ข้อควรรู้และควรปฏิบัติ เพื่อเตรียมตัวเข้ารับการระงับความรู้สึกและผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยนอก

3(2)

การผ่าตัดและระงับความรู้สึกแบบผู้ป่วยนอก

หมายถึง การผ่าตัดที่ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังเสร็จการผ่าตัดภายในวันเดียว ยกเว้นกรณีที่แพทย์ลงความเห็นให้ได้รับการดูแลต่อเนื่องที่โรงพยาบาล มีข้อดีทั้งด้านจิตใจที่ผู้ป่วยรู้สึกอุ่นใจ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ร่วมกับผู้ป่วยเพราะมีข้อจำกัดจากชนิดการผ่าตัด การอาศัยความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติตนอย่าถูกต้องของผู้ป่วยและญาติอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น

ทีมวิสัญญีเป็นผู้ให้ระงับความรู้สึก ซึ่งโดยทั่วไปสามารถให้การระงับความรู้สึกได้ 2 วิธี คือ

  • การดมยาสลบ  เป็นวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยหมดสติ  ไม่รู้สึกตัวและไม่เจ็บตลอดการผ่าตัด
  • การทำให้ชา  วิธีนี้ผู้ป่วยจะได้รับยาชาโดยไม่สลบแต่ถ้าผู้ป่วยยังมีความกังวลก็จะได้รับ ยาให้หลับ  พเอลดความกังวลหรือความเครียดในระหว่างการผ่าตัด  หังผ่าตัดผู้ป่วยอาจรู้สึกชาบริเวณที่ทำผ่าตัดอีกประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง

 

ข้อแนะนำและควรปฏิบัติเมื่อจะมารับการผ่าตัด

ก่อนตัดสินใจรับการผ่าตัด ผู้ป่วยและญาติควรมีข้อมูลทราบชัดเจนว่าป่วยเป็นโรคอะไร ผ่าตัดอะไร มีความจำเป็นอย่างไรในการผ่าตัดและผลที่คาดว่าจะได้รับ ข้อแทรกซ้อนและทางเลือกอื่น ควรปรึกษษแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย เพื่อคลายความวิตกกังวลเมื่อตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด ควรให้ข้อมูลและปฏิบัติตน ดังนี้

  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว  ยาที่รับประทานประจำ  รวมทั้งยาสมุนไพร  การแพ้ยาหรือสารทุกชนิด  การผ่าตัดในอดีตและปัญหาสุขภาพอื่นๆ  กรุณาปรึกษาแพทย์ว่า  จะให้รับประทานยาหรือฉีดยาที่ใช้ประจำได้หรือไม่  ในวันที่ทำผ่าตัด
  • ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยหญิง  ถ้าตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์  ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • ก่อนวันทำผ่าตัด  ถ้าเป็นหวัดหรือมีไข้  หรือมีอาการผิดปกติอื่น  กรุณาแจ้งแผนกที่นัดผ่าตัด
  • ควรพาญาติที่บรรลุนิติภาวะ  สามารถรับผิดชอบและดุแลผู้ป่วยได้มาที่โรงพยาบาลกับผู้ป่วยและมีผุ้ดูแลที่บ้านอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
  • ควรงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์  ก่อนผ่าตัด
  • ควรงดเครื่องดื่มหรือสิ่งมึนเมา  อย่างน้อย 1 วันก่อนผ่าตัด
  • ควรงดอาหารทุกชนิดและน้ำดื่มตามแพทย์สั่ง  โดยทั่วไปให้งดก่อนเวลาผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง  เพื่อป้องกันตรายจากการสำลัก
  • สวมเสื้อผ้าที่หลวมสบายและรองเท้าส้นเตี้ยมาโรงพยาบาลในวันที่ทำการผ่าตัด  ถ้าเป็นการทำผ่าตัดบริเวณมือ  แขน  เท้า  หรือขา  ในสวมเสื้อหรือกางเกงที่แขนเสื้อหรือกางเกงหลวมกว้าง  เพื่อให้บริเวณที่ทำผ่าตัดซึ่งมีผ้าปิดแผลหรือผ้าพันแผลอยู่สามารถสอดผ่าน เข้าไปได้
  • ถอดฟันปลอมที่ถอดได้  ถ้ามีฟันโยกควรแจ้งให้ทีมวิสัญญีทราบ
  • ถอดแว่นตาหรือถ้ามีเลนส์ตาควรแจ้งทีมวิสัญญีทราบ
  • ไม่ควรนำของมีค่ามาโรงพยาบาล  ไม่สวมแหวน  ต่างหู  สร้อยคอ  และสร้อยข้อมือมาโรงพยาบาล
  • ไม่ควรทาเล็บ เพราะสีของเล็บโดยธรรมชาติจะช่วยให้แพทย์ทราบถึงสาหุโดยทั่วไปของผู้ป่วยได้
  • ถ้าเป็นการผ่าตัดบริเวณใบหน้า  ไม่ควรแต่งหน้ามาโรงพยาบาล  เพราะเครื่องสำอางค์อาจทำให้เกิดการติดเชื้อของแผลผ่าตัดได้
  • คืนก่อนผ่าตัด  ผู้ป่วยควรนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงไม่อ่อนล้าจะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว
  • เช้าวันผ่าตัดทำความสะอาดร่างกายก่อนมาโรงพยาบาลและมาถึงก่อนเวลานัด 1 ชั่วโมง

 

เมื่อถึงเวลาผ่าตัด

  • เมื่อเจ้าหน้าที่รับผู้ป่วยไปห้องผ่าตัด  ญาติอาจตามไปส่งและให้กำลังใจถึงหน้าห้องผ่าตัด  แล้วอาจกลับไปรอที่ห้องผุ้ป่วยหรือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อได้  สำหรับผู้ป่วยเด็ก ทีมวิสัญญีอาจให้ผู้ปกครองเข้ามาส่งผู้ป่วยถึงในห้องผ่าตัด
  • เมื่อใกล้เวลาผ่าตัดเจ้าหน้าที่จะนำผู้ป่วยไปในห้องผ่าตัด  เมื่อพร้อมทีมวิสัญญีจะติดอุปกรณ์  เพื่อตรวจชีพจร  วัดความดันโลหิต  วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด  ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  และให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำแก่ผู้ป่วย  เพื่อเป็นทางให้สารน้ำและยานำสลบหรือยานอนหลับ  และจะคอยดูแลผู้ป่วยในระหว่างการสลบอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
  • หลังผ่าตัด  ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อในห้องพักฟื้นจนกว่าอาการทั่วไปจะปกติ  ไม่มีปัญหาเลือดออกจากแผลผ่าตัด  ไม่คลื่นไส้  อาเจียน  หรือเจ็บปวดทรมาน
  • เมื่อผู้ป่วยกลับจากห้องผ่าตัด  ควรมีญาติดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดโดยไม่รบกวนผู้ป่วย  ห้ามปรับหรือเปลี่ยนอัตราการไหลของน้ำเกลือหรือออกซิเจน   ถ้ามีความผิดปกติ  เช่น  ผู้ป่วยอาเจียน  หายใจผิดปกติ  เลือดซึมชุ่มแผล  น้ำเกลือไม่ไหล  หรือบริเวณที่ให้น้ำเกลือบวม  ควรรีบแจ้งพยาบาลประจำหอผู้ป่วยทราบ  ถ้าผู้ป่วยฟื้นดีและปวดแผลจะขอยาแก้ปวดได้
  • เมื่อผู้ป่วยฟื้นดีเรียบร้อยจากการผ่าตัด  สามารถลุกขึ้นเดินได้หรือฟื้นตัวมีสภาพเดิมเหมือนก่อนผ่าตัดและแพทย์อนุญาติ ให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน  ควรมีญาติพาผู้ป่วยกลับบ้าน  ผู้ป่วยไม่ควรขับรถกลับบ้านเอง
  • ก่อนกลับบ้าน  ควรศึกษาและสอบถามวิธีการดูแลผู้ป่วย  ทั้งเรื่องการรับประทานอาหารและยา  ข้อจำกัดการทำกิจกรรมต่งๆรวมทั้งทราบกำหนดนัดพบแพทย์ครั้งต่อไป
  • ควรทราบชื่อแพทย์ที่รักษาและหมายเลขโทรศัพย์  เพื่อติดต่อกรณีต้องการสอบถามหรือปรึกษาเมื่อมีปัญหา  หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้ป่วย

 

เมื่ออยู่บ้าน

  • ควรมีญาติที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถส่งผู้ป่วยกลับมารักษาได้ทันทีในกรณีที่มีปัญหา
  • ควรมีญาติอยู่กับผู้ป่วยตลอดจนวันรุ่งขึ้นหลังผ่าตัด
  • ห้ามขับรถหรือทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรเครื่องยนต์  จนถึงวันรุ่งขึ้นหลังผ่าตัด
  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้บ้าง  หากมีอาการรุนแรง  โดยไม่บรรเทาลงหลังได้รับยารักษาหรือมีความผิดปกติที่แผล  เช่น  เลือดออก  บวมร้อนบริเวณแผลมาก  ปวดแผลมาก  มีไข้  แผลเปียกและมีกลิ่นเหม็น  ควรนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ก่อนนัด
  • งดเครื่องดื่มหรือสิ่งมึนเมา 24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด
  • รับประทานยาตามแผนการรักษาและมาพบแพทย์ตามการนัดหมาย  เพื่อติดต่อผลการรักษาต่อไป

 

นัดหมายแพทย์และสอบถาม:

สอบถามรายละเอียดหรือ แผนกศัลยกรรมทั่วไปและศัลยกรรมกระดูก นัดหมายแพทย์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

โทร. 0-2686-2700     E-mail : info@www.bnhhospital.com