การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

คุณมีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ?

ท้องผูกหรือท้องเสียบ่อยๆ อุจจาระมีก้อนเล็กลงหรือมีมูกเลือดปน เวลาเบ่งถ่ายมีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักและมีเลือดออก หรือมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือผอมซูบซีด อย่านิ่งนอนใจเพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือน ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ ที่กำลังคุกคามชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในลำดับต้นๆ

  • 90% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือผู้มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป จึงแนะนำว่าควรได้รับการตรวจโดยการส่องกล้องทุกๆ 3-5 ปี
  • ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงที่มีผลโดยตรงคือกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีสารก่อมะเร็งเป็นประจำจำพวกเนื้อแดงอาหารปิ้งย่างรวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่กลุ่มนี้ควรเริ่มตรวจส่องกล้องลำไส้ตั้งแต่อายุ 40 ปี
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

การส่องกล้องสำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด สามารถตรวจดูลักษณะภายในของลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ทั้งหมด และอาจรวมถึงลำไส้เล็กส่วนปลายด้วย ทำให้สามารถวินิจฉัยโรคของลำไส้ใหญ่ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถตัดชิ้นเนื้อที่ผิดปกติออกมาเพื่อทำการตรวจได้ รวมถึงการช่วยประเมินปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับลำไส้ใหญ่ และยังช่วยในการรักษาก้อนเนื้องอกแบบที่ไม่ใช่มะเร็งที่เติบโตขึ้นที่บริเวณผนังลำไส้ใหญ่

  • ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บและมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง
  • ตรวจแต่ละครั้งจะใช้เวลาเพียงประมาณ 20-30 นาที (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยาวของลำไส้ใหญ่ของแต่ละคน)
  • สามารถตัดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • สามารถตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้ทันที 
การเตรียมตัวก่อนและหลังการตรวจ
  • ห้ามรับประทานอาหารและเครื่องดื่มใดๆ ทั้งสิ้นภายใน 8-10 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการส่องกล้อง
  • พยาบาลจะให้จิบยาระบายเป็นระยะๆ ให้หมดภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ก่อนรับการตรวจ
  • ก่อนตรวจแพทย์จะให้ยาเพื่อช่วยให้หลับหรือให้รู้สึกผ่อนคลาย ดังนั้นระหว่างการส่องตรวจผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บปวด ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดมวนท้องหรือท้องอืดได้ ซึ่งเป็นอาการปกติเนื่องจากมีอากาศไหลผ่านเข้าไปทางทวารหนักในระหว่างการสอดกล้อง
  • หากพบความผิดปกติในลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก แพทย์จะทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ตรวจวัดระยะอาการและแสดงตำแหน่งของเซลล์มะเร็งและการแพร่กระจาย เพื่อวางแผนกำหนดวิธีการรักษาในลำดับถัดไป
  • หลังการตรวจ ผู้ป่วยต้องนอนพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดอย่างน้อย 2 ชั่วโมงและรับประทานอาหารได้ตามปกติ

* การเตรียมตัวก่อนตรวจในแต่ละบุคคลอาจมีความแตกต่างกันในรายละเอียดเพื่อให้การตรวจและวินิจฉัยสมบูรณ์และเหมาะสม

ตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่รักษามะเร็งลำไส้ได้จริงหรือ?

การตรวจอย่างละเอียดด้วยการส่องกล้องตรวจภายในลำไส้ใหญ่ ช่วยคัดกรองความผิดปกติที่เกิดขึ้นในลำไส้ได้อย่างแม่นยำ หากตรวจพบก้อนเนื้อร้ายได้เร็วจะสามารถทำการรักษาได้ทันท่วงที ประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่ต้องทรมานกับการรักษาด้วยเคมีบำบัด คนไข้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ การส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงถือเป็นวิธีการที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

หากพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะมีวิธีการรักษาได้อย่างไรบ้าง?

มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกเริ่มสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องหรือการผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งใช้กับผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งขนาดเล็กและยังไม่กระจายไปยังตำแหน่งอื่น ข้อดีคือแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กแค่ประมาณ 1 เซนติเมตร ทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดน้อยลงและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน   ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะที่โรคลุกลามไปแล้ว การรักษาก็จำเป็นต้องใช้การให้ยาเคมีบำบัดและการฉายแสงร่วมกับการผ่าตัดควบคู่กันไป

วิธีการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

เป็นการยากที่จะกำจัดและป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 100% ดังนั้น การส่องกล้องเพื่อตรวจหามะเร็งลำไส้ตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งกว่านั้น การดูแลตัวเอง รับประทานอาหารที่มีเส้นใยมากโดยเฉพาะผัก ผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคมะเร็งได้

รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าชะล่าใจ เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่ รู้เร็วรักษาได้