คำแนะนำเกี่ยวกับสิว

web3

ข้อมูลเบื้องต้น

สิว เป็นโรคของต่อมไขมันที่พบบ่อยในช่วงวัยรุ่น แต่ก็สามารถพบได้ตั้งแต่แรกเกิด (Acne neonatorum) ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมน (androgen) และในบางรายอาจเป็นสิวได้นานถึงอายุ 30 ปี หรือมากกว่า โดยส่วนใหญ่จะพบสิวเมื่ออายุ 14 – 17 ปีในผู้หญิง และอายุ 16-19 ปี ในผู้ชาย และมักหายไปในช่วงอายุ 20 – 25 ปี

 

สาเหตุ

เกิดจากการอุดตันที่เกิดขึ้นบริเวณท่อของต่อมไขมัน ไขมันที่ถูกสร้างขึ้นจะรวมตัวกับเซลชั้นขี้ไคลจากผนังท่อ กลายเป็นก้อน คอมีโดน (COMEDONE) ทำให้เกิดการอักเสบตามมาเมื่อมีการอุดตันเกิดขึ้น จะพบว่ามีการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย (P.acnes)  ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ จะสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ  ทำให้กลายเป็นสิวอักเสบ   ฮอร์โมนจะมีส่วนทำให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ และกระตุ้นให้ต่อมไขมัน สร้างไขมันออกมามากขึ้น ตำแหน่งที่พบว่าเป็นสิวมากที่สุด คือ บริเวณ ใบหน้า รองลงมา คือ บริเวณหลัง, หน้าอก และ ไหล่ สามารถแบ่งแยกลักษณะของสิวเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  • สิวไม่อักเสบ (non-inflammatory comedones) แบ่งออกเป็น สิวหัวเปิด หรือ สิวหัวดำ (Open comedones หรือ Black head comedones) เป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก และมีจุดดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งสารสีดำเหล่านี้จะประกอบไปด้วย ไขมัน , เคอราติน , และแบคทีเรีย (Propionibacterium acnes)  สิวหัวปิด หรือ สิวหัวขาว (Closed comedones หรือ  White head comedones) เป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก สีเดียวกับผิวหนัง ส่วนใหญ่จะกลายเป็นสิวอักเสบ
  • สิวอักเสบ มีหลายลักษณะ เช่น ตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง ก้อนบวมแดงใต้ผิวหนัง ถุงหนอง หรือ ฝี เวลาหายจะมีโอกาสเป็นแผลเป็น       ได้ง่าย

 

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิว

  • พันธุกรรม ยังไม่มีข้อมูลสรุปแน่ชัดว่าพันธุกรรมเกี่ยวกับการเป็นสิว แต่พบว่าในฝาแฝดไข่ใบเดียวกัน แฝดที่เป็นสิวจะมีคู่แฝดที่เป็นสิวเช่นเดียวกันถึงร้อยละ 97.9 แต่ในแฝดไข่คนละใบมีเพียงร้อยละ 45.8 ของคู่แฝดที่เป็น สิวเช่นเดียวกัน
  • ยาบางชนิด เช่น ยาทาแก้แพ้แก้คัน ที่มีสารประเภทสเตียรอยด์ หรือ การได้รับฮอร์โมน
  • เครื่องสำอาง เช่น โฟมล้างหน้า, สบู่ยา, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เพราะสารเคมีที่ผสมในเครื่องสำอาง อาจกระตุ้นให้เกิดคอมีโดนได้
  • ความเครียด
  • การรบกวนผิวมากๆ เช่น การเช็ดถูหน้าแรงๆ, การขัดหรือนวดหน้า
  • อาหาร ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอาหารมีผลต่อการเกิดสิว

 

ทางเลือกอื่น

 

การรักษา

  • ลดการอักเสบให้เร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็น
  • ลดการอุดตัน เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นสิวอักเสบ
  • ป้องกันการเกิดสิวใหม่

ยารักษาสิว

ยาทา ได้แก่ ยาละลายคอมีโดน, ยาปฏิชีวนะ กรดวิตามินเอ มีฤทธิ์ทำให้คอมีโดนหลุดออก และป้องกันการเกิดใหม่ ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือ อาการระคายเคือง หน้าแดง แสบ และ แห้ง ในบางรายอาจเกิดการแพ้แสงแดดได้  เบนโซอิน เพอรอกไซด์มีฤทธิ์ลดจำนวนแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ หน้าแห้งเป็นขุย , แสบ , หน้าแดง  กรดซาลิซาลิก ละลายคอมีโดน แต่ไม่มีผลต่อเชื้อแบคทีเรีย  ยาปฏิชีวนะ ชนิดทา มีหลายชนิด ออกฤทธิ์ลดจำนวนแบคทีเรีย ช่วยลดการอักเสบ  ยารับประทาน โดยทั่วไปจะใช้ยา เพื่อลดการอักเสบของสิว โดยจะใช้ชนิดใดจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวในผู้ป่วยแต่ละราย ในรายที่ไม่ได้ผล หรือมีการอักเสบรุนแรง อาจจะใช้ยาชนิดอื่นได้ เช่น ยากรดวิตามินเอ หรือ ฮอร์โมนบางชนิด เพื่อให้ผลในการรักษาดีที่สุด

 

วิธีอื่นๆ

  • การกดสิว ควรใช้เครื่องมือที่เหมาะสม และใช้ได้กับสิวที่ไม่อักเสบ ชนิดหัวดำ หรือ หัวขาว
  • สำหรับสิวอุดตันหัวปิด อาจใช้ปลายเข็มฉีดยา หรือเครื่องจี้ไฟฟ้าเปิดหัวสิว แล้วจึงกดออก
  • การฉีดยาเข้าไปในหัวสิวอักเสบที่มีขนาดใหญ่ จะช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้น

 

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการตรวจรักษา

ไม่มี

 

การปฏิบัติตัวก่อน-หลัง

โรคนี้มักจะไม่หายขาด เพราะมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอก สามารถกระตุ้นให้เกิดได้แต่ก็สามารถควบคุมได้โดยการดูแลรักษา หลีกเลี่ยงการรบกวนผิว เช่น การขัด นวดหน้า ถูหน้าแรงๆ หรือ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจมีสารกระตุ้นให้เกิดสิว รวมถึงไม่บีบสิว หรือแกะสิว   เพราะจะทำให้การอักเสบลุกลามเป็นรอย

 

การป้องกัน

ในกรณีที่เป็นสิวง่าย ควรจะทายาละลายการอุดตันเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดสิวใหม่ แผลเป็นมากขึ้นได้