผิดหวังจะทำให้ลูกกลายเป็นเด็กไม่เคยพอ หากเราชดเชยด้วยของก็จะไม่หยุดพอสิ่งของ หากเราชดเชยด้วยการอุ้มกอดก็จะไม่เคยพอใจเรา จะหงุดหงิดใส่พ่อแม่ หงุดหงิดแม้กระทั่งเรื่องที่ตัวเด็กเองทำไม่ได้โดยที่พ่อแม่ยังไม่ได้ขัดอะไรเลย ดังนั้นการคอยโอ๋ลูกต่างหากทำให้เด็กกลายเป็นเด็กขี้หงุดหงิด ส่วนการเพิกเฉยด้วยท่าทีสงบของพ่อแม่ต่างหากที่ช่วยฝึกเด็กให้ควบคุมอารมณ์เป็นไม่เลยเถิดไป พาลคนอื่น…ดูเพิ่มเติม

 

พ.ญ. เสาวภา พรจินดารักษ์

พัฒนาการเด็กและพฤติกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

 

นัดหมายแพทย์และสอบถาม:

สอบถามรายละเอียดหรือ นัดหมายแพทย์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
โทร. 0-2686-2700     E-mail : info@www.bnhhospital.com