✨Translated by AI
ตรวจภายใน สำคัญสำหรับผู้หญิงอย่างไร
การตรวจภายใน ตรวจอะไรบ้าง
- การตรวจดูความผิดปกติและคลำอวัยวะภายนอกและภายในอุ้งเชิงกราน
- การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เช่น Pap smear, HPV test
- การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจพบความผิดปกติที่ดีที่สุด คือการตรวจ CO-TEST ด้วยวิธี Pap smear ร่วมกับ HPV DNA test
- การตรวจวินิจฉัยอื่นๆเพิ่มเติม เช่น การอัลตราซาวน์ช่องท้องส่วนล่าง
ทำไมผู้หญิงจึงควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก?
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี CO-TEST (Pap smear & HPV DNA)
- การตรวจมะเร็งปากมดลูกตินเพร็พ (Pap smear)
- การตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี เจาะลึกระดับดีเอ็นเอ (HPV DNA)
1. การตรวจมะเร็งปากมดลูกตินเพร็พ (Pap smear)
เป็นมาตราฐานใหม่ของวิธีการตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยแพทย์เก็บเซลล์ บริเวณปากมดลูกด้วยอุปกรณ์เฉพาะ แล้วใส่ลงในขวดน้ำยาตินเพร็พ นำส่งห้องปฏิบัติการ เพื่อเตรียมสไลด์ด้วย ลักษณะสไลด์เป็นรูปแบบเดียวกัน เซลล์เรียงตัวสม่ำเสมอ เซลล์เรียงตัวแบบบางไม่ซ้อนทับกัน มองเห็นเซลล์ผิดปกติได้ง่าย ไม่มีมูกเลือดบดบังมีข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่า การตรวจหาเซลล์มะเร็งโดยวิธีตินเพร็พ ให้ผลดีกว่าการตรวจแบบดั้งเดิมดังนี้
- เพิ่มความไวในการวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนลุกลาม
- คุณภาพสไลด์ที่ใช้ในการตรวจดีขึ้น
- สามารถยืดระยะเวลาการตรวจหาเซลล์มะเร็งจากปากมดลูกจากทุกๆ 1 ปี เป็นปีเว้นปี
2. การตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA Test)
เป็นการตรวจแบบเจาะลึกระดับดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นเทคนิคการตรวจระดับชีวโมเลกุลที่สามารถค้นหาเชื้อเอชพีวีได้ในระยะก่อนที่จะเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูก ทำให้สามารถป้องกันและรักษาเชื้อเอชพีวีได้ก่อนที่เชื้อจะพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งวิธีนี้มีความแม่นยำอย่างมาก เพราะนอกจากค้นหาความผิดปกติแล้ว ยังทำให้รู้ลึกมากขึ้นว่ามีการติดเชื้อเอชพีวีหรือไม่ เพราะถ้าเป็นมะเร็งปากมดลูกต้องมีการติดเชื้อเอชพีวีก่อน ดังนั้น ถ้าไม่มีการติดเชื้อสามารถมั่นใจได้ถึง 99 % ว่าในช่วง 1-2 ปีที่รับการตรวจโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกจะน้อยมาก โดยวิธีการตรวจนี้จะได้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อตรวจร่วมกับการตรวจตินเพร็พ
ใครบ้างที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก?
- ผู้หญิงทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป หรือเคยมีเพศสัมพันธ์
- มีอาการตกขาวผิดปกติ เช่นมีกลิ่นเหม็น มีเลือดปน
- มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดภายหลังการมีเพศสัมพันธ์
- เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดที่ไม่ทราบสาเหตุ
- ปวดท้องน้อย
- ปัสสาวะหรืออุจจาระปนเลือด
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- ควรเข้ารับการตรวจในช่วงที่ไม่มีประมีประจำเดือน หรือตรวจหลังประจำเดือนหมดประมาณ 1 อาทิตย์
- ควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 3 วันก่อนการตรวจ
- ควรงดการสวนล้างช่องคลอดหรือการเหน็บยาก่อนมาตรวจภายใน 48 ชั่วโมง
- ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร
- หากมีผลการตรวจพบการอักเสบหรือมีเซลล์เปลี่ยนแปลงผิดปกติที่ปากมดลูกให้มาติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง
- ควรได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ
แพ็กเกจตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Centre) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
ด้วยประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพสตรีอย่างต่อเนื่องยาวนาน ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Centre) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมดูแลทุกมิติด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องสุขภาพสตรีเป็นพิเศษ และ ศูนย์มะเร็งนรีเวช (Gynecology Centre) บริการตรวจคัดกรองโรค ให้คำปรึกษา ตลอดจนป้องกันและรักษา โรคมะเร็งปากมดลูก ในสตรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ได้ผลตรวจที่มีความถูกต้องและแม่นยำ